ก้อนโลหะหนักหน่วงสี่ร้อยชั่งถูกดีดขึ้นสู่ท้องฟ้าด้วยแรงของเครื่องยิงหิน ก่อนจะร่วงหล่นลงมากระแทกกำแพงเมืองหลวงชั้นนอกอย่างโหดเหี้ยม เสียงสนั่นหวั่นไหวรากับฟ้าผ่าดึงเอาความเงียบงันยามราตรีให้แตกสลายเป็นเสี่ยงๆ เปลวไฟจากลูกไฟที่ถูกชุบน้ำมันยางพวยพุ่งขึ้นย้อมราตรีให้กลายเป็นสีเลือด กลิ่นคาวเลือดและดินปืนลอยคละคลุ้งมากับสายลมหนาวเหน็บที่พัดพาละอองฝนปะปนหยาดน้ำค้างลงมาอาบไล้แผ่นดิน
บนเชิงเทินสูงตระหง่าน ลมหายใจอุ่นร้อนถูกพ่นออกมาเป็นไอสีขาวจางๆ ไป๋ลี่อินในชุดเกราะหนังปักลายหงส์เพลิงเข้ารูป ขอบเสื้อและปลายแขนประดับด้วยขนจิ้งจอกขาวบริสุทธิ์ขับเน้นให้ใบหน้ารูปไข่กระจ่างใสยิ่งดูสง่างามเยือกเย็น ดวงตาดอกท้อคู่นั้นกวาดมองกองทัพมหึมานับแสนนายเบื้องล่างที่ดั่งคลื่นมหาภัยซัดสาดเข้าประชิดประตูเมือง
"องค์รัชทายาททรงพระสติฟั่นเฟือนถึงเพียงนี้เชียวหรือ ถึงได้ยอมชักศึกเข้าบ้าน ชักนำพวกเผ่าเร่ร่อนนอกด่านเหยียบย่ำแผ่นดินบรรพบุรุษ"
น้ำเสียงหวานใสดุจไข่มุกกระทบจานหยกเอ่ยขึ้นเรียบเรื่อย ทว่าแฝงไว้ด้วยกระแสเย้ยหยันบาดลึก นางยกมือขึ้นจัดสาบเสื้อเกราะให้สามีด้วยความประณีตบรรจง ปลายนิ้วเรียวเรียบเนียนสัมผัสกับโครงหน้าคมคายของบุรุษผู้กุมชะตาแผ่นดิน
เซียวจ้านถิงสวมชุดเกราะเหล็กดำสนิทไร้เงา สะท้อนรัศมีอำนาจดุจพญายมในแดนมิคสัญญี ดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยวทะเลทรายทอดมองไปยังกองทัพกบฏเบื้องล่างด้วยความเหี้ยมเกรียม ไร้ซึ่งความหวาดหวั่นพรั่นพรึงแม้แต่น้อย เขายื่นมือหนาใหญ่ขึ้นกอบกุมมือเรียวเย็นเฉียบของภรรยาไว้แนบอก ถ่าย
"คนโง่เขลา ย่อมไม่รู้ว่าตนเองกำลังขุดหลุมฝังศพ"
เสียงทุ้มต่ำราวกับเสียงคำรามของพยัคฆ์ร้ายในถ้ำลึกดังลอดไรฟัน เซียวจ้านถิงก้มลงจุมพิตที่หลังมือของนางแผ่วเบา ท่ามกลางห้วงเวลาที่ความเป็นความตายอยู่ห่างกันเพียงเส้นยาแดง "ลี่อิน เจ้ากลัวหรือไม่? เสียงกลองศึกคำรามเช่นนี้ อาจทำให้สตรีอื่นขวัญหนีดีฝ่อ"
ไป๋ลี่อินแย้มยิ้มบางเบา รอยยิ้มของนางงดงามหยาดเยิ้มปานบุปผาแรกแย้มท่ามกลางหิมะโปรยปราย แต่นัยน์ตากลับทอประกายคมปลาบดุจใบมีดอาบยาพิษ "กลัวหรือเพคะ? หม่อมฉันเพียงแต่เสียดายกระสุนปืนใหญ่และโอสถพิษที่เตรียมไว้ต้อนรับพวกมันน้อยเกินไป... ท่านอ๋องทรงบัญชาการเถิดเพคะ ให้พวกมันได้รู้ว่าแผ่นดินนี้มิใช่สถานที่ที่สุนัขจรจัดจะเข้ามาเห่าหอนตามอำเภอใจ"
สิ้นคำสั่ง พลธนูบนเชิงเทินนับหมื่นก็งันคันศรจนสุดแรง เกิดเป็นเสียงสายธนูตึงเปรี๊ยะราวกับเสียงดนตรีแห่งความตาย ก่อนที่หิมะสีขาวจะถูกย้อมด้วยห่าฝนลูกศรเพลิงที่ถูกปล่อยออกไปพร้อมกัน ท้องนภาสีนิลถูกแผดเผาจนสว่างวาบดั่งกลางวัน เสียงกรีดร้องโหยหวนของเหล่าทหารกบฏดังระเบือนประสานกับเสียงกลองศึกที่ยังคงโหมกระหน่ำไม่ขาดสาย
ลึกลงไปในความวุ่นวายเบื้องล่าง ภายในกระโจมบัญชาการชั่วคราวของกองกำลังกบฏ ไป๋ซิ่วอิง ในชุดอนุภรรยาประดับอาภรณ์หรูหราเกินฐานะ กำลังยืนตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว ใบหน้าที่เคยงดงามบิดเบี้ยวด้วยความริษยาและตื่นตระหนก นางมองภาพสามีเก่าอย่างแม่ทัพเฉินเฟยที่บัดนี้กลายเป็นเพียงหมากตัวหนึ่งที่กำลังจะถูกทิ้งขว้าง เฉินเฟยถือดาบยาวในมือ ดวงตาแดงก่ำด้วยฤทธิ์สุราและความแค้นฝังหุ่น เขาถูกความโลภครอบงำจนยอมเป็นสุนัขรับใช้ให้องค์รัชทายาทเหยียบย่ำศักดิ์ศรี
"ท่านแม่ทัพ... ประตูเมืองยังไม่แตก ท่าน... พวกเราจะทำอย่างไรดี เจ้าสารเลวเซียวจ้านถิงมันเตรียมการไว้หมดแล้ว!" ไป๋ซิ่วอิงกรีดร้องเสียงแหลมสูง เขย่าแขนสามีด้วยความสติแตก
เฉินเฟยปัดมือนางออกอย่างไม่ใยดี แววตาที่มองนางเต็มไปด้วยความรังเกียจเดียดฉันท์ "หุบปากนังโง่! เป็นเพราะเจ้า! เป็นเพราะคำเป่าhูและมารยาทร้อยเล่ห์ของเจ้า ที่ทำให้ข้าต้องขับไล่ไป๋ลี่อินสตรีผู้มีปัญญาเป็นเลิศออกไป! ถ้ารู้ว่าสตรีแซ่ไป๋ผู้นั้นจะมีวาสนาถึงขั้นเป็นถึงชายาเอกของฉินอ๋อง ข้าไม่มีวันปล่อยนางไปเด็ดขาด!"
ไป๋ซิ่วอิงสะอื้นไห้ตัวโยน ความรู้สึกพ่ายแพ้ตีตื้นขึ้นมาจนจุกอก นางเกลียด... เกลียดไป๋ลี่อิน! เกลียดที่พี่สาวต่างมารดาผู้นี้ไม่ว่าจะตกอยู่ในสถานการณ์ใด ก็ยังคงยืนหยัดอย่างสง่างามเหนือคนทั้งปลาด!
ทว่า ในขณะที่การนองเลือดกำลังดำเนินไปถึงจุดเข้มข้น เสียงโห่ร้องจากด้านหลังกองทัพกบฏก็ดังขึ้นพลิกสถานการณ์ กองกำลังเสริมลึกลับธงรบปักรูปพยัคฆ์คำรามเคลื่อนตัวเข้าโอบล้อมกองทัพกบฏจากด้านหลังอย่างสมบูรณ์แบบ!
บนเชิงเทิน ไป๋ลี่อินหรี่ตามองกลุ่มคนที่เพิ่งควบม้าเข้ามาใหม่ ท่ามกลางหิมะโปรยปราย ร่างสูงโปร่งในชุดคลุมผ้าไหมปักดิ้นทองของบุรุษผู้หนึ่งก้าวลงจากหลังม้า เขาปลดผ้าคลุมหน้าออก เผยให้เห็นใบหน้าหล่อเหลาเยียบเย็นที่แม้แต่เซียวจ้านถิงยังต้องปรายตามองด้วยความแปลกใจ
ราชครูหนุ่มผู้หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยจากเมืองหลวงเมื่อครึ่งปีก่อน... กลับก้าวเข้ามาพร้อมกับราชποรการลับฉบับสุดท้ายที่สามารถพลิกแผ่นดินได้ทั้งแผ่น!
"ถวายบังคมฉินอ๋อง และพระชายา..." ราชครูหนุ่มคุกเข่าลงข้างหนึ่ง ทว่ารอยยิ้มที่มุมปากกลับซ่อนความนัยอันน่าสะพรึงกลัว "กระผมนำ 'ของขวัญ' ชิ้นใหญ่มามอบให้ตามสัญญาพ่ะย่ะค่ะ... พระราชโองการสละราชสมบัติขององค์ฮ่องเต้... ถูกประกาศก้องทั่วหล้าแล้วพ่ะย่ะค่ะ"
ไป๋ลี่อินชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาดอกท้อหรี่แคบลงอย่างใช้ความคิด นางปรายตามองไปยังถ้วยชาอุ่นๆ ที่ขันทีคนสนิทเพิ่งนำมาถวาย ก่อนที่รอยยิ้มเย็นเยียบจะผุดขึ้นที่ริมฝีปากอิ่ม
ไป๋เหลียนฮวาจะรอพบทุกท่านในตอนต่อไปค่ะ
ชายาร้ายทวงบัลลังก์รัก•ตอนที่ 29
เสียงกลองศึกคำราม
ผลงานโดย ไป๋เหลียนฮวา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไป๋เหลียนฮวา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ชายาร้ายทวงบัลลังก์รัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!