เสียงกระเบื้องเคลือบสีครามกระทบโต๊ะทรงอักษรไม้จันทน์แดงดัง *กริ๊ก* เบา ๆ ทว่าก้องกังวานบาดลึกในตำหนักไทเฮาที่เงียบสงัดจนได้ยินเสียงน้ำมันตะเกียงไส้กระดาษมอดไหม้
เซียวจ้านถิงมิได้ชายตามองถ้วยชาอี้ชิงที่ลอยกรุ่นควันจาง ๆ นั้นแม้แต่น้อย
ดวงเนตรคมกริบดั่งพญาเหยี่ยวทอดมองไปยังแผ่นป้ายมังกรทองเหนือพระแท่นบรรทม รัศมีอำนาจแผ่ซ่านกดดันจนขันทีและนางกำนัลรอบกายต่างพากันคุกเข่าหมอบราบ สั่นสะท้านด้วยความหวาดกลัวต่อบุรุษผู้กุมอำนาจกองทัพประจิม ผู้ซึ่งกำชะตาชีวิตของแคว้นไว้ในอุ้งมือ
"ฉินอ๋อง... เจ้าถึงกับกล้าใช้วิธีนี้บีบบังคับเราเชียวหรือ"
สุ้มเสียงแหบพร่าแต่ทรงอำนาจของโอรสสวรรค์ดังขึ้นจากเบื้องหลังม่านมุก ฮ่องเต้ผู้ร่วงโรยในวัยชราทรงแย้มพระสรวลเยียบเย็น ทว่าแววตากลับเต็มไปด้วยความหวาดระแวงระคนชิงชัง
"ฝ่าบาททรงเข้าใจผิดแล้วพ่ะย่ะค่ะ" เซียวจ้านถิงขยับวรกายโค้งคำนับอย่างไว้ตัว น้ำเสียงราบเรียบดุจผิวน้ำในบึงลึก ไร้ซึ่งความยำเกรง "กระหม่อมเพียงนำ 'ความจริง' ที่สมควรได้รับการชำระสะ้างถวายแด่พระเนตรพระกรรณ หาได้มีเจตนาบีบบังคับผู้ใดไม่"
พับฎีกาปึกหนาถูกโยนลงบนโต๊ะ ทับซ้อนกับหลักฐานการทุจริตและหลักฐานการคบคิดกับกบฏชายแดนของตระกูลเฉินและตระกูลไป๋—หลักฐานชิ้นสำคัญที่ไป๋ลี่อิน มอบให้เขามาในยามวิกาล นางใช้มันเพื่อแลกกับการหย่าขาดอย่างสมบูรณ์ และเขากำลังใช้มันเพื่อเด็ดหัวศัตรูทุกตัวที่กล้าอาจเอื้อมแตะต้องนาง
"เจ้าต้องการสิ่งใดกันแน่... เซียวจ้านถิง อำนาจในมือเจ้าก็ล้นฟ้าจนข้าต้องระแวงอยู่ทุกค่ำคืน เหตุใดจึงยังต้องเกลือกกลิ้งลงมาในโคลนตมแห่งการอภิเษกสมรสกับสตรีที่ผ่านการแต่งงานมาแล้วผู้นั้นอีก" ฮ่องเต้ตรัสถามด้วยความไม่เข้าใจ บุรุษผู้เย็นชาดั่งน้ำแข็ง ทว่ากลับยอมสยบแทบเท้าสตรีเพียงนางเดียว
เซียวจ้านถิงเงີยพระพักตร์ขึ้น นัยน์ตาดุร้ายวับวามด้วยประกายแสงอันตราย รอยยิ้มหยันผุดขึ้นที่มุมพระโอษฐ์อย่างเย้ยหยัน
"สตรีผู้นั้น... สำหรับฝ่าบาทอาจเป็นเพียงหมากเบี้ยที่ไร้ค่า แต่สำหรับกระหม่อม นางคือดวงใจ คืออำนาจที่แท้จริง และคือเกียรติยศที่กระหม่อมยอมเอาชีวิตเข้าแลก วันนี้กระหม่อมไม่ได้มาเพื่อ 'ทูลขอ' พระราชทานสมรส แต่มากราบทูลให้พระองค์ทรง 'ประกาศิต' องค์ซือฝู่แห่งสำนักแพทย์หลวง ไป๋ลี่อิน ให้ดำรงตำแหน่งพระชายาเอกฉินอ๋องอย่างสมเกียรติ"
คำประกาศิตนั้นหนักแน่นดั่งขุนเขา ท่ามกลางความเงียบงันที่กดดันจนแทบหยุดหายใจ
ฮ่องเต้ทรงพระสรวลออกมาเสียงแหบแห้ง ทรงตระหนักดีว่าในยามนี้แคว้นกำลังเผชิญศึกรอบด้าน หากไร้ซึ่งกองทัพประจิมของเซียวจ้านถิง ราชบัลลังก์ใต้ร่างพระองค์คงพังทลายลงในชั่วข้ามคืน พระองค์ไม่มีทางเลือกอื่นใด นอกจากต้องพยักพระพักตร์ยินยอมอย่างจำนน
ในขณะเดียวกัน ณ จวนฉินอ๋องอันวิจิตรตระการตา
ไป๋ลี่อินในอาภรณ์ผ้าไหมปักลายหงส์เพลิงสีแดงสด ทอดพระเนตร (หรือสายตาทอดมอง) เงาสะท้อนของตนเองในกระจกทองเหลือง มือเรียวบางบรรจงปักปิ่นหยกขาวลายดอกบัวเผื่อนลงบนมวยผมอย่างประณีต
กลิ่นอายความเย็นชาและเฉียบคมแผ่ซ่านรอบกาย นางมิใช่ฮูหยินรองผู้ถูกกระทำอีกต่อไปแล้ว นับแต่วันที่นางก้าวเท้าออกจากตระกูลไป๋และตระกูลเฉิน ทางเดินเบื้องหน้าถูกปูด้วยกระดูกและเลือดของศัตรู
"ฮูหยินเจ้าคะ..." เสียงสาวใช้คนสนิทดังขึ้นพร้อมกับฝีเท้าเร่งรีบ นางก้าวเข้ามาด้วยใบหน้าซีดเผือด "มี... มีราชеогการด่วนจากในวังหลวงพ่ะย่ะค่ะ! ประกาศแต่งตั้งท่านเป็นพระชายาเอกฉินอ๋องอย่างเป็นทางการแล้วเจ้าค่ะ!"
ไป๋ลี่อินชะงักมือเล็กน้อย ปิ่นหยกในมือมั่นคงไร้ซึ่งความสั่นไหว มุมปากอิ่มเอิบยกยิ้มขึ้นบางเบา ดั่งดอกเหมันต์ที่เบ่งบานท่ามกลางพายุหิมะ
ทุกอย่างเป็นไปตามแผนที่นางและเซียวจ้านถิงร่วมกันเดินหมาก
ทว่า ในวินาทีที่นางกำลังจะหันไปรับราชโองการนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับร้อยนายก็ดังกระหึ่มขึ้นจากหน้าประตูเรือน พร้อมกับเสียงตะโกนก้องด้วยความตกใจขององครักษ์
*โครม!*
ประตูไม้สักทองสลักลายวิจิตรถูกถีบพังทลายลงในคราเดียว ร่างสูงใหญ่ในชุดเกราะทหารองครักษ์หลวงชุ่มโชกไปด้วยกลิ่นอายคาวเลือดก้าวเข้ามา พร้อมกับเงาร่างของบุรุษผู้หนึ่งที่ลี่อินคุ้นเคยและขยะแขยงที่สุดในชีวิต
แม่ทัพเฉินเฟย... อดีสามีผู้โง่เขลา บัดนี้ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความแค้นเคืองและดวงตาแดงก่ำราวกับคนเสียสติ ในมือของเขาถือกระบี่อาบยาพิษที่ส่องประกายวาววับในความมืด
"ไป๋ลี่อิน! นังสารเลว! เจ้าคิดจะเหยียบย่ำตระกูลเฉินแล้วเสวยสุขเคียงข้างมันรึ ไม่มีวันเสียหรอก!" เฉินเฟยคำรามลั่น พุ่งกระโหลกเข้าหานางด้วยจิตสังหารเต็มเปี่ยม
ทว่า ไป๋ลี่อินกลับไม่แม้แต่จะขยับกายถอยหลัง นางเพียงปรายตามองบุรุษผู้โง่ง่ามเบื้องหน้าด้วยแววตาสมเพชเวทนา ราวกับกำลังมองสุนัขบ้าตัวหนึ่งที่กำลังวิ่งเข้าหาความตาย
ริมฝีปากบางขยับเอ่ยคำพูดแผ่วเบาที่ทำให้เฉินเฟยต้องหยุดชะงักฝีเท้าด้วยความหวาดผวา
"ท่านแม่ทัพเฉิน... ท่านคิดจริง ๆ หรือว่าประตูเรือนของฉินอ๋อง... จะยอมให้สุนัขจรจัดเช่นท่านเดินเข้ามาได้ง่ายดายเพียงนี้?"
สิ้นเสียงหวานกังวานดั่งระฆังแก้ว พื้นเรือนรอบกายของเฉินเฟยก็พลันยุบตัวลง พร้อมกับเสียงลูกศรนับพันดอกที่ดีดตัวพุ่งแหวกอากาศออกมาจากทุกทิศทุกทาง ล้อมรอบร่างของเขาไว้ในมุมอับที่ไร้ทางหนีทีไล่!
ขอบพระคุณท่านรี้ดผู้ทรงเกียรติทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านพายุอารมณ์นี้มาด้วยกันนะคะ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้พบกันในตอนหน้าค่ะ
ชายาร้ายทวงบัลลังก์รัก•ตอนที่ 38
คำขอพระราชทานสมรส
ผลงานโดย ไป๋เหลียนฮวา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไป๋เหลียนฮวา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ชายาร้ายทวงบัลลังก์รัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!