กลิ่นอายโสมภูเขาป่าร้อยปีและกำยานไม้กฤษณาอบอวลคละคลุ้งไปทั่วตำหนักบูรพา ทว่าบรรยากาศเบื้องหน้ากลับเย็นเยียบดุจน้ำค้างแข็งกลางคิมhuent (เหมันต์)
บนโต๊ะไม้จันทน์แดงสลักลายหงส์เหิน ปรากฏม้วนแผนที่ยุทธศาสตร์กองทัพประจิมแผ่กว้าง หมึกดำสนิทบนกระดาษซวนจื่อยังไม่ทันแห้งสนิทดี พู่กันขนหมาป่าด้ามหยกขาวก็ถูกวางลงอย่างประณีตโดยเรียวหนCางอันงดงามระหง
ไป๋ลี่อิน ในชุดคลุมผ้าต่วนสีเหมันต์ปักลายเมฆามงคลด้วยดิ้นเงินบริสุทธิ์ ดวงตาหงส์คู่คมกวาดมองรายชื่อสมุนไพรและเวชภัณฑ์นับร้อยรายการที่นางเพิ่งรวบรวมและจัดหมวดหมู่อย่างเป็นระบบ
"สมุนไพรห้ามเลือดและสมานแผลที่ข้าสั่งการให้คนไปกว้านซื้อมาจากโรงยาเจิ้นอัน ทยอยขนส่งถึงค่ายกลหลวงทางทิศตะวันตกหรือยังเพคะ?"
น้ำเสียงใสดุจไข่มุกกระทบจานหยกเอ่ยถามขึ้น ท่าทางของนางสง่างามและเปี่ยมด้วยอำนาจโดยไม่ต้องเปล่งเสียงข่มขู่ แม้แต่เสนาบดีคลังทหารที่ยืนรอรับคำสั่งอยู่เบื้องล่างยังต้องก้มหน้าหลบสายตาด้วยความยำเกรง
ฉินอ๋องเซียวจ้านถิง ซึ่งประทับอยู่บนเก้าอี้พนักสูงแกะสลักรูปพยัคฆ์ ทอดพระเนตรชายารักของพระองค์ด้วยแววตาที่ลุ่มลึกและอ่อนแสงลงอย่างเห็นได้ชัด ดวงเนตรคมกริบดุจพญาอินทรีย์ที่มักฉายแววดุดันยามเผชิญหน้ากับศัตรู บัดนี้กลับทอประกายความคลั่งไคล้และชื่นชมระคนกันอย่างเต็มเปี่ยม มือหนาที่เคยถือกระบี่อาบเลือดปลิดชีพแม่ทัพฝ่ายตรงข้าม ยื่นออกไปรินชาอุ่น ๆ ลงในจอกกระเบื้องเคลือบสีไข่ไก่ส่งให้นางด้วยพระองค์เอง
"ทุกอย่างเป็นไปตามที่เจ้าวางแผนไว้ ลี่อิน... กองทัพประจิมของเปิ่นหวางไม่เคยขาดแคลนเสบียงกรัง ทว่านี่เป็นครั้งแรกที่มี 'หน่วยแพทย์สนาม' เคลื่อนที่เร็วตามติดแนวหน้าอย่างที่เจ้าคิดค้นขึ้น" ท่านอ๋องตรัสด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจ ก่อนจะลุกขึ้นก้าวเข้ามาโอบเอวคอดกิ่วของนางเข้าหาพระอوراอย่างธรรมชาติ "เจ้าไม่เหนื่อยเกินไปหรือ? การจัดตั้งหน่วยแพทย์และการคัดเลือกหมออาสาเหล่านี้... ให้คนอื่นจัดการแทนก็ได้"
ไป๋ลี่อินเงยหน้าขึ้นสบพระพักตร์คมคายที่อยู่ใกล้เพียงคืบ นางยกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มเยርที่ทรงเสน่ห์ ทว่าแววตากลับจริงจังและเฉียบคมยิ่งนัก
"ท่านอ๋องทรงล้อเล่นแล้วเพคะ สงครามชิงบัลลังก์ในราชสำนักเวลานี้ หาได้ใช้เพียงกำลังพลและคมดาบไม่ หากทหารหาญนับหมื่นล้านต้องล้มตายเพราะพิษแผลและโรคระบาดในค่ายทหาร มิใช่เพราะคมหอกของศัตรู เช่นนั้นอำนาจที่ท่านอ๋องทรงเพียรพยายามไขว่คว้ามา จะมีความหมายอันใดอีกเล่าเพคะ? ความจงรักภักดีมิได้สร้างด้วยเลือดเพียงอย่างเดียว แต่สร้างด้วยชีวิตที่รอดูกลับมาพบหน้าครอบครัวต่างหาก"
คำพูดของนางเฉียบคมดุจใบมีดอาบยาพิษ ทว่ากลับลึกซึ้งและกินใจจนเซียวจ้านถิงต้องระบายยิ้มบางเบา พระองค์รวบกอดร่างระหงเข้ามาแนบพระoreอแน่นขึ้น กลิ่นกายหอมกรุ่นเฉพาะตัวของนางผสมผสานกับกลิ่นสมุนไพรจาง ๆ กลายเป็นยาบำรุงใจชั้นดีท่ามกลางมรสุมการเมืองที่กำลังโหมกระหน่ำ
ในขณะที่บรรยากาศภายในตำหนักกำลังอบอวลไปด้วยความผูกพันอันมั่นคงดุจหินผา ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าเร่งรีบขององครักษ์เงาก็แว่วมาจากนอกประตู ก่อนที่ร่างในชุดดำจะคุกเข่าลงด้วยความร้อนรน
"กราบทูลท่านอ๋อง พระชายา! เกิดเรื่องใหญ่ที่หน้าประตูจวนแล้วพ่ะย่ะค่ะ!"
เซียวจ้านถิงขมวดพระขนงเข้าหากันอย่างไม่สบอารมณ์ที่ถูกขัดจังหวะ พระเนตรวาวโรจน์ด้วยความดุร้าย "ผู้ใดบังarหาญมารบกวนความสงบในยามวิกาลเช่นนี้!"
องครักษ์เงากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ก่อนจะกราบทูลด้วยเสียงสั่นเครือ "คือ... คือแม่ทัพเฉินเฟยพ่ะย่ะค่ะ! เขาพาคนมาล้อมจวนอ๋อง อ้างราชโองการลับจากฮ่องเต้ และ... และพาตัวไป๋ซิ่วอิงที่อ้างว่าเป็นอดีตฮูหยินหลวงผู้ถูกขับไล่อย่างไม่เป็นธรรม มาบุกรุกทวงคืนความเป็นธรรมหน้าประตูจวนพ่ะย่ะค่ะ!"
สิ้นเสียงรายงาน ไป๋ลี่อินมิได้แสดงอาการตื่นตระหนกแม้แต่น้อย ดวงตาหงส์คู่สวยกลับหรี่ลงเล็กน้อย รอยยิ้มเยือกเย็นปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างน่าสะพรึงกลัว
"ช่างไม่เจียมสังขารเอาเสียเลย..." นางเอ่ยเสียงเบา ทว่าก้องกังวานในความเงียบ "สุนัขจนตรอกคู่นี้ คงคิดว่าอาศัยจังหวะที่ท่านอ๋องกำลังเตรียมเคลื่อนทัพ จะสามารถใช้เล่ห์กลสกปรกมาฉีกหน้าข้าได้สินะเพคะ"
เซียวจ้านถิงเหยียดยิ้มเย็นเยียบ รังสีอำมหิตแผ่ซ่านไปทั่วตำหนักจนอุณหภูมิลดฮวบทันที พระองค์ตรัสด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นดุจน้ำแข็งขั้วโลก "ดี... ในเมื่อพวกมันรนหาที่ตายถึงถิ่น เปิ่นหวางก็จะสงเคราะห์ให้พวกมันได้รู้ซึ้งว่า... ใครคือผู้ที่พวกมันไม่มีวันเอื้อมถึง"
ท่านอ๋องตวัดพระเนตรมองชายารัก พร้อมยื่นมือหนาออกไปกุมมือเรียวนุ่มของนางไว้มั่น "ไปเถอะชายาของข้า ไปดูซิว่าสุนัขบ้าเหล่านี้มีน้ำ2ยาแค่ไหน"
ทว่า... ในจังหวะที่ทั้งสองกำลังจะก้าวเดินออกไปจากตำหนักเพื่อเผชิญหน้ากับศัตรู
นางกำนัลอาวุโสผู้ดูแลตำหนักในก็วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาทรุดตัวลงแทบเท้าด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด ใบหน้าซีดเผือดไร้สีเลือด นางละล่ำละลักรายงานด้วยเสียงสั่นสะท้าน
"ท... ท่านอ๋อง! พระชายา! ไม่... ไม่ใช่แค่แม่ทัพเฉินกับไป๋ซิ่วอิงพ่ะย่ะค่ะ! แต่... แต่ทหารองครักษ์หลวงนับพันนาย พร้อมราชโองการปลดท่านอ๋องออกจากตำแหน่งแม่ทัพประจิม... กำลังเคลื่อนพลปิดล้อมรอบจวนอ๋องจากทุกสารทิศแล้วเพคะ!"
ไป๋ลี่อินชะงักฝีเท้าลงทันที ดวงตาหงส์เบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกตะลึง ทว่าในเสี้ยววินาทีนั้น สมองอันปราดเปรื่องของนางก็คำนวณหมากตานี้ได้อย่างรวดเร็ว
*นี่ไม่ใช่การแก้แค้นแบบไร้สมองของเฉินเฟย... แต่นี่คือ 'กับดักมรณะ' ที่ถูกวางไว้ล่วงหน้าอย่างสมบูรณ์แบบ!*
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านกาลเวลาอันงดงามและเข้มข้นนี้ไปด้วยกันนะคะ ไป๋เหลียนฮวาจะรอพบทุกท่านในตอนต่อไปค่ะ
ชายาร้ายทวงบัลลังก์รัก•ตอนที่ 27
เตรียมการรับมือศึกใหญ่
ผลงานโดย ไป๋เหลียนฮวา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไป๋เหลียนฮวา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ชายาร้ายทวงบัลลังก์รัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!