ชายาร้ายทวงบัลลังก์รัก•ตอนที่ 34

ปาฏิหาริย์แห่งความรัก

ผลงานโดย ไป๋เหลียนฮวา
กลิ่นคาวโลหิตจางๆ ยังคงลอยอวลอยู่ภายใต้ผ้าม่านแพรต่วนสีนิลลายปักด้ายทองคำของเตียงหลุมมังกร หยดน้ำตาสีชาดที่หลั่งรินจากหางตาของไป๋ลี่อินแห้งกรังเป็นคราบสีน้ำตาลเข้มบนพวงแก้มซاتซีดเซียว ลมหายใจของนางแผ่วเบาราวกับขนนกที่พร้อมจะปลิดปลิวไปตามสายลมทุกเมื่อ หากมิใช่เพราะปลายเข็มเงินเก้าเล่มที่ฝังลงบนจุดชีพจรสำคัญทั่วแผ่นอกเพื่อสกัดกั้นพิษย้อนเกล็ดโลหิต ป่านนี้ร่างของสตรีในอ้อมกอดคงเหลือเพียงร่างไร้วิญญาณ เซียวจ้านถิงนั่งนิ่งอยู่บนขอบเตียงราวกับรูปสลักหินหยกดำ ชุดคลุมยาวปักลายพยัคฆ์ทะยานเมฆสีม่วงเข้มยับยู่ยี่และเปรอะเปื้อนคราบเลือดจนหาความสง่างามเดิมไม่ได้ ดวงตาหงส์คู่นั้นแดงก่ำ เส้นเลือดปูดโปนบริเวณขมับบ่งบอกถึงความบ้าคลั่งที่ถูกสะกดกลั้นไว้อย่างสุดกำลัง มือหนาที่เคยตวัดกระบี่ปลิดชีพแม่ทัพนับร้อย บัดนี้กำลังสั่นเทาขณะเกลี่ยปอยผมที่ชื้นเหงื่อออกจากหน้าผากมนของนางอย่างเบามือที่สุด "เจ้ากล้าดียังไง... ลี่อิน" เสียงทุ้มต่ำแหบพร่าหลุดลอดไรฟันที่ขบเข้าหากันแน่นจนได้ยินเสียงกรอด "เจ้าบอกว่าจะอยู่ดูความพินาศของคนสกุลไป๋และไอ้สารเลวเฉินเฟยด้วยกันไม่ใช่หรือ ไฉนจึงกล้าทิ้งเราไว้เบื้องหลังผู้เดียว..." ตลอดสามวันสามคืนที่ผ่านมา ไม่มีผู้ใดกล้าก้าวล่วงเข้ามาในตำหนักบูรพาแม้แต่ก้าวเดียว นอกจากหมอหลวงอาวุโสที่ถูกลากคอเข้ามาด้วยคมกระบี่เพื่อคัดเลือกสมุนไพรล้ำค่า และถูกขับไล่ออกไปทันทีที่ตระเตรียมยาเสร็จสิ้น ฉินอ๋องลงมือเคี่ยวโอสถโสมพันปีและบัวหิมะร้อยปีด้วยตนเองทุกขั้นตอน ใช้ฝ่ามือถ่ายพลังลมปราณหล่อเลี้ยงหัวใจให้นางไม่ยอมหลับไม่ยอมนอน ร่างกายที่เคยกำยำสง่างามเริ่มมีไรหนวดเคราครึ้ม ดวงตาโหลลึกด้วยความอ่อนระล่ะ แต่สติสัมปชัญญะกลับตื่นตัวอยู่ตลอดเวลาเพื่อรอคอยปาฏิหาริย์ "ท่านอ๋องเพคะ..." เสียงกระซิบแห้งผากดังขึ้นจากริมฝีปากที่แตกแห้งของลี่อิน นางค่อยๆ เปลือกตาขึ้นช้าๆ เผยให้เห็นนัยน์ตาคู่คมที่แม้จะอ่อนล้าโรยแรง แต่ยังคงมีความฉลาดเฉลียวและเด็ดเดี่ยวฉายชัดเช่นเดิม "หม่อมฉัน... ยังตายไม่ได้... ใช่หรือไม่?" เซียวจ้านถิงชะงักงัน ลมหายใจของเขาขาดห้วงไปชั่วขณะ ก่อนที่หยดน้ำตาบุรุษลูกผู้ชายหยดแรกจะร่วงหล่นกระทบหลังมือเรียวที่นอนแนบอยู่ข้างลำตัว เป็นหยดน้ำตาที่ร่วงหล่นจากดวงตาของพยัคฆ์ร้ายผู้ไม่เคยสยบให้ผู้ใด "เจ้าฟื้นแล้ว..." น้ำเสียงของเขาแทบจะกลสะอื้น มือหนารีบประคองร่างบางให้ลุกขึ้นพิงกับหมอนปักลายหงส์คู่ ก่อนจะรีบหยิบถ้วยกระเบื้องเคลือบสีขาวมุกบรรจวบน้ำยาสกัดจากดอกบัวเพลิงสวรรค์ขึ้นเป่าเบาๆ แล้วป้อนให้นางด้วยความทะนุถนอมราวกับกลัวว่าหากออกแรงมากเกินไปร่างของนางจะแตกสลายคามือ "ดื่มเสีย ยานี้จะช่วยชะล้างพิษตกค้างในเส้นโลหิต" ไป๋ลี่อินก้มลงมองถ้วยยาในมือ รสชาติขมปร่าบาดคอแล่นพล่านไปทั่วสรรพางค์กาย แต่มันกลับอุ่นวาบจนถึงขั้วหัวใจ นางรู้ดีว่าตัวยาล้ำค่าระดับนี้ต่อให้มีเงินทองนับหมื่นตำลึงก็มิอาจหาซื้อได้ในยามปกติ ยิ่งไม่ต้องเอ่ยถึงความเหนื่อยล้าที่ฉายชัดอยู่บนใบหน้าของบุรุษผู้ขึ้นชื่อว่าโหดเหี้ยมอำมหิตผู้นี้ ที่ยอมลดศักดิ์ศรีและทุ่มเททุกสิ่งเพื่อยื้อชีวิตนางกลับมาจากเงื้อมมือของพญายม "เหตุใด... ต้องทำถึงเพียงนี้เพคะ" นางเอ่ยถามเสียงเบา ขณะปล่อยให้เขาใช้ผ้าแพรซับคราบโลหิตบริเวณมุมปากให้อย่างอ่อนโยน "หม่อมฉันเป็นเพียงสตรีที่มีแต่ความแค้นและมลทิน การที่ท่านอ๋องทรงทำเช่นนี้ มีแต่จะทำให้ราชสำนักโจมตีว่าทรงหลงใหลสตรีจนขาดสติ" "ให้พวกมันโจมตีไปสิ!" เซียวจ้านถิงแค่นหัวเราะในลำคอ แววตาดุร้ายฉายประกายอำมหิตขึ้นวูบหนึ่ง "บัลลังก์มังกรหรือแผ่นดินกว้างใหญ่ จะมีค่าอันใดหากไร้เงาของเจ้าเคียงข้าง ให้เราต้องปกครองซากปรักหักพังที่ไร้เสียงหัวเราะของเจ้าหรือ? ฝันไปเถอะ!" คำพูดที่หนักแน่นและจริงจังดุจคำประกาศิต ทำให้หัวใจของแพทย์หญิงผู้ผ่านโลกมามากถึงกับกระตุกวูบ ความรู้สึกบางอย่างที่นางพยายามปิดกั้นและสร้างกำแพงน้ำแข็งห่อหุ้มมาตลอด บัดนี้กำลังถูกความอบอุ่นอันดุดันนี้หลอมละลายลงทีละน้อย ทว่า ในขณะที่บรรยากาศภายในห้องบรรทมกำลังอบอวลไปด้วยความอาทรอันลึกซึ้ง เสียงฝีเท้าเร่งรีบและเสียงเคาะประตูเกราะหน้าตำหนักก็ดังขึ้นทำลายความเงียบงัน "กราบทูลท่านอ๋อง!" เสียงขององครักษ์เงาจ้าวเฟิงดังลอดเข้ามาด้วยความร้อนรน "แม่ทัพเฉินเฟยนำกำลังทหารองครักษ์หลวงบุกมาที่หน้าตำหนัก อ้างราชโองการลับจากฮ่องเต้ ต้องการตัวพระชายารองไปไต่สวนข้อหาลอบปลงพระชนม์องค์รัชทายาทพ่ะย่ะค่ะ!" สิ้นเสียงรายงาน บรรยากาศภายในห้องเปลี่ยนจากความอบอุ่นกลายเป็นความหนาวเหน็บดุจน้ำแข็งขั้วโลกในพริบตาเดียว ไป๋ลี่อินหรี่ตาลงเล็กน้อย รอยยิ้มเย็นชาปรากฏขึ้นที่มุมปาก นางขยับตัวจะลุกขึ้นหยิบเข็มเงินข้างหมอน ทว่ามือใหญ่ของเซียวจ้านถิงกลับกดไหล่นนางให้นอนลงตามเดิม เซียวจ้านถิงค่อยๆ วางถ้วยแร่โอสถลงบนโต๊ะข้างเตียง ชายผ้าคลุมยาวสะบัดตามจังหวะการลุกขึ้นยืนอย่างสง่างาม ดวงตาหงส์หรี่แคบลงจนกลายเป็นประกายคมกริบดุจใบมีดโกน รังสีสังหารแผ่ซ่านออกมารอบตัวจนอากาศแทบจะแข็งตัว "เฉินเฟย... สุนัขรับใช้ตัวนี้ชะตากรรมยังสั้นไม่พอสินะ" น้ำเสียงของฉินอ๋องราบเรียบแต่น่ากลัวถึงขั้วหัวใจ "อยู่ในห้องนี้ พักผ่อนเสีย ลี่อิน... รอให้เราออกไปจัดการกวาดล้างสวะพวกนี้ให้หมดจด แล้วเราค่อยมาคุยกันต่อเรื่องบัญชีแค้นของเจ้า" ร่างสูงใหญ่ก้าวเดินออกจากห้องบรรทมด้วยฝีเท้าหนักแน่น ทิ้งให้ไป๋ลี่อินนอนมองตามแผ่นหลังนั้นด้วยแววตาที่ซับซ้อน นางเอื้อมมือไปสัมผัสถ้วยยาที่ยังหลงเหลือความอุ่นอยู่รำไร พร้อมกับรอยยิ้มเยือกเย็นที่ผุดขึ้นที่ริมฝีปาก เกมการเมืองในราชสำนักกำลังจะเดือดดาลถึงขีดสุด และนาง... จะไม่ยอมเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ในกระดานนี้อย่างเด็ดขาด ไป๋เหลียนฮวาขอขอบคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านห้วงเวลาอันงดงามและเข้มข้นนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนต่อไปค่ะ
สารจากนักเขียน (ไป๋เหลียนฮวา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ชายาร้ายทวงบัลลังก์รัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%