กลิ่นคาวโลหิตเข้มข้นคละคลุ้งจนแสบนาสิก ตัดสลับกับกลิ่นอายดินปืนและควันไฟที่พวยพุ่งย้อมผืนฟ้าทิศประจิมให้กลายเป็นสีชาด ยามนี้ สนามรบเบื้องหน้าหาใช่เพียงสถานที่ห้ำหั่นระหว่างบุรุษชาตรี หากแต่เป็นแดนประหารที่พญามัจจุราชกำลังตวัดพู่กันขีดชื่อผู้ไร้ลมหายใจนับพันลงในสมุดบัญชี
เสียงร่ำไห้ระคนเสียงโหยหวนด้วยความเจ็บปวดของเหล่าทหารกล้าดังระเบิดระเบ้อ ท่ามกลางหิมะสีขาวที่บัดนี้ถูกย้อมจนกลายเป็นสีแดงฉาน
"ฮูหยินรอง! แนวหน้าปีกขวาถูกห่าเกาทัณฑ์ระดมยิงลงมา บาดเจ็บล้มตายร่วมร้อย บาดแผลฉกรรจ์เกินกว่าที่หมอสนามจะรับมือไหวแล้วขอรับ!"
เสียงรายงานที่สั่นเครือของนายทหารสื่อสารดังขึ้น พร้อมกับร่างที่ทรุดลงคุกเข่าต่อหน้าสตรีในชุดคลุมผ้าแพรปักลายหงส์สีเพลิง ทว่าบัดนี้อาภรณ์หรูหรากลับเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบเลือดและโคลนตมจนแทบไม่เหลือเค้าเดิม
ไป๋ลี่อินมิได้มีทีท่าหวาดหวั่น นางกวาดสายตาคมกริบดั่งพญาเหยี่ยวไปยังแนวหน้า ท่ามกลางความโกลาหลนั้น นางคือศูนย์กลางความสงบอันน่าอัศจรรย์ สองมือเรียวบางที่เคยจับแต่ตำราพิชัยสงครามและเข็มเงินฝังเข็ม ยามนี้กำลังตระเตรียมผ้าพันแผลและโถยาสมานแผลสูตรลับอย่างคล่องแคล่วว่องไว
"เตรียมม้าเร็วสี่ตัว ขนสำภาระเวชภัณฑ์และถังต้มสมุนไพรตามข้ามา ใครที่ยังมีลมหายใจ ข้า... ไป๋ลี่อิน จะไม่ยอมให้ผู้ใดต้องตายอย่างไร้ค่าในสนามรบแห่งนี้เด็ดขาด!"
น้ำเสียงกังวานใสดุจแก้วเจียระไนแต่ทรงพลังอำนาจจนเหล่าทหารบาดเจ็บรอบด้านต่างนิ่งงัน ความเด็ดเดี่ยวในดวงตาคู่สวยสะท้อนประกายความกล้าหาญที่เหนือล้ำกว่าบุรุษอกสามศอกหลายเท่าตัว
ร่างระหงควบอาชาสีหมอกพุ่งทะยานเข้าสู่เขตกระสุนตกอย่างไม่เกรงกลัวความตาย เส้นผมสีดำสนิทที่เคยเกล้าไว้อย่างประณีตถูกรวบมัดด้วยผ้าคาดผมเรียบง่าย ปิ่นหยกขาวสลักลายบุปผาโยกไหวตามแรงควบทะยาน แววตาของนางเฉียบคมดุจคมกระบี่ นางคือแพทย์หญิงผู้กุมความเป็นความตายของเหล่าทหารหาญแห่งกองทัพประจิม
เมื่อไป๋ลี่อินมาถึงเต็นท์พยาบาลชั่วคราว ภาพเบื้องหน้าคือความโหดร้ายที่บีบคั้นหัวใจ ทหารหนุ่มนับร้อยนอนเรียงรายส่งเสียงครวญครางด้วยพิษบาดแผล บางคนแขนขาขาดรุ่งริ่ง เลือดไหลไม่หยุดจนผิวพรรณซีดเผือก
"หมอ! ช่วยลูกพี่ข้าด้วย เขาโดนธอาบยาพิษ ขาเริ่มเน่าเปเปอร์แล้ว!" นายทหารยศนายกองคนหนึ่งพุ่งเข้ามาควบชายเสื้อของนาง ดวงตาแดงก่ำด้วยหยาดน้ำตาแห่งความสิ้นหวัง
ไป๋ลี่อินไม่เอื้อMนเอ่ยคำไร้สาระ นางพุ่งตรงไปยังร่างของทหารนายนั้นทันที ปลายนิ้วเรียวแตะลงที่ชีพจรอย่างแม่นยำ ก่อนจะแค่นเสียงลอดไรฟัน "พิษสลายกระดูก... หากช้ากว่านี้อีกหนึ่งเค่อ ขาข้างนี้คงต้องตัดทิ้ง"
นางหยิบมีดผ่าตัดขนาดเล็กที่ผ่านการลนไฟฆ่าเชื้อขึ้นมาอย่างรวดเร็ว สายตาแน่วแน่ไร้ซึ่งความลังเล แม้คราบเลือดจะกระเซ็นโดนพวงแก้มเนียนนุ่มจนดูราวกับภาพวาดของปีศาจสาวผู้สง่างาม ทว่าในยามนี้ นางคือเทพเซียนผู้ประทานชีวิต
"จับเขาไว้ให้มั่น ข้าจะกรีดเอาเนื้อที่ตายแล้วออก!"
ท่ามกลางเสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดของทหารผู้เคราะห์ร้าย ไป๋ลี่อินลงมืออย่างรวดเร็วและแม่นยำราวกับจับวาง เข็มเงินสามเล่มถูกปักลงจุดชีพจรสำคัญเพื่อสกัดกั้นการไหลเวียนของโลหิตและระงับความเจ็บปวด เลือดสีคล้ำทะลักออกมาตามคมมีด แต่นางมิได้กะพริบตาแม้แต่น้อย สมาธิแน่วแน่อยู่กับการขูดพิษออกจนหมดสิ้น ก่อนจะโรยผงยาสมานแผลและพันด้วยผ้าสะอาดอย่างรวดเร็ว
"เรียบร้อย... พักผ่อนให้ดี เจ้าจะไม่ตายที่นี่" นางเอמהกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่หนักแน่น ทหารหนุ่มผู้นั้นมองนางด้วยแววตาเทิดทูนราวกับนางพญาผู้ลงมาโปรด
ทว่าความโกลาหลมิได้หยุดเพียงแค่นั้น เสียงกลองศึกและเสียงโห่ร้องของกองทัพข้าศึกดังสะเทือนเลื่อนลั่นขึ้นอีกระลอก คลื่นทหารม้าฝ่ายตรงข้ามกำลังบุกทะลวงแนวป้องกันเข้ามาใกล้เต็นท์พยาบาลทุกที!
"ฮูหยินรอง! ถอยเถอะขอรับ! กองหน้าฝ่ายตรงข้ามทะลวงแนวรบมาถึงนี่แล้ว หากช้ากว่านี้จะอันตรายถึงชีวิต!" องครักษ์เงาคนสนิทของฉินอ๋องควบม้าเข้ามาตะโกนรายงานด้วยใบหน้าตื่นตระหนก เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายเต็มกรอบหน้า
ไป๋ลี่อินตวัดสายตาดุดันมองไปยังทิศทางที่ฝุ่นตลบอบอวล นางค่อย ๆ ยืนขึ้นเต็มความสูง อาภรณ์เปื้อนเลือดพลิ้วไหวตามแรงลมหนาว นางมิได้ถอยหนีแม้แต่ก้าวเดียว มือเรียวเอื้อมไปหยิบขวดกระเบื้องสีชาดบรรจุพิษสลายวิญญาณที่ปรุงขึ้นเองจากข้างเอว
"ถอยหรือ? ในพจนานุกรมของไป๋ลี่อิน ไม่มีคำว่าถอยต่อหน้าศัตรูผู้ไร้สัจจะ!"
น้ำเสียงเยือกเย็นกังวานก้องสะท้อนความดุดันที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความงามล่มเมือง รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากอิ่มสวย นางหันไปสั่งการเหล่าแพทย์สนามและทหารที่ยังพอมีแรง "พวกเจ้าหามผู้บาดเจ็บถอยไปทางหุบเขาด้านหลัง ส่วนผู้ใดที่ยังจับอาวุธไหว... อยู่กับข้า! วันนี้ข้าจะให้พวกมันได้รู้ซึ้งว่า สตรีแห่งกองทัพประจิม หาใช่เบี้ยล่างให้ผู้ใดเหยียบย่ำ!"
ทันใดนั้น เสียงควบม้าอันทรงพลังดุจพายุหมุนก็ดังแหวกอากาศเข้ามา พร้อมกับเงาร่างสูงใหญ่ในชุดเกราะทมิฬประดับลวดลายมังกรโลหิตที่แผ่รังสีอำมหิตปกคลุมไปทั่วสารทิศ เซียวจ้านถิง... ฉินอ๋องผู้เยือกเย็นและดุร้าย ปรากฏกายขึ้นราวกับเทพสงครามผู้ลงทัณฑ์
ดวงตาคมกราบดุจพญายมกวาดมองสถานการณ์ก่อนจะมาหยุดที่ร่างของสตรีงามผู้ยืนหยัดท่ามกลางกองเลือด ประกายความห่วงใยที่ระคนด้วยความกริ้วโกรธฉายชัดในแววตาของบุรุษผู้ไม่เคยเกรงกลัวผู้ใดในใต้หล้า
"ลี่อิน!" เสียงทุ้มต่ำตวาดก้องด้วยความร้อนรน ก่อนที่ร่างสูงจะกระโจนลงจากหลังม้าพุ่งตรงเข้ามาคว้าเอวบางเข้าสู่อ้อมอกแกร่งทันที "เจ้าช่างกล้าดียิ่งนัก! ใครอนุญาตให้เจ้าเอาชีวิตมาแขวนไว้บนเส้นด้ายที่แนวหน้าเช่นนี้!"
ไป๋ลี่อินเงยหน้าขึ้นสบตาบุรุษผู้กุมหัวใจและอำนาจครึ่งแผ่นดิน มุมปากหยักยิ้มเย้ายวนแม้รอบกายจะเต็มไปด้วยกลิ่นอายความตาย นางเอื้อมมือเรียวที่เปื้อนคราบเลือดขึ้นแตะเบา ๆ ที่สันกรามคมสันของสามีอย่างไม่เกรงกลัวอาญา
"หากหม่อมฉันไม่มา... แล้วใครเล่าจะรักษาดวงใจของท่านอ๋อง... หากพระองค์ทรงบาดเจ็บกลับไปเล่าเพคะ?"
เซียวจ้านถิงชะงักงัน ลมหายใจสะดุดกึก รังสีอำมหิตรอบกายพลันมลายหายสิ้นเหลือเพียงความคลั่งรักที่ลุกโชนในดวงตาคมกริบ เขาก้มลงกระซิบชิดริมฝีปากนางด้วยน้ำเสียงพร่าสั่น "เจ้ามัน... ดื้อด้านเสียจริง ให้ตายเถอะ... ข้าอยากจะลงโทษเจ้าให้สาสมบนเตียงนัก!"
ยังไม่ทันที่ไป๋ลี่อินจะได้เอ่ยสิ่งใดโต้ตอบ เสียงระฆังศึกสนามรบก็ดังสนั่นหวั่นไหว พร้อมกับลูกธนูเพลิงดอกยักษ์ที่พุ่งแหวกอากาศตรงดิ่งมายังเต็นท์พยาบาลเบื้องหลังพวกเขา ทั้งสองสะบัดหน้าขวับไปมองพร้อมกัน และในเสี้ยววินาทีนั้นเอง...
กองกำลังเสริมปริศนาที่สวมชุดเกราะลายพยัคฆ์โลหิตก็โผล่พรวดพราดออกมาจากแนวป่าทึบ พร้อมกับธงประจำกองทัพที่โบกสะบัด... ธงตราสัญลักษณ์ของแคว้นอริที่ควรจะถูกกวาดล้างไปแล้วเมื่อสามปีก่อน!
ไป๋ลี่อินหรี่ตาลงอย่างอันตราย สมองอัจฉริยะประมวลผลทันที "นี่ไม่ใช่การโจมตีธรรมดา... มีหนอนกระทำjการภายในกองทัพ!"
เซียวจ้านถิงแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ แววตาดุดันเปล่งประกายความเหี้ยมเกรียมถึงขีดสุด เขาดึงกระบี่ประจำกายออกจากฝัก เสียงเหล็กกระทบกันกังวานเยือกเย็น
"ดี... ในเมื่อพวกมันอยากตายนัก ข้าก็จะส่งพวกมันลงนรกไปพร้อมกัน... แต่ก่อนอื่น..." ฉินอ๋องหันมามองชายารักด้วยสายตาหวานเชื่อมแต่เต็มไปด้วยประกาศิต "หลังจากจบศึกนี้ เจ้าเตรียมตัวรับทัณฑ์รักจากสามีผู้0นี้ให้ดี ไป๋ลี่อิน"
ไป๋เหลียนฮวาจะรอพบทุกท่านในตอนต่อไปค่ะ
ชายาร้ายทวงบัลลังก์รัก•ตอนที่ 31
แพทย์หญิงในสนามโลหิต
ผลงานโดย ไป๋เหลียนฮวา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไป๋เหลียนฮวา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ชายาร้ายทวงบัลลังก์รัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!