ชายาร้ายทวงบัลลังก์รัก•ตอนที่ 33

ความโกรธเกรี้ยวของเทพสงคราม

ผลงานโดย ไป๋เหลียนฮวา
กลิ่นคาวโลหิตคละคลุ้งปะปนกับกลิ่นสนิมเหล็กและกลิ่นอายดินชื้นยามราตรี ท้องพระโรงหยางซินยามนี้มิได้หลงเหลือความสง่างามแห่งราชสำนักอีกต่อไป หากแต่เป็นดั่งลานประหารกลางแจ้งที่ย้อมไปด้วยสีชาดแห่งความพินาศ เซียวจ้านถิงประทับยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้าพระแท่นมังกร อาภรณ์ปักลายมังกรห้าเล็บสีดำสนิทราวกับรัตติกาลไร้เดือนดาว ประดับด้วยด้ายทองคำบริสุทธิ์ที่สะท้อนแสงไฟจากคบเพลิงวับวาว ทุกย่างก้าวที่เขาก้าวเดินเต็มไปด้วยอำนาจกดดันที่ทำให้อากาศรอบกายราวกับแข็งตัว กระบี่ประจำกาย 'อสนีบาตโลหิต' ในมือยังคงหยดหยาดโลหิตสีแดงฉานลงบนพื้นหินหยกขาวเป็นทางยาว ร่างของเหล่าทหารกบฏนับร้อยนายที่เคยฮึกเหิม บัดนี้ต่างนอนไร้ลมหายใจเกลื่อนกลาด ท่ามกลางความเงียบงันอันน่าสะพรึงกลัวที่แม้แต่เสียงหายใจยังถูกกลืนหาย "บังอาจนัก..." สุ้มเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลังดังขึ้นราวกับเสียงคำรามของพญาเสือโคร่งผู้เป็นใหญ่ในพงไพร แววตาของฉินอ๋องเยียบเย็นดุจน้ำแข็งพันปี ไร้ซึ่งความปรานีใดๆ เจืออยู่แม้แต่น้อย เบื้องหน้าของเขาคือแม่ทัพเฉินเฟย อดีตสามีผู้มัวเมาในอำนาจและหลงเชื่อในกลอุบายตื้นเขินของอนุภรรยา บัดนี้แม่ทัพเฉินผู้เคยองอาจกลับคุกเข่าตัวสั่นเทาอยู่แทบเท้า ใบหน้าซีดเผือดไร้สีเลือด สองมือพยายามยันกายถอยร่นด้วยความหวาดกลัวสุดขีด เมื่อตระหนักแล้วว่า กองกำลังนับหมื่นที่ตนภาคภูมิใจนักหนา ถูกกวาดล้างจนพินาศสิ้นภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งก้านธูปด้วยน้ำมือของบุรุษผู้ได้ชื่อว่าเป็นเทพสงครามแห่งแดนประจิมผู้นี้ "ฉ... ฉินอ๋อง โปรดไว้ชีวิต..." เฉินเฟยละล่ำละลักเอ่ย เสียงสั่นเครือจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์ ใบหน้าแนบชิดกับพื้นหินเย็นเฉียบ "กระหม่อมเพียง... เพียงถูกชักนำ..." "ถูกชักนำ?" เซียวจ้านถิงทวนคำ น้ำเสียงเยียบเย็นเสียดกระดูก เขาก้าวเข้าไปใกล้ทีละก้าว เสียงฝ่าเท้ากระทบพื้นหินดังก้องกังวานราวกับเสียงเคาะระฆังแห่งความตาย "เจ้ากล้าอาจหาญถึงขั้นนำกำลังพลเหยียบย่ำเข้าสู่เขตพระราชฐาน หมายปลงพระชนม์องค์จักรพรรดิ และที่สำคัญที่สุด... เจ้ากล้าอาจหาญถึงขั้นส่งมือสังหารไปหมายเอาชีวิต 'ชายา' ของเรา" คำว่า 'ชายา' นั้นถูกเน้นย้ำทีละคำด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความคลุ้มคลั่งและโทสะอันไร้ขีดจำกัด ภาพรอยแผลเป็นจางๆ ที่ข้อพับแขนของไป๋ลี่อินจากเหตุการณ์ลอบวางยาพิษในจวนเมื่อวันก่อนผุดขึ้นมาในห้วงคำนึง บาดแผลนั้นคือรอยร้าวในหัวใจของเขา เป็นสิ่งที่เขาสบถกับตนเองไว้แล้วว่าจะต้องชดใช้ด้วยเลือดนับพันเท่า "นาง... นางเป็นเพียงอดีตภรรยาที่ถูกขับไล่..." เฉินเฟยพยายามหาข้อแก้ตัวด้วยความหวาดกลัว แม้สติสตังจะกระเจิดกระเจิงไปหมดแล้ว "สามหาว!" ฉับพลัน! ประกายกระบี่สีเงินยวดยาววาดผ่านอากาศอย่างรวดเร็วดุจสายฟ้าแลบ ไร้ซึ่งเสียงเตือนใดๆ ทั้งสิ้น ศีรษะของแม่ทัพเฉินเฟยหลุดลอยกระเด็นไปกระทบกับเสามังกรทองคำ เลือดสีแดงพุ่งทะลักออกจากลำคอที่ขาดสะบั้นย้อมพื้นหินเบื้องล่างให้กลายเป็นสีชาดเข้มข้น ร่างไร้หัวล้มฟุบลงจมกองเลือดอย่างไร้ศักดิ์ศรี เหล่าทหารกบฏที่เหลือรอดต่างพากันโยกย้ายอาวุธทิ้ง หมอบราบคาบลงกับพื้นด้วยความหวาดกลัวจนตัวสั่น ไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าขึ้นสบตากับเทพสงครามผู้เหี้ยมโหดเบื้องหน้า บรรยากาศในท้องพระโรงเต็มไปด้วยกลิ่นอายแห่งความตายและความพ่ายแพ้ที่เด่นชัด เซียวจ้านถิงสะบัดกระบี่ในมือครั้งหนึ่งเพื่อสลัดหยาดโลหิตที่เปรอะเปื้อนออก ใบหน้าหล่อเหลาคมคายไร้ซึ่งรอยยิ้ม ดวงตาหงส์คมกริบกวาดมองไปรอบห้องพระโรงด้วยความเหยียดหยัน ก่อนที่สายตาคู่นั้นจะอ่อนแสงลงชั่วขณะเมื่อนึกถึงสตรีผู้รอคอยเขาอยู่ ณ ตำหนักใน สตรีผู้มีรอยยิ้มเฉียบคมและดวงตากระจ่างใสที่สามารถสั่นคลอนหัวใจของแม่ทัพผู้เยือกเย็นคนนี้ได้เพียงแค่ปรายตามอง ทว่า ในขณะที่ความเงียบสงบกำลังจะกลับคืนสู่ท้องพระโรง เสียงฝีปากเร่งรีบของขันทีเฒ่าคนหนึ่งก็ดังแทรกขึ้นทำลายบรรยากาศ พร้อมกับร่างที่วิ่งกระหựดกระหอบเข้ามาด้วยความตื่นตระหนก "ท่านอ๋องพ่ะย่ะค่ะ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ!" ขันทีผู้นั้นทรุดกายลงคุกเข่าตัวสั่นเทา ยื่นมือกำสสารฉบับหนึ่งที่ประทับตราหยกมังกรทองคำไว้อย่างแน่นหนา "มี... มีพระราชโองการด่วนจากไทเฮา ส่งตรงถึงตำหนักของพระชายาพ่ะย่ะค่ะ!" ฉินอ๋องชะงักฝีเท้า ดวงตาคมกริบหรี่ลงเล็กน้อย รังสีอำมหิตที่เพิ่งจางหายไปกลับพวยพุ่งขึ้นมาอีกครั้งอย่างรุนแรงยิ่งกว่าเดิม สตางค์ในมือบีบด้ามกระบี่แน่นจนข้อต่อนิ้วขึ้นสีขาว ไป๋เหลียนฮวาจะรอพบทุกท่านในตอนต่อไปค่ะ
สารจากนักเขียน (ไป๋เหลียนฮวา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ชายาร้ายทวงบัลลังก์รัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%