ชายาร้ายทวงบัลลังก์รัก•ตอนที่ 23

ตระกูลเฉินเริ่มล่มสลาย

ผลงานโดย ไป๋เหลียนฮวา
กระดาษสาแผ่นบางชุ่มโชกไปด้วยหยดหมึกสีชาดและคราบน้ำตา หากแต่สิ่งที่น่าเวทนายิ่งกว่าตัวอักษรเหล่านั้น กลับเป็นร่างที่สั่นเทาของไป๋ซิ่วอิง ซึ่งบัดนี้กำลังหมอบกราบอยู่แทบเท้าของมารดาผู้ให้กำเนิด ในตำหนักตระกูลไป๋อันเงียบงันและอับทึบ "ท่านแม่... ช่วยข้าด้วย เจ้าค่ะ ข้าจะทำอย่างไรดี ข่าวลือจากชายแดนประจิมโหมกระหน่ำราวกองเพลิงแผดเผาตระกูลเฉินจนไม่เหลือชิ้นดีแล้ว..." เสียงสะอื้นไห้ปะปนกับกลิ่นอายความหวาดกลัว คลุ้งอยู่ในห้องโถงที่ถูกปิดตายม่านทึบทุกด้าน ไป๋ลี่อินยืนสงบนิ่งอยู่เบื้องหน้าหน้าต่างแกะสลักลายหมู่มฤคพนา นางสวมอาภรณ์ปักดิ้นเงินลายเมฆาล้อมหงส์สีจันทร์ เนื้อผ้าแพรต่วนชั้นดีทิ้งตัวพริ้วไหวตามจังหวะการเคลื่อนไหวอันสง่างาม บนศีรษะประดับปิ่นหยกขาวสลักลายดอกบัวคู่ มือเรียวบางดั่งลำหยกกำลังบรรจงใช้พู่กันขนกระต่ายแต้มหมึกสีเข้มลงบนกระดาษสมุนไพรอย่างใจเย็น ราวกับเหตุการณ์พังทลายของตระกูลเฉินที่อยู่เบื้องล่างนั้น เป็นเพียงเรื่องราวลมแล้งที่พัดผ่านชายคาเรือน "เจ้าตื่นตระหนกเกินไปแล้ว น้องรอง" น้ำเสียงหวานใสแต่เย็นเยียบดั่งน้ำค้างแข็งกลางเหมันต์ฤดูเอ่ยขึ้น ไป๋ลี่อินไม่ได้แม้แต่จะชายตามองสตรีที่กำลังคร่ำครวญอยู่เบื้องล่าง "ความโลภเป็นบ่อเกิดแห่งหายนะ แม่ทัพเฉินเฟยสามีผู้ประเสริฐของเจ้า หลงระเริงในอำนาจ มัวเมาในชัยยะจอมปลอม คิดฮุบงบประมาณกองทัพและเสบียงกรังไปเสวยสุขในเรือนหอสำราญ... วันนี้ เมื่อความจริงถูกเปิดโปงโดยราชยโองการด่วนจากกองทัพประจิม เหตุใดจึงมานั่งหลั่งน้ำตาเป็นสายเลือดเล่า?" "เป็นเจ้า! เป็นฝีมือเจ้าใช่ไหม ไป๋ลี่อิน!" ไป๋ซิ่วอิงผุดลุกขึ้น ดวงตาแดงก่ำด้วยความเคียดแค้นชิงชัง นางพุ่งตัวเข้ามาหมายจะคว้าชายกระโปรงของพี่สาวต่างมารดา หากแต่ยังไม่ทันได้แตะต้องปลายนิ้ว ร่างระหงก็ต้องหยุดชะงักงันเมื่อสัมผัสได้ถึงไอสังหารอันเย็นเยียบที่แผ่ซ่านมาจากมุมมืดของห้องโถง เงาร่างสูงโปร่งในชุดคลุมสีดำสนิทปักลายมังกรห้ากรงเล็บด้วยด้ายสีทองทมิฬก้าวออกมาจากความสลัว เซียวจ้านถิง หรือฉินอ๋องผู้กุมอำนาจกองทัพประจิม แววตาคมกริบดั่งเหยี่ยวพญาหันมามองไป๋ซิ่วอิงราวกับมองมดปลวกตัวหนึ่ง รังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาจากตัวเขากดดันจนอากาศในห้องแทบจะกลายเป็นของแข็ง "กล้าดีอย่างไร จึงบังAอาจขึ้นเสียงใส่ชายาของเปิ่นหวาง" น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ดังก้องกังวานดั่งอสุนิบาดฟาดลงกลางใจ ไป๋ซิ่วอิงทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นอีกครั้ง ความหวาดกลัวต่ออำนาจล้นฟ้าของฉินอ๋องกัดกินหัวใจจนนางแทบไม่กล้าหายใจ ไป๋ลี่อินวางพู่กันลงอย่างนุ่มนวล นางหันกลับมาสบตากับพระสวามีผู้ดุร้าย แววตาคู่คมที่เคยเยียบเย็นพลันอ่อนแสงลงเล็กน้อยเมื่อปะทะกับสายตาที่เต็มไปด้วยความคลั่งไคล้และห่วงใยจากบุรุษผู้นี้ เซียวจ้านถิงก้าวเข้าไปใกล้ รั้งเอวบางเข้ามาโอบกอดไว้อย่างทะนุถนอม ราวกับเกรงว่านางจะบอบช้ำจากบรรยากาศเน่าเฟะภายในตระกูลเก่าของตน "หม่อมฉันไม่ได้ทำสิ่งใดเกินกว่าเหตุเพคะ ท่านอ๋อง" ไป๋ลี่อินเอ่ยเสียงเรียบพลันซบหน้าผากลงบนลาดไหล่กว้างของเขา "แค่ปล่อยให้ความโลภของพวกเขา กัดกินตัวตนจนวินาศสันตะโรไปเองเท่านั้น" ข่าวการพ่ายศึกที่ชายแดนและความผิดฐานทุจริตยักยอกเสบียงของแม่ทัพเฉินเฟยแพร่สะพัดออกไปราวกับไฟลามทุ่ง ราชสำนักสะเทือนเลื่อนลั่น ฮ่องเต้ทรงพระพิโรธอย่างหนักเนื่องจากในช่วงเวลาหน้าสิ่วหน้าขัติที่แคว้นเผชิญศึกรอบด้าน กลับมีขุนนางกังฉินสูบเลือดเนื้อกองทัพไปบำเรอความสุขส่วนตน ราชโองการปลดฟ้าผ่าถูกส่งตรงไปยังจวนแม่ทัพเฉินในทันที พร้อมด้วยราชองครักษ์เสื้อแพรที่เคลื่อนพลเข้าปิดล้อมจวนเพื่อยึดทรัพย์และคุมตัวคนในตระกูลมาสอบสวน ณ จวนแม่ทัพเฉินที่เคยโอ่อ่าและเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะเยาะหยัน ไป๋ลี่อินในยามนี้กลับมาเยือนในฐานะแขกผู้ทรงเกียรติเคียงข้างฉินอ๋อง บรรยากาศรอบด้านเต็มไปด้วยความโกลาหล เสียงกรีดร้องของบ่าวไพร่และเสียงโลหะกระทบกันดังระงม เฉินเฟยที่ชุดเกราะเต็มยศบัดนี้หลุดลุ่ย ใบหน้าซูบผอมและเต็มไปด้วยร่องรอยความพ่ายแพ้ เขาถูกมัดด้วยโซ่ตรวนเหล็กกล้า คุกเข่าอยู่กลางลานกว้างท่ามกลางสายฝนที่เริ่มโปรยปรายลงมา สายตาที่เคยเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งจองหองในวันที่ขับไล่นาง บัดนี้เต็มไปด้วยความสิ้นหวังและสำนึกระคนความอัปยศอดสู "ลี่อิน..." เฉินเฟยเงยหน้าขึ้นมองสตรีที่ยืนอยู่ใต้ร่มกระดาษน้ำมันสีแดงสด นางช่างงดงาม สง่าราศีเปล่งประกายเจิดจ้าเสียจนเขาแทบไม่กล้าสบตา "เจ้า... เจ้าช่วยข้าที ข้าถูกใส่ร้าย... เสบียงพวกนั้น..." ไป๋ลี่อินก้าวเดินเข้าไปใกล้ชิดทีละก้าว เสียงรองเท้าปักลายกระทบพื้นหินดังก้องในความเงียบงัน นางก้มมองบุรุษที่ครั้งหนึ่งนางเคยเรียกว่าสามีด้วยแววตาว่างเปล่า ไร้ซึ่งความโกรธแค้น ไร้ซึ่งความอาลัยอาวรณ์ มีเพียงความสมเพชเวทนาที่ฉายชัดผ่านนัยน์ตาคู่สวย "ถูกใส่ร้ายอย่างนั้นหรือ?" ไป๋ลี่อินเอ่ยด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาแต่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ "วันที่ท่านตัดพ้อว่าข้าเป็นสตรีไร้ค่า วันที่ท่านฟังคำเป่าหูของสตรีสารเลวแล้วขับไล่ข้าออกจากจวน ท่านเคยคิดถึงความตายของเหล่าทหารหาญที่ต้องอดอยากกลางทุ่งหิมะหรือไม่? ความโลภของท่านฆ่าคนนับพันด้วยมือคู่นั้นเอง เฉินเฟย วันนี้สิ่งที่ท่านได้รับ มันน้อยเกินไปด้วยซ้ำกับหยาดเลือดและน้ำตาของราษฎร" "เจ้ามันปีศาจ!" เฉินเฟยคำรามด้วยความคลุ้มคลั่ง พยายามจะพุ่งเข้าหาแต่น้ำหนักของโซ่ตรวนและบาดแผลจากการรบทำให้เขาร่วงลงไปกองกับพื้นดินโคลนอย่างน่าสมเพช เซียวจ้านถิงก้าวเข้ามาบังร่างของชายาเอกไว้ พร้อมกับตวัดสายตาคมปลาบดั่งคมดาบไปยังนักโทษประหารเบื้องหน้า เพียงแค่โบกมือครั้งเดียว ราชองครักษ์ก็เข้ามาลากตัวเฉินเฟยออกไปเพื่อรอรับพระราชอาญาขั้นสูงสุดในวันรุ่งขึ้น ฝนเริ่มโปรยปรายหนาเม็ดขึ้น ทว่าความอบอุ่นจากอุ้งมือหนาที่กุมมือเรียวบางไว้แน่นกลับต้านทานความหนาวเย็นของบรรยากาศรอบตัวได้อย่างสิ้นเชิง ไป๋ลี่อินเงยหน้าขึ้นสบตากับพระสวามีผู้เคียงข้าง รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปากของนาง เกมในเรือนหลังสิ้นสุดลงแล้ว และเกมในราชสำนักกำลังจะเริ่มต้นขึ้นอย่างแท้จริง ทว่า... ในขณะที่ทุกอย่างกำลังดำเนินไปตามแผนการอันไร้ที่ติ ขันธ์ทีอาวุโสผู้ดูแลพระตำหนักในก็เร่งฝีเท้าเข้ามาด้วยใบหน้าซีดเผือด เนื้อตัวเปียกปอนหยดน้ำฝน พร้อมกับยื่นกล่องไม้ประดับลายมังกรหยกสลักให้แก่ฉินอ๋องด้วยมือที่สั่นเทา "ท่านอ๋อง... พระราชโองการลับฉบับด่วนที่สุดจากฮ่องเต้... ตราประทับหยก... หายไปจากห้องทรงพระอักษรแล้วพ่ะย่ะค่ะ!" ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านกาลเวลาอันงดงามและเข้มข้นนี้ไปด้วยกันนะคะ
สารจากนักเขียน (ไป๋เหลียนฮวา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ชายาร้ายทวงบัลลังก์รัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%