ชายาร้ายทวงบัลลังก์รัก•ตอนที่ 21

คำสารภาพของท่านอ๋องผู้เยือกเย็น

ผลงานโดย ไป๋เหลียนฮวา
กลิ่นอายจางๆ ของกำยานไป๋จื่อที่ลอยอวลอยู่ในความมืด ไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศภายในห้องนอนส่วนตัวของเรือนซูฮวาผ่อนคลายลงเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม ความเงียบงันยามรัตติกาลกลับกดทับลงมา หนักหน่วงราวกับผืนฟ้าที่กำลังจะถล่มลงมาทับร่าง ไป๋ลี่อินตวัดพู่กันขนกระต่ายป่าลงบนกระดาษซวนจื่อแผ่นสุดท้ายด้วยน้ำหนักมือที่มั่นคง เส้นสายตัวอักษรจีนที่เขียนด้วยหมึกชั้นดีพรั่งพรูออกมาเป็นสูตรยาถอนพิษโบราณที่นางต้องใช้เวลาคิดค้นมาแรมเดือน นางมิได้เงยหน้าขึ้นแม้แต่น้อยยามที่ได้ยินเสียงฝีเท้าหนักแน่นทว่าเงียบเชียบดังขึ้นที่หน้าประตู เพราะในจวนฉินอ๋องแห่งนี้ มีเพียงพยัคฆ์ร้ายผู้เดียวเท่านั้นที่มีสิทธิ์ย่างกรายเข้ามาในเขตหวงห้ามยามวิกาลเช่นนี้โดยไม่มีผู้ใดกล้าขัดขวาง “ดึกดื่นป่านนี้แล้ว เหตุใดท่านอ๋องจึงยังไม่เสด็จกลับตำหนักใหญ่ ทรงปล่อยให้ชายาผู้น้อยนั่งทนควันกำยานจนแสบจมูกเช่นนี้ มีพระราชกิจอันใดด่วนจี๋ถึงขนาดต้องบุกรุกห้องหอของสตรีที่ขึ้นชื่อว่าเป็น ‘อดีตภรรยาของแม่ทัพ’ กันหรือเพคะ” น้ำเสียงของนางราบเรียบ เย็นชา และเจือแววประชดประชันเล็กน้อย ทว่าแฝงไว้ด้วยความระแวดระวังเต็มพิกัด นางค่อยๆ วางพู่กันลงบนแท่นหยกขาวอย่างเชื่องช้า ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาผู้ที่ก้าวล่วงเข้ามาในอาณาเขตของนาง เซียวจ้านถิงหยุดยืนอยู่เบื้องหน้าโต๊ะเขียนหนังสือ แสงตะเกียงสีส้มสาดส่องกระทบใบหน้าคมคายดั่งสลักจากหินผา ดวงเนตรคมกริบดั่งเหยี่ยวราตรีคู่นั้นมิได้ทอดมองกระดาษสมุนไพรบนโต๊ะ หากแต่จับจ้องอยู่ที่ร่างระหงในชุดคลุมผ้าแพรสีนวลตาของสตรีตรงหน้า ชุดนอนตัวหลวมมิได้ลดทอนสง่าราศีของนางลงเลย กลับขับเน้นให้ผิวพรรณผุดผ่องและลำคอระหงดูงดงามราวกับหยกเนื้อดี ยิ่งยามที่นางเชิดคางขึ้นเล็กน้อยเพื่อท้าทายเขา หัวใจของแม่ทัพผู้เคยเหยียบย่ำสนามรบมาโชกโชนกลับกระตุกวูบอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน “เปิ่นหวางมิได้มาในฐานะท่านอ๋องผู้สำเร็จราชการ และมิได้มาเพื่อสนทนากราชการแผ่นดิน” สุ้มเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอื้อnเอ่ยออกมาแผ่วเบา ทว่าก้องกังวานในความเงียบ เซียวจ้านถิงก้าวเข้ามาประชิดโต๊ะอีกหนึ่งก้าว กลิ่นอายบุรุษเพศอันทรงพลังผสมผสานกับกลิ่นอายสนธยาและกลิ่นจางๆ ของสนามรบโชยเข้าแตะนาสิกของลี่อิน จนร่างบางต้องเผลอผถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยสัญชาตญาณ “ถ้าเช่นนั้น... สิ่งที่ทำให้ท่านอ๋องต้องทรงลอบเร้นยามวิกาล คือสิ่งใดเล่าเพคะ? หรือว่าบาดแผลจากคราวก่อนกำเริบขึ้นมาอีก หากเป็นเช่นนั้น ข้าเตรียมเข็มเงินไว้เรียบร้อยแล้ว เชิญท่านอ๋องถอดอาภรณ์ออกได้เลยเพคะ” นางเอ่ยเย้าด้วยรอยยิ้มหยันที่มุมปาก พยายามกลบเกลื่อนอัตราการเต้นของหัวใจที่เริ่มรัวเร็วกว่าปกติ เซียวจ้านถิงแค่นหัวเราะในลำคอ แววตาที่มักจะเยือกเย็นและดุร้ายยามเผชิญหน้ากับศัตรู บัดนี้กลับฉายแววความอ่อนล้าและความอัดอั้นตันใจที่ถูกเก็บงำไว้ภายใต้หน้ากากความไร้หัวใจมาเนิ่นนาน มือหนาเอื้อมออกไปควคอมือเรียวบางของนางไว้ทันทีที่นางทำท่าจะเบี่ยงตัวหนี แรงบีบที่ข้อมือนั้นไม่หนักหน่วงจนเจ็บ แต่เด็ดขาดและมั่นคงจนดึงร่างของนางให้เข้ามาประชิดตัวเขาในระยะที่ลมหายใจอุ่นร้อนรดรินรดกันและกัน “ลี่อิน... เจ้ายังคงใช้คำพูดเชือดเฉือนเพื่อผลักไสเปิ่นหวางเช่นนี้ทุกครั้งสินะ” “ท่านอ๋องโปรดสำรวมด้วย!” ลี่อินขมวดคิ้วมุ่น พยายามบิดข้อมือออกจากการกุมเกาะ แต่มันกลับแน่นหนาราวกับคีมเหล็ก “สถานะของเราในยามนี้คืออันใด ท่านย่อมรู้แก่ใจดี การกระทำเช่นนี้หาได้เหมาะสมกับตำแหน่ง ‘พระชายา’ ในนามของท่านไม่!” “เหมาะสมกระนั้นหรือ?” เซียวจ้านถิงทวนคำ รอยยิ้มขมขื่นปรากฏขึ้นที่มุมพระoษฎ์ “ตั้งแต่วินาทีแรกที่เปิ่นหวางก้าวเข้าไปในจวนเฉินเพื่อกระชากตัวเจ้าออกมาจากเงื้อมมือของบุรุษตาบอดผู้นั้น เปิ่นหวางไม่เคยสนใจกฎเกณฑ์บ้าบอของแผ่นดินนี้อีกเลย! เจ้าคิดว่าข้าทำไปเพราะต้องการแค่หมากตัวหนึ่งไว้ต่อรองกับราชสำนักงั้นรึ? เจ้าคิดว่าการที่ข้าคอยปกป้อง คอยตามล้างตามเช็ดทุกปัญหาที่พวกสุนัขลอบกัดส่งมาทำร้ายเจ้า เป็นเพราะความเวทนากระนั้นรึ ไป๋ลี่อิน!” น้ำเสียงที่ทรงอำนาจเริ่มสั่นเครือเล็กน้อยด้วยความอัดอั้น ตลอดชีวิตของเซียวจ้านถิง เขาคือกฎเกณฑ์ เป็นผู้ชี้เป็นชี้ตายในสนามรบ และเป็นผู้กุมชะตาชีวิตผู้คนนับแสน ทว่าต่อหน้าสตรีผู้ฉลาดล้ำและดื้อรั้นผู้นี้ เขากลับรู้สึกราวกับเด็กหนุ่มผู้ไร้เดียงสาที่ไม่รู้จะจัดการกับความรู้สึกบ้าคลั่งที่สุมอยู่ในอกอย่างไรดี ลี่อินชะงักงัน ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยยามสบเข้ากับดวงเนตรที่เต็มไปด้วยความจริงจังและห้วงอารมณ์ลึกซึ้งที่เขาพยายามปิดบังมาตลอด นางเคยคิดว่าเขาเป็นเพียงบุรุษกระหายอำนาจผู้ใช้ประโยชน์จากนางในการโค่นล้มศัตรูทางการเมือง นางเตรียมใจรับมือกับการหักหลังและการใช้ประโยชน์ร่วมกันมาโดยตลอด ทว่าในยามนี้ แววตาคู่นั้นกลับสะท้อนภาพเงาของนางเพียงผู้เดียว... แววตาที่เต็มไปด้วยความรักอันหนักหน่วงและเจ็บปวด “ท่านอ๋อง...” นางเอמהชื่อเขาแผ่วเบา ราวกับเสียงกระซิบของสายลม “ท่าน... กำลังพูดเรื่องอันใดเพคะ?” “เปิ่นหวางกำลังบอกว่า... ข้าตกหลุมพรางของสตรีใจร้ายนางหนึ่งเข้าแล้ว” เซียวจ้านถิงขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด จนหน้าผากของเขาสัมผัสเข้ากับหน้าผากมนของนางอย่างแผ่วเบา ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดพวงแก้มเนียนนุ่ม “ตั้งแต่วันแรกที่เจ้าจ้องหน้าข้าด้วยแววตาไร้ความเกรงกลัวในห้องโถงวันนั้น ตั้งแต่วินาทีที่เจ้าเอ่ยปากท้าทายอำนาจของตระกูลไป๋ด้วยรอยยิ้มเย้ยหยัน หัวใจของเซียวจ้านถิงผู้นี้ก็ไม่ได้เป็นของข้าอีกต่อไปแล้ว... ลี่อิน” คำสารภาพที่หลุดออกมาจากโอษฐ์ของบุรุษผู้ขึ้นชื่อว่าเหี้ยมเกรียมที่สุดในแผ่นดิน ราวกับสายฟ้าฟาดผ่าลงกลางใจของแพทย์หญิงผู้ไม่เคยหวั่นไหวต่อสิ่งใด หัวใจของนางกระตุกวูบและเต้นระรัวจนแทบจะหลุดออกมานอกอก ความอบอุ่นแผ่ซ่านไปทั่วร่าง ทว่าในขณะเดียวกัน สัญชาตญาณของการปกป้องตนเองก็ร้องเตือนภัยอย่างบ้าคลั่ง อำนาจ... ความรัก... และห้วงเหวแห่งการแย่งชิงบัลลังก์ สตรีที่ก้าวเข้ามาพัวพันกับบุรุษผู้กุมกองทัพประจิมเช่นเขา มิได้เดินอยู่บนเส้นทางโรยด้วยกลีบกุหลาบ หากแต่เหยียบย่ำอยู่บนคมดาบ นางหลุบตาลงซ่อนประกายความไหววูบในแววตา ก่อนจะแย้มยิ้มบางเบา—รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยันทั้งตนเองและโชคชะตา “ท่านอ๋องทรงตรัสล้อเล่นเกินไปแล้วเพคะ... สตรีที่ผ่านการแต่งงานมาแล้วอย่างข้า มีค่าอันใดให้ท่านต้องเอาอนาคตและราชบัลลังก์มาเสี่ยงเล่า?” “ถ้าบัลลังก์นั้นไม่มีเจ้าเคียงคู่... เปิ่นหวางจะคว้ามันมาเพื่ออันใด?” เซียวจ้านถิงสวนกลับทันควัน น้ำเสียงจริงจังหนักแน่นดุจคำสัตย์ปฏิญาณ มือหนาเลื่อนขึ้นประคองแก้มนวลของนางไว้อย่างทะนุถนอม ราวกับเกรงว่าหากใช้แรงมากกว่านี้ตุ๊กตาแก้วในมือจะแตกสลาย “ข้าหาใช่ฮ่องเต้ผู้มัวเมาในนารี แต่เจ้า... คือลมหายใจเดียวที่ทำให้ข้าอยากมีชีวิตอยู่เพื่อมองดูแผ่นดินนี้” บรรยากาศในห้องเงียบงันลงชั่วขณะ มีเพียงเสียงหัวใจของคนทั้งสองที่เต้นประสานกันเป็นจังหวะ ทว่าในขณะที่ลี่อินกำลังจะเอื้อนเอ่ยถ้อยคำใดเพื่อตอบรับหรือปฏิเสธสัมผัสอันลึกซึ้งนั้น... *กริ๊ง!* เสียงโลหะกระทบกันเบาๆ ดังขึ้นจากมุมมืดนอกหน้าต่างกระดาษสา พร้อมกับกลิ่นอายอันตรายที่พุ่งวาบเข้ามาในพริบตา! เซียวจ้านถิงแววตาเปลี่ยนเป็นดุร้ายในฉับพลัน เขาดึงร่างของลี่อินเข้าหาตัวเพื่อปกป้องไว้ด้านหลังในท่าเตรียมพร้อมรับมือ ก่อนที่ลูกธนูอาบยาพิษสีดำสนิทจะพุ่งทะลุกระดาษหน้าต่างเข้ามาปักลงบนโต๊ะหนังสือเสียงดังสนั่น หมึกสีดำกระจายเลอะเทอะกระดาษสมุนไพร ยังไม่ทันที่ทั้งสองจะได้ตั้งตัว ประตูห้องนอนก็ถูกถีบกระเด็นเปิดออกด้วยพลังลมภายในอันรุนแรง ร่างในชุดดำสนิทนับสิบคนพุ่งทะยานเข้ามาพร้อมกระบี่เปลือยเปล่าประกายแสงวาววับ และผู้นำกลุ่มที่ยืนอยู่แถวหน้าสุดคือเงาอัปמลของมือสังหารที่ลี่อินคุ้นเคยดี—มือสังหารจากตำหนักของไป๋ซิ่วอิงที่กุมความลับเรื่องยาพิษลอบสังหารฮ่องเต้อดีต! ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านกาลเวลาอันงดงามและเข้มข้นนี้ไปด้วยกันนะคะ
สารจากนักเขียน (ไป๋เหลียนฮวา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ชายาร้ายทวงบัลลังก์รัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%