"ตู้พระราชสำนักฝ่ายใน มีกฎเหล็กห้ามผู้ใดแตะต้องโดยพละการ... เหตุใดจู่ๆ 'ตำราสืบอายุขัยรัชกาลก่อน' จึงไปนอนสงบนิ่งอยู่ใต้สำรับผ้าไหมของฮูหยินรองไป๋เล่าเพคะ?"
น้ำเสียงแหลมสูงที่เจือความสะใจของไป๋ซิ่วอิงดังแวววาวขึ้นท่ามกลางความเงียบงันอันน่าอึดอัดภายในตำหนักชิงฮวา กลิ่นอายของกำยานดอกกุ้ยฮวาที่ถูกจุดไว้จางๆ ไม่สามารถกลบความตึงเครียดที่ลอยวนอยู่ในอากาศได้แม้แต่น้อย ข้าราชบริพารและขันทีหลวงนับสิบชีวิตต่างก้มหน้าต่ำจนคางชิดอก ไม่มีผู้ใดกล้าแม้แต่จะหายใจแรง
ไป๋ลี่อินยังคงนั่งนิ่งสงระงับอยู่บนเก้าอี้ไม้จันทน์แกะสลักลวดลายหงส์คู่เกี้ยวบัลลังก์ นางสวมชุดกระโปรงยาวผ้าต่วนสีม่วงอมเทาปักลายเมฆมงคลด้วยดิ้นเงินบริสุทธิ์ บนเรือนผมสีดำสนิทปักปิ่นหยกขาวสลักลายดอกบัวตูมที่สั่นไหวเบาๆ ตามจังหวะการหายใจ ดวงตาหงส์คู่คมกวาดมองหีบไม้จันทน์แดงที่เปิดอ้าอยู่เบื้องหน้า ซึ่งภายในบรรจุคัมภีร์แพทย์โบราณเล่มหนาที่ประทับตราลัญจกรของสำนักหมอหลวงไว้อย่างเด่นชัด
"ปากบอกว่าเป็นแพทย์ผู้ทรงคุณธรรม แต่เบื้องหลังกลับลักลอบขโมยตำราล้ำค่าของราชสำนักเพื่อหวังครอบครองเคล็ดลับการปรุงยาอายุวัฒนะ ช่างบังAจนัก!" แม่ทัพเฉินเฟย อดีสามีผู้โง่เขลาที่บัดนี้ถูกอำนาจมืดครอบงำจนตาบอดสนิท ก้าวออกมาจากกลุ่มขุนนางด้วยท่าทีผยองพองขน สายตาที่มองนางเต็มไปด้วยความสมเพชและริษยาที่ยังคุกรุ่น "ลี่อิน เจ้าช่างต่ำช้าเกินเยียวยาแล้วจริงๆ"
ลี่อินมิได้สะดุ้งสะเทือน นางเพียงยกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มบางเบา—รอยยิ้มที่เยียบเย็นเสียจนผู้พบเห็นต้องสันหลังวาบ
"แม่ทัพเฉิน..." นางเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่ากังวานใสราวกระดิ่งเงินกระทบสายลม "สมองของท่านคงตีบตันไปพร้อมกับอำนาจในมือสินะ ถึงได้แยกไม่ออกว่า 'หลักฐาน' กับ 'ละครฉากใหญ่' มันต่างกันตรงไหน"
"บังอาจ!" ขันทีอาวุโสผู้ดูแลพระราชสำนักแผดเสียงกร้าว "หลักฐานคาตาเช่นนี้ ฮูหยินรองยังกล้าปฏิเสธอีกหรือ? ทหาร! 4 ขุนนางฝ่ายตรวจสอบ ค้นตัวนาง!"
ฝ่ามือเรียวบางภายتใต้แขนเสื้อยาวสะบัดออกเบาๆ นางหาได้หลบเลี่ยงไม่ กลับยืดกายขึ้นอย่างสง่างาม ท่วงท่าองอาจราวนางพญาผู้ครองแผ่นดินจนเหล่าทหารที่ก้าวเข้ามาต้องชะงักง่าด้วยความเกรงขามโดยไม่รู้ตัว
"อยากค้นก็เชิญ..." ลี่อินก้าวเท้าเข้าไปหาขันทีอาวุโสทีละก้าวอย่างไม่เกรงกลัว ดวงตากวาดมองไปที่ไป๋ซิ่วอิงผู้กำลังซ่อนรอยยิ้มกระหายเลือดไว้ภายใต้ผ้าเช็ดหน้าปักลายดอกเหมือง "แต่จำไว้... ของสิ่งใดที่พวกเจ้า 'ยัดเยียด' เข้ามาในเรือนของข้า วันนี้พวกเจ้าจะต้องคายมันออกมาพร้อมกับดอกเบี้ยที่สาสม"
ทันGนั้นเอง บรรยากาศรอบด้านก็พลันหนาแน่นขึ้นจนแทบหายใจไม่ออก เสียงฝีเท้าหนักแน่นนับร้อยนายที่สวมเกราะเหล็กกระทบพื้นหินดังสนั่นก้องมาจากนอกตำหนัก ปลายทวนคมกลาบสะท้อนแสงไฟจากคบเพลิงวาววับ บรรยากาศกดดันแผ่ซ่านจนขุนนางหลายคนถึงกับเข่าอ่อน
ร่างสูงสง่าในชุดคลุมสีดำสนิทปักลายมหาราชห้าเล็บด้วยดิ้นทองคำ โครงหน้าคมคายดั่งเทพสลัก เย็นชาและดุร้ายราดยมทูตแห่งขุมนรก ก้าวเข้ามาหยุดยืนเบื้องหน้าไป๋ลี่อินอย่างปกป้อง ดวงตาคู่นคมกริบของฉินอ๋อง เซียวจ้านถิง กวาดมองทุกคนในห้องด้วยรัศมีสังหารที่รุนแรงจนแทบหยุดหายใจ
"ใครหน้าไหน... กล้าแตะต้องชายาของเปิ่นหวัง?"
น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงอำนาจเอ่ยขึ้นเพียงประโยคเดียว ทว่ากลับทำให้ทั่วทั้งตำหนักเงียบกริบดั่งป่าช้า ไป๋ซิ่วอิงหน้าซีดเผือดจนไร้สีเลือด นางรีบก้าวถอยหลังไปสามก้าวด้วยความหวาดกลัวสุดขีด
เซียวจ้านถิงมิได้สนใจสายตาหวาดผวาของผู้ใด เขายื่นมือหนาออกไปกุมมือเรียวของลี่อินขึ้นมาแนบไว้ที่อกเสื้ออย่างทะนุถนอม ก่อนจะปรายตามองหีบตำราแพทย์บนโต๊ะด้วยแววตาดุจพยัคฆ์ร้ายจ้องเหยื่อ
"ดี... ในเมื่อพวกเจ้าอยากเล่นเกมสุนัขลอบกัดนัก เปิ่นหวังก็จะเปิดทางให้พวกเจ้าได้เล่นจนวินาทีสุดท้าย"
ฉินอ๋องแย้มสรวลเหี้ยมเกรียม พลางส่งสัญญาณมือให้องครักษ์เงานำม้วนกระดาษลับฉบับหนึ่งโยนลงแทบเท้าของขันทีอาวุโส
"เปิดออกอ่านสิ... ว่าสมรู้ร่วมคิดคดีนี้ มีหัวสุนัขตัวใดบ้างที่ต้องหลุดจากบ่าก่อนฟ้าสาง"
ดวงตาทุกคู่เบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก เมื่อขันทีอาวุโสค่อยๆ คลี่ม้วนกระดาษออกด้วยมือที่สั่นเทา และพบว่าตราประทับบนนั้นหาใช่ของสำนักหมอหลวง... แต่เป็น 'ตราประทับลับ' จากตำหนักองค์รัชทายาท!
ไป๋เหลียนฮวาขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านกาลเวลาอันงดงามและเข้มข้นนี้ไปด้วยกันนะคะ
ชายาร้ายทวงบัลลังก์รัก•ตอนที่ 17
กับดักในเขตพระราชฐาน
ผลงานโดย ไป๋เหลียนฮวา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไป๋เหลียนฮวา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ชายาร้ายทวงบัลลังก์รัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!