ชายาร้ายทวงบัลลังก์รัก•ตอนที่ 18

หลักฐานมัดตัว

ผลงานโดย ไป๋เหลียนฮวา
เสียงตบโต๊ะไม้จันทน์หอมดังสนั่นหวั่นไหว สะท้อนก้องไปทั่วตำหนักรับรอง ทว่าไป๋ลี่อินกลับมิได้สะดุ้งสะเทือนแม้แต่น้อย นางยังคงนั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้พนักโค้งบุด้วยเบาะกำมะหยี่สีเลือดหมูอย่างสง่างาม อาภรณ์ปักลายหงส์บินวาดลู่ตามสรีระเยื้องกาย ปิ่นหยกขาวบนมวยผมทรงเทพธิดาไหวระย้าตามจังหวะการหายใจเข้าออกอันสม่ำเสมอ เบื้องหน้าของนางคือหีบสมบัติไม้สักทองฝังมุกที่ถูกเปิดอ้าออกอย่างไร้ความปรานี เผยให้เห็นสิ่งของล้ำค่าระยิบระยับ และท่ามกลางประกายแสงเหล่านั้น กลับมีสมุดปกหนังสีดำสนิทเล่มหนึ่งซ่อนอยู่ก้นหีบ—ตำราลับราชสำนักที่ระบุแผนผังคลังอาวุธและรายชื่อสายลับในกองทัพประจิม "ไป๋ลี่อิน เจ้ายังมีสิ่งใดจะแก้ตัวอีกหรือไม่?" น้ำเสียงเยียบเย็นดุจน้ำค้างแข็งในเหมันตฤดูเอ่ยขึ้นจากบุรุษผู้ยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้า ฉินอ๋องเซียวจ้านถิง ดวงตาคมกราบดั่งพญาเหยี่ยวคู่นั้นมองนางด้วยความซับซ้อน ทว่าแฝงไว้ด้วยประกายความดุร้ายที่พร้อมจะฉีกกระชากทุกคนที่กล้าเข้ามาขวางทาง ทว่าลึก,ลงไปในก้นบึ้งของดวงตาสูงคู่นั้น กลับมีความเจ็บปวดระคนผิดหวังฉายวาบขึ้นอย่างรวดเร็วจนยากจะจับ Aura ความเยือกเย็นแผ่ซ่านกดดันจนข้าราชบริพารรอบกายต้องคุกเข่าตัวสั่นงันทว่าไป๋ลี่อินกลับเพียงยกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มบางเบา รอยยิ้มที่เปี่ยมด้วยสติปัญญาและความเย้ยหยันในโชคชะตา "ท่านอ๋องทรงรีบร้อนตัดสินความเกินไปแล้วกระมังเพคะ..." นางเอ่ยขึ้น น้ำเสียงนุ่มนวลทว่าก้องกังวานบาดลึกถึงขั้วหัวใจ "หีบใบนี้กุญแจอยู่กับหม่อมฉันผู้เดียวก็จริง แต่ความลับในวังหลังแห่งนี้... มีผู้ใดบ้างที่ไม่ปรารถนาจะให้หม่อมฉันกลายเป็น 'คนทรยศ' เล่าเพคะ?" คำพูดของนางราวกับมีเข็มพิษเคลือบน้ำตาล พุ่งตรงไปยังไป๋ซิ่วอิงผู้ยืนบีบผ้าเช็ดหน้าอยู่เบื้องหลังด้วยสีหน้าตื่นตระหนกปนหวาดกลัว นางน้องสาวต่างมารดาผู้นี้แสดงละครเก่งเสียยิ่งกว่างิ้วโรงหลวง ดวงตาคู่สวยแดงก่ำคลอด้วยหยาดน้ำตา พร้อมจะร่วงหล่นลงมาได้ทุกเมื่อเพื่อเรียกคะแนนความน่าสงสารจากบุรุษผู้ทรงอำนาจ "พี่หญิง... ท่านอย่าได้ดึงดันปฏิเสธอีกเลยเจ้าค่ะ!" ไป๋ซิ่วอิงสะอื้นไห้ น้ำเสียงสั่นเครือจนน่าเวทนา "ข้ากับท่านแม่ทัพเฉินเฟยบังเอิญผ่านมาได้ยินเสียงผิดปกติในห้องของท่าน จึงแจ้งขันทีให้มาตรวจสอบ ไม่นึกเลย... ไม่นึกเลยว่าท่านจะกล้าซ่อนตำรากบฏเช่นนี้ไว้ใต้หีบสินเจ้าสาวที่ท่านอ๋องประทานให้! ท่านทำเช่นนี้... เอาหน้าท่านอ๋องไว้ที่ใดเล่าเจ้าคะ!" แม่ทัพเฉินเฟยที่ยืนสงաբอยู่ข้างกายสตรีแซ่ไป๋ผู้น้อง ก้าวออกมาประสานมือคำนับด้วยท่าทางองอาจทว่าแววตากลับเต็มไปด้วยความสมเพชเวทนาในตัวอดีตภรรยา "ท่านอ๋องพ่ะย่ะค่ะ กระผมจำต้องกราบทูลความจริง แม้ไป๋ลี่อินจะเป็นอดีตฮูหยินของกระผม แต่ความผิดฐานเป็นหนอนกระบอนเกลือ สมคบคิดกับกบฏแคว้นหลี่นั้นใหญ่หลวงนัก หากปล่อยไว้ เกรงว่ากองทัพประจิมของพระองค์จะสั่นคลอนพ่ะย่ะค่ะ!" บรรยากาศในห้องเงียบงันลงชั่วขณะ เสียงลมหายใจของขันทีและนางกำนัลดังแผ่วเบาราวกับเสียงแมลงหวี่ ไป๋ลี่อินกวาดสายตามองหน้าคนทั้งสามด้วยความรู้สึกขบขันระคนสมเพช นางลุกขึ้นยืนช้าๆ ท่วงท่าองอาจสง่างามราวกับพญาหงส์กางปีก แม้จะตกอยู่ในฐานะผู้ต้องหา แต่รัศมีอำนาจและความเย่อหยิ่งในศักดิ์ศรีของนางกลับไม่ลดน้อยลงเลยแม้แต่น้อย นางก้าวเข้าไปใกล้ฉินอ๋องทีละก้าว จนได้กลิ่นอายบุรุษและกลิ่นจันทร์หอมจางๆ จากกายของเขา "แม่ทัพเฉิน..." ไป๋ลี่อินเอ่ยเสียงกระซิบแผ่วเบา ทว่าเฉียบคมดุจใบมีดโกน "ท่านช่างขยันขันแข็งในการเหยียบย่ำอดีตภรรยาเสียจริงนะ เกรงกลัวว่าท่านอ๋องจะทรงเมตตาหม่อมฉันเกินไปจนลืมบุญคุณที่ท่านคาบข่าวมาฟ้องหรืออย่างไร?" เฉินเฟยหน้าถอดสีไปวูบหนึ่งเมื่อถูกจี้ใจดำด้วยสายตาคมกริบคู่นั้น ทว่ายังไม่ทันที่เขาจะได้โต้ "บังجาญ!" เสียงตวาดก้องพร้อมกับดาบยาวในฝักขององครักษ์เงาที่ถูกชักออกมาครึ่งเล่มทำให้ทุกคนสะดุ้ง เซียวจ้านถิงก้าวเข้าประชิดร่างบางอย่างรวดเร็ว มือหนาเอื้อมไปบีบคางมนของนางไว้แน่นด้วยแรงอารมณ์ที่คุกรุ่น นิ้วเรียวแข็งแกร่งราวก้ามปูบีบลงบนผิวแก้มนวลจนขึ้นรอยแดงระเรื่อ ดวงตาคู่นั้นแดงก่ำด้วยความโกรธเกรี้ยวทว่าลึกซึ้งในเวลาเดียวกัน "ไป๋ลี่อิน เจ้าคิดว่าข้าโง่เขลาปานนั้นเชียวหรือ?" น้ำเสียงของฉินอ๋องต่ำพร่า น่ากลัว และเต็มไปด้วยความเจ็บปวดที่ถูกทรยศ "ข้าปกป้องเจ้าจากคนทั้งราชสำนัก ข้ามอบอำนาจในจวนให้เจ้ากำราบทุกคน แต่นี่คือสิ่งที่เจ้าตอบแทนข้าหรือ? ตำราเล่มนี้... เจ้าจะแก้ตัวว่าอย่างไร!" นางสบตาเขากลับอย่างไม่เกรงกลัว แม้ความเจ็บจากแรงบีบที่คางจะแล่นริ้วขึ้นสมอง หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย แต่นางยังคงเชิดหน้าขึ้นสูง รอยยิ้มเยาะหยันปรากฏบนเรียวปากสีชาด "ถ้าหม่อมฉันบอกว่า... ตำราเล่มนั้นไม่ใช่ของหม่อมฉัน ท่านอ๋องจะทรงเชื่อหรือเพคะ?" นางถามสวนกลับ เสียงเรียบสนิทราวกับสายน้ำนิ่งสนิท "หรือต่อให้หม่อมฉันมีปากเป็นร้อยปาก มีหลักฐานเป็นหมื่นชิ้น หากท่านเลือกที่จะเชื่อ 'หลักฐานมัดตัว' ที่จัดฉากขึ้นอย่างสมบูรณ์แบบนี้... หม่อมฉันก็ไม่มีอะไรจะกล่าวอีกแล้วพ่ะย่ะค่ะ" "องค์จักรพรรดิมีรับสั่ง!" ฉับพลัน เสียงแหลมสูงของขันทีเฒ่าผู้ดูแลพระราชวังหลวงดังแทรกบรรยากาศตึงเครียดขึ้นที่หน้าตำหนัก ขบวนทหารราชองครักษ์เสื้อแพรจำนวนนับร้อยนายกรูเข้ามาล้อมรอบตำหนักรับรองของฉินอ๋องไว้แน่นหนา ขันทีเฒ่าก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ถือราชโองการสีเหลืองทองอร่ามในมือ "ฉินอ๋องเซียวจ้านถิง และพระชายารองไป๋ลี่อิน... รับราชโองการ!" ทุกคนในห้องทรุดตัวลงคุกเข่าทันที ยกเว้นไป๋ลี่อินที่ยังคงยืนหยัดตรงหน้าฉินอ๋อง นางมองแผ่นป้ายผ้าสีทองนั้นด้วยแววตาที่ไหววูบเป็นครั้งแรก การเคลื่อนไหวของฝ่ายตรงข้ามรวดเร็วและเด็ดขาดเกินไป พวกมันมิได้ต้องการเพียงแค่กำจัดนางให้ออกไปจากจวนฉินอ๋อง แต่ต้องการดึงนางไปพิพากษาต่อหน้าพระพักตร์ฮ่องเต้ เพื่อตัดกำลังและสั่นคลอนบัลลังก์ของฉินอ๋องโดยตรง ขันทีเฒ่ากวาดตามองร่างบางที่ยังคงยืนหยัด ก่อนจะคลี่ราชโองการออกอ่านด้วยน้ำเสียงกังวาน "เนื่องด้วยพบหลักฐานสำคัญว่า พระชายารองไป๋ลี่อิน สมคบคิดกับกบฏแคว้นหลี่ ลักลอบส่งแผนผังคลังอาวุธหลวง เป็นความผิดมหันต์ระคายเคืองเบื้องพระบาท! ฮ่องเต้มีรับสั่งให้ควบคุมตัวไป๋ลี่อินไปสอบสวนอย่างเร่งด่วน ณ ท้องพระโรงหลวงในทันที ห้ามผู้ใดขัดขวาง มิฉะนั้นถือว่ามีความผิดฐานร่วมมือเป็นกบฏด้วย!" สิ้นเสียงประกาศ ตำหนักทั้งหลังตกอยู่ในความเงียบงันราวกับป่าช้า ไป๋ซิ่วอิงและเฉินเฟยลอบสบตากกันด้วยรอยยิ้มแห่งชัยชนะที่ซ่อนไว้ภายใต้ใบหน้าเศร้าสร้อย ทว่าฉินอ๋องเซียวจ้านถิงกลับยืนนิ่งสนิท ร่างสูงใหญ่แผ่รังสีสังหารน่าสะพรึงกลัวออกมาราวกับพญายมราชที่พร้อมจะปลิดชีพทุกคนในรัศมีร้อยลี้ มือหนากำด้ามกระบี่ข้างกายแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ทหารองครักษ์เสื้อแพรสองนายก้าวเข้าไปกระชากแขนเรียวของไป๋ลี่อินเพื่อใส่ตรวนเงิน ทว่าก่อนที่โลหะเย็นเฉียบจะทันได้สัมผัสข้อมือของนาง มือใหญ่คู่หนึ่งก็คว้าข้อมือของทหารนายนั้นไว้ด้วยแรงบีบมหาศาลจนกระดูกลั่นกรอบ! "ใครหน้าไหน... กล้าแตะต้องชายาของข้า!" เสียงคำรามต่ำดุจพยัคฆ์ร้ายสะเทือนเลื่อนลั่นไปทั่วฟ้าดิน ฉินอ๋องชักกระบี่ออกจากฝักในพริบตา คมดาบเปล่งประกายสีเงินยวงจ่อตรงไปยังลำคอของขันทีเฒ่าผู้ถือราชโองการ จนขันทีชราหน้าซีดเผือดทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นด้วยความหวาดกลัวสุดขีด ไป๋ลี่อินมองแผ่นหลังกว้างของบุรุษผู้ขึ้นชื่อว่าสามี นางรับรู้ได้ถึงพายุอารมณ์ที่กำลังโหมกระหน่ำในตัวเขา นางรู้ดีว่าหากฉินอ๋องลงมือในตอนนี้ ข้อหากบฏจะถูกปักป้ายลงบนตัวเขาอย่างสมบูรณ์แบบทันที และนั่นคือสิ่งที่ศัตรูต้องการมากที่สุด! นางจึงยื่นมือเรียวไปแตะลงบนแขนเสื้อของเขาแผ่วเบา สัมผัสนั้นอบอุ่นและมั่นคง ท่ามกลางวิกฤตที่แขวนอยู่บนเส้นด้าย นางกลับคลี่ยิ้มออกมาอย่างงดงามหยาดเยิ้ม เป็นรอยยิ้มที่ทำให้หัวใจของฉินอ๋องกระตุกวูบ "ท่านอ๋อง... เก็บกระบี่เถอะเพคะ" นางเอ่ยเสียงกระซิบข้างกายเขา แววตาฉายประกายปัญญาเจิดจ้าดั่งดวงดาราในคืนเดือนมืด "ในเมื่อพวกมันอยากเล่นละครฉากใหญ่นี้... หม่อมฉันก็จะไปเป็น 'นางเอก' ให้พวกมันดูสักครา... ดูซิว่า เมื่อความจริงปรากฏ หน้ากากของพวกมันจะหลุดร่วงลงมาน่าเกลียดเพียงใด!" นางดึงมือออกจากแขนของเขา หันหลังก้าวเดินนำหน้าทหารราชองครักษ์ออกไปอย่างไร้ความหวาดกลัว ทิ้งให้ฉินอ๋องยืนมองแผ่นหลังนั้นด้วยความรู้สึกที่แทบจะระเบิดเป็นจุล ทว่า... ในวินาทีที่ร่างบางก้าวพ้นธรณีประตูตำหนักออกไป เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับร้อยก็ดังสะท้อนก้องมาจากเบื้องนอก พร้อมกับการปรากฏตัวของบุคคลที่ไม่คาดฝันที่สุด—บุรุษในชุดเกราะทองคำประดับลายมังกรห้ากรงเล็บ ผู้ซึ่งควรจะประทับอยู่ ณ ตำหนักในวังหลวง บัดนี้กลับยืนขวางทางออกทั้งหมดไว้ด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบ! ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านกาลเวลาอันงดงามและเข้มข้นนี้ไปด้วยกันนะคะ
สารจากนักเขียน (ไป๋เหลียนฮวา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ชายาร้ายทวงบัลลังก์รัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%