ชายาร้ายทวงบัลลังก์รัก•ตอนที่ 22

พันธมิตรทางใจและอำนาจ

ผลงานโดย ไป๋เหลียนฮวา
ปลายเข็มเงินยาวสามนิ้วสะท้อนประกายวาววับใต้แสงเทียนสีชาด ก่อนจะถูกปักลงบนจุดฝังเข็มบริเวณต้นคอของเซียวจ้านถิงอย่างไร้ความลังเล หยาดเหงื่อเม็ดเล็กผุดพรายขึ้นตามกรอบหน้าคมคายที่บิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวด ทว่าเจ้าของร่างกลับไม่แม้แต่จะเปล่งเสียงครางสักแอะเดียว มีเพียงกล้ามเนื้อสันกรามที่ขบเข้าหากันจนนูนเด่น และดวงเนตรคมกริบดั่งพญาอินทรีที่ยังคงจับจ้องร่างระหงในชุดคลุมผ้าไหมปักลายหงส์เพลิงไม่วางตา "หากท่านยังดื้อดึงโคจรพลังภายในต้านทานพิษโลหิตอัคคีเช่นนี้อีก ต่อให้เป็นเทวดามาโปรด ก็มิอาจรักษาเส้นชีพจรของท่านให้กลับมาสมบูรณ์ได้ถึงแปดส่วนหรอกเพคะ, ท่านอ๋อง" น้ำเสียงหวานใสดุจไข่มุกกระทบจานหยกเอ่ยขึ้นเรียบเรื่อย ทว่าเฉียบคมบาดลึก นางตวัดปลายนิ้วถอดเข็มเงินเล่มสุดท้ายออกอย่างคล่องแคล่ว ก่อนจะใช้ผ้าแพรสีขาวสะอาดซับรอยโลหิตสีดำคล้ำที่ขับพิษออกมาอย่างเบามือ กลิ่นอายของสมุนไพรหายากคละคลุ้งไปทั่วตำหนักอี้อัน เงียบสงบจนได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นเป็นจังหวะของคนทั้งคู่ เซียวจ้านถิงแค่นหัวเราะในลำคออย่างแห้งผาก รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากหยักลึก "เปิ่นหวางคุมกองทัพประจิม ฟาดฟันกับศัตรูมานับไม่ถ้วน แผลเหวอะหวะนับร้อยยังไม่เคยทำให้สะท้าน เหตุใดวันนี้กลับต้องมาพ่ายแพ้ให้กับเข็มเล่มจิ๋วของชายารองเช่นเจ้าเล่า" ไป๋ลี่อินชะงักมือเล็กน้อย นางวางเข็มลงบนถาดหยกกระทบกันจนเกิดเสียงใสเบาๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาบุรุษผู้กุมอำนาจสูงสุดแห่งค่ายทหารประจิม ดวงตาคู่คมของนางพินิจพิจารณาอีกฝ่ายอย่างไม่เกรงกลัว "เข็มเล่มจิ๋วเหล่านี้สังหารคนได้ และก็รักษาคนได้เช่นกัน... ทว่าสิ่งที่น่ากลัวกว่าพิษในกายท่าน หาใช่พิษโลหิตอัคคีที่พวกมันลอบวางยาในค่ายกลไม่ แต่เป็น 'เงา' ในราชสำนักที่กำลังคอยเสียบแทงท่านต่างหากเล่าเพคะ" คำพูดของนางทิ่มแทงเข้าสู่จุดศูนย์กลางความขัดแย้งอย่างแม่นยำ บรรยากาศภายในห้องพลنينเยียบเย็นลงทันตาเห็น ร่างสูงใหญ่ขยับตัวลุกขึ้นจากตั่งไม้จันทน์หอม ชายผ้าคลุมสีดำปักลายมหาราชสะบัดตามการเคลื่อนไหว เขาก้าวเข้าไปใกล้สตรีตรงหน้าทีละก้าว กลิ่นอายกดดันอันทรงพลังแผ่ซ่านออกมาจนบรรยากาศรอบกายแทบหยุดนิ่ง ทว่าไป๋ลี่อินกลับมิได้ถอยหลังหนีแม้แต่ครึ่งก้าว นางเชิดหน้าขึ้นสบตากับเขาอย่างทระนง ศักดิ์ศรีและสติปัญญาที่ฉายชัดในแววตานั้นทำให้เซียวจ้านถิงต้องยอมรับจากใจจริงว่า สตรีตรงหน้าหาใช่ฮูหยินรองผู้ถูกทอดทิ้งในเรือนหลังอีกต่อไปแล้ว แต่นางคือนกฟีนิกซ์ที่ฟื้นคืนชีพจากกองเพลิงแห่งความตายอย่างแท้จริง "เจ้าฉลาดเกินไปแล้ว, ลี่อิน" เซียวจ้านถิงโน้มใบหน้าลงมาใกล้ จนลมหายใจอุ่นร้อนปัดป่าวกระทบพวงแก้มเนียนนุ่ม "คนฉลาดเช่นนี้ มักอายุไม่ยืนในวังหลวง" "ถ้าเช่นนั้น หม่อมฉันคงต้องฝากชีวิตไว้กับท่านอ๋องผู้ยิ่งใหญ่ ผู้สามารถพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดินได้ผู้เดียวแล้วกระมังเพคะ" ไป๋ลี่อินแย้มยิ้มบางเบา รอยยิ้มที่เปี่ยมด้วยความเย้ายوانและท้าทายในคราเดียวกัน "พวกเราต่างก็มีเป้าหมายเดียวกัน... ท่านต้องการบัลลังก์เพื่อปกป้องรากฐานแผ่นดินและล้างมลทินให้มารดา ส่วนหม่อมฉัน... ต้องการเหยียบย่ำคนชั่วที่เคยหยามเหยียดให้จมดิน และทวงคืนทุกสิ่งที่ควรเป็นของหม่อมฉันกลับคืนมา การร่วมมือกันย่อมเป็นหนทางที่ชาญฉลาดที่สุด" มือหนาเอื้อมออกไปสัมผัสปอยผมที่เคลียอยู่ข้างแก้มของนางอย่างทะนุถนอม สัมผัสนั้นอบอุ่นและมั่นคงดุจหินผา ทว่าแววตาของเขากลับเต็มไปด้วยความดุร้ายและจริงจังยิ่ง "ดี... ดีมาก" เซียวจ้านถิงเอ่ยเสียงทุ้มต่ำราวกับคำสัญญาจากขุมนรก "นับแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป ใครก็ตามที่บังอาจขวางทางเจ้า มันผู้นั้นจะต้องชดใช้ด้วยเลือดทุกหยด และหากผู้ใดในใต้หล้ากล้าแตะต้องเจ้าแม้แต่ปลายนิ้ว เปิ่นหวางจะเผากองโจรและราชสำนักแห่งนี้ให้เป็นจุลเพื่อล้างแค้นให้เจ้าเอง!" คำกล่าวประกาศิตนั้นหนักแน่นดั่งประกาศิตสวรรค์ หัวใจของไป๋ลี่อินที่ด้านชามานานนับปีกลับกระตุกวูบอย่างห้ามไม่อยู่ นางมองลึกเข้าไปในดวงตาคู่นั้น และพบแต่เพียงความจริงใจที่บ้าคลั่งและมั่นคงยิ่งกว่าสิ่งใด ทว่าก่อนที่ทั้งสองจะได้เอื้อMวาจาใดเพิ่มเติม เสียงฝีเท้าเร่งรีบและเสียงเคาะประตูด้านนอกก็ดังขึ้นทำลายความเงียบ "ท่านอ๋องพ่ะย่ะค่ะ! มีเรื่องด่วนจากชายแดนตะวันตก! กองกำลังลับขององค์ชายสามเคลื่อนไหวแล้ว และ... และมีราชสาส์นลับจากห้องทรงพระอักษรส่งตรงถึงท่านโดยเฉพาะพ่ะย่ะค่ะ!" เสียงรายงานจากองครักษ์เงาหน้าประตูดังแทรกเข้ามา เซียวจ้านถิงขมวดคิ้วมุ่นในทันที เขารับม้วนกระดาษประทับตราหยกมังกรทองที่ถูกส่งผ่านเข้ามาทางบ่าวรับใช้ รีบคลี่ออกอ่านด้วยสายตาที่คมกริบดั่งใบมีด ทว่าเพียงกวาดสายตาผ่านตัวอักษรไม่กี่บรรทัด สีพระพักตร์ของฉินอ๋องก็เปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดดุดันถึงขีดสุด นัยน์ตาคู่นั้นหรี่แคบลงด้วยความตกตะลึงระคนโกรธเกรี้ยว ไป๋ลี่อินสังเกตเห็นความผิดปกติ นางก้าวเข้าไปใกล้พลางเอ่ยถามเสียงเครือ "เกิดอะไรขึ้นเพคะ?" เซียวจ้านถิงมิได้ตอบคำทันที เขายื่นม้วนกระดาษแผ่นนั้นให้นาง ดวงตาคมกริบมองสตรีข้างกายด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อนยากจะหยั่งถึง "เสด็จพ่อ... มีพระราชโองการลับสละราชสมบัติแล้ว" เซียวจ้านถิงแค่นยิ้มหยัน "และผู้ที่ถูกแต่งตั้งให้ขึ้นครองราชย์ต่อจากพระองค์ หาใช่รัชทายาท... แต่เป็นชื่อของไป๋ซิ่วying ที่ถูกยกย่องให้เป็น 'พระชายาเอกในองค์รัชทายาทพระองค์ใหม่' พร้อมกับคำสั่งประหารชีวิตเจ็ดชั่วโคตร... ของตระกูลไป๋ และตัวเจ้าเอง" ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านกาลเวลาอันงดงามและเข้มข้นนี้ไปด้วยกันนะคะ
สารจากนักเขียน (ไป๋เหลียนฮวา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ชายาร้ายทวงบัลลังก์รัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%