"ความเงียบในคุกหลวงยามวิกาลเช่นนี้ ช่างเหมาะแก่การสำนึกผิดยิ่งนัก… ท่านพี่"
สุ้มเสียงหวานล้ำที่เอ่ยออกมานั้น กลับเย็นเยียบราวน้ำค้างแข็งกลางเหมันต์ฤดู ไป๋ลี่อินในอาภรณ์ปักลายหงส์เพลิงสีชาดทับด้วยเสื้อคลุมขนจิ้งจอกขาวบริสุทธิ์ ก้าวพระบาทข้ามธรณีประตูคุกหลวงเข้ามาด้วยจังหวะจะโคนอันสง่างาม แสงจากคบเพลิงวับแวมสะท้อนดวงหน้าคมคายที่เปี่ยมด้วยสติปัญญาและรอยยิ้มเยnเยือกที่มุมปาก
เบื้องหน้าของนางคือร่างของบุรุษผู้ครั้งหนึ่งเคยเคียงคู่บัลลังก์มังกร องค์รัชทายาทเซียวจินหยู ในชุดนักโทษสีมอซอที่บัดนี้เนื้อตัวเต็มไปด้วยคราบเลือดและฝุ่นผง เส้นผมยุ่งเหยิงหลุดลุ่ย ทว่าแววตาที่เงยขึ้นมองนางยังคงเต็มไปด้วยความเคียดแค้นชิงชังราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ
"นางสารเลว… เป็นเจ้า! ทั้งหมดเป็นแผนการของเจ้ากับฉินอ๋อง!"
เซียวจินหยูกัดฟันกรอด พยายามจะพุ่งเข้ามาหาทว่าโซ่ตรวนเหล็กหนาที่ล่ามข้อเท้าและข้อมือกลับดึงรั้งร่างของเขาไว้จนเกิดเสียงดังสนั่น เขากระอักเลือดออกมาคำโตด้วยพิษบาดแผลภายใน ทว่าความเย่อหยิ่งจองหองในสายเลือดกลับไม่ยอมสยบ
ไป๋ลี่อินมิได้สะดุ้งสะเทือน นางปรายตามองสภาพอันน่าเวทนาของอดีตองค์รัชทายาทด้วยความรู้สึกดุจดั่งมองมดปลวกตัวหนึ่ง ก่อนจะปัดชายเสื้อคลุมแล้วทรุดกายลงนั่งบนเก้าอี้ไม้ที่ขันทีนำมาจัดเตรียมไว้ให้อย่างนอบน้อม
"แผนการหรือเพคะ? หม่อมฉันเป็นเพียงสตรีอ่อนแอผู้หนึ่ง จะอาจหาญไปบงการหมากกระดานใหญ่ของราชสำนักได้อย่างไรกัน… เป็นตัวพระองค์ต่างหากที่ทรงโลภมาก มืดบอด และโง่เขลาเบาปัญญาเอง ปรารถนาจะลอบปลงพระชนม์พระบิดา ปรารถนาจะกำจัดฉินอ๋องผู้เป็นเสาหลักของแผ่นดิน โทษทัณฑ์นี้… ต่อให้ตายร้อยครั้งก็ยังน้อยไปด้วยซ้ำ"
คำพูดแต่ละคำของนางคมกริบดั่งใบมีดที่อาบยาพิษ กรีดลึกลงไปในความเจ็บใจของเซียวจินหยูจนเขากรีดร้องออกมาอย่างคลุ้มคลั่ง
"ฮ่าๆๆ! ดี! ดีนัก! เจ้าคิดว่าข้าตายแล้วพวกเจ้าจะครองแผ่นดินอย่างสงบสุขงั้นหรือ? ราชสำนักนี้เน่าเฟะถึงแก่น! ฮ่องเต้ระแวงฉินอ๋องยิ่งกว่าสิ่งใด วันหนึ่ง… วันหนึ่งพวกมันก็จะหันมาแว้งกัดพวกเจ้าเอง!"
"เรื่องนั้นหาใช่สิ่งที่ท่านต้องกังวลไม่เพคะ" สุ้มเสียงของสตรีสาวยังคงราบเรียบ ทว่าทรงพลังอำนาจ "สิ่งเดียวที่ท่านควรใส่ใจในยามนี้… คือพระราชโองการที่กำลังจะมาถึงต่างหาก"
สิ้นเสียงของนาง ประตูคุกหลวงด้านนอกก็เปิดออกพร้อมกับลมหนาวที่พัดกรรโชก ขันทีเฒ่าผู้ถือราชโองการสีเหลืองทองอร่ามเดินนำหน้าทหารราชองครักษ์นับสิบชีวิตเข้ามาด้วยใบหน้าซีดเผือด ทุกฝีก้าวที่ย่างกรายเข้ามาเต็มไปด้วยบรรยากาศกดดันอันน่าสะพรึงกลัว
ขันทีเฒ่าคุกเข่าลงเบื้องหน้า ไป๋ลี่อินพยักหน้ารับราวนางคือผู้กุมชะตากรรมของแผ่นดินอย่างแท้จริง
"ราชโองการจากฝ่าบาท… มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ปลดเซียวจินหยูออกจากฐานันดรศักดิ์ เป็นสามัญชนคนบาป และเนื่องด้วยความผิดฐานกบฏคิดลอบปลงพระชนม์และคบคิดกับต่างแคว้น สมควรได้รับพระราชทานความตาย… ให้ดื่ม ‘สุราพระราชทาน’ ทันที!"
สิ้นคำประกาศนั้น เซียวจินหยูก็ตัวชาวาบ ดวงตาเบิกโพรงด้วยความหวาดกลัวสุดขีด ร่างที่เคยผยองทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นคุกที่เย็นเฉียบ เขาส่ายหน้าปฏิเสธพัลวัน "ไม่! ไม่จริง! เสด็จพ่อไม่ทรงทำกับข้าเช่นนี้! ข้าเป็นถึงองค์รัชทายาท! ข้าเป็นบุตรชายคนโต!"
ขันทีส่งสัญญาณให้ทหารเข้าไปล็อกตัวอดีตองค์รัชทายาทไว้ ก่อนจะยกจอกสุราสีเงินวาววับที่ส่งกลิ่นหอมหวานแต่รusานถึงขั้วหัวใจขึ้นมา
ไป๋ลี่อินลุกขึ้นยืนช้าๆ นางมองดูภาพความพินาศย่อยยับของศัตรูด้วยแววตานิ่งสงบ ไร้ซึ่งความสงสารเวทนา มีเพียงความเด็ดเดี่ยวของสตรีผู้ผ่านสมรภูมิชีวิตมาอย่างโชกโชน นางหันหลังเตรียมจะก้าวเดินออกจากขุมนรกแห่งนี้
ทว่า ในวินาทีที่นางกำลังจะก้าวพ้นธรณีประตูคุกหลวง เสียงฝีเท้าหนักแน่นอันคุ้นเคยก็ดังแทรกขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน
ร่างสูงใหญ่ในชุดคลุมสีดำสนิทปักลายมังกรทองดิ้นเงิน แผ่ซ่านกลิ่นอายอำนาจอันดุร้ายและเยือกเย็นจนทหารทั้งคุกหลวงต้องคุกเข่าหมอบกราบลงกับพื้นโดยมิกล้าแม้แต่จะหายใจแรง ฉินอ๋องเซียวจ้านถิงก้าวเข้ามาหยุดยืนเบื้องหน้านาง ดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยวทอดมองฮูหยินรักด้วยความอ่อนโยนที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความดุดัน
"เสร็จธุระแล้วหรือชายาของข้า?" สุ้มเสียงทุ้มต่ำเอ่ยถาม พร้อมกับยื่นมือหนาออกมาโอบประคองเอวบางของนางไว้ราวกับกลัวว่านางจะบอบช้ำจากกลิ่นอายคาวเลือดของที่นี่
ไป๋ลี่อินแย้มรอยยิ้มบางเบา เอื้อมมือไปวางทับบนฝ่ามืออุ่นของเขา "เพคะ… ทุกอย่างเรียบร้อยดี"
แต่ทว่า ในจังหวะที่เซียวจ้านถิงกำลังจะพาingนางเดินจากไปนั้น เสียงหัวเราะเยาะอย่างบ้าคลั่งของเซียวจินหยูที่กำลังจะดื่มสุราพิษก็ดังขัดขึ้นมาเสียก่อน
"ฮ่าๆๆๆ… ฉินอ๋อง! เจ้าคิดว่าเจ้าชนะแล้วหรือ? เจ้าคิดว่าฮ่องเต้ไว้ใจเจ้านักหรือไง! ไป๋ลี่อิน… สตรีที่อยู่ข้างกายเจ้าผู้นี้… เจ้าแน่ใจแล้วหรือว่านางมิได้ซ่อนยาพิษอีกชนิดหนึ่งไว้ในอกเสื้อเพื่อรอวันปลิดชีพเจ้า!"
เซียวจ้านถิงชะงักฝีเท้าลงทันที บรรยากาศรอบตัวพลันเย็นเยียบลงจนถึงจุดเยือกแข็ง ทหารทั้งลานคุกแทบหยุดหายใจ ใบหน้าคมคายของท่านอ๋องค่อยๆ หันกลับมามองสตรีข้างกายด้วยแววตาที่ลุ่มลึกและคาดเดาไม่ได้…
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนไป๋เหลียนฮวามาโดยตลอดนะคะ หวังว่าจะชื่นชอบบทนี้ค่ะ
ชายาร้ายทวงบัลลังก์รัก•ตอนที่ 35
กวาดล้างกบฏให้สิ้นซาก
ผลงานโดย ไป๋เหลียนฮวา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไป๋เหลียนฮวา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ชายาร้ายทวงบัลลังก์รัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!