กลิ่นของน้ำยาฟอร์มาลีนและแอลกอฮอล์เข้มข้นในห้องชันสูตร ไม่เคยทำให้รณพีร์รู้สึกฉุนเท่ากับกลิ่นอายความเย่อหยิ่งที่ลอยวนอยู่รอบตัวผู้ชายสวมเสื้อกาวน์สีขาวตรงหน้า
"คุณกำลังใช้ความรู้สึกส่วนตัวตัดสินคดีความ ท่านอัยการ"
เสียงทุ้มต่ำแต่นิ่งสนิทของ ดร.กันตภัทร ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงัดของห้องปฏิบัติการ นิติวิทยาศาสตร์ นิ้วเรียวยาวภายใต้ถุงมือยางกำลังคีบเศษเส้นใยสีดำชิ้นเล็กจิ๋ว วางลงบนสไลด์แก้วอย่างระมัดระวัง ราวกับสิ่งที่อยู่ตรงนั้นมีค่ามากกว่าชีวิตมนุษย์ที่ดับสลูนไปแล้ว
รณพีร์ยืนกอดอก แผ่นหลังเหยียดตรงภายใต้เสื้อสูทตัด The Bespoke เนี๊ยบกริบ ดวงตาคมกริบใต้กรอบแว่นสายตาโลหะมองกิริยานั้นด้วยความรู้สึกที่กึ่งEagerและหงุดหงิดในเวลาเดียวกัน
"ผมไม่ได้ใช้ความรู้สึก ดร.กันตภัทร ผมใช้ 'มาตราฐานทางกฎหมาย' และ 'พยานแวดล้อม' ที่ศาลยอมรับ" รณพีร์เน้นเสียงหนักแน่นในคำว่ากฎหมาย ดวงตาคู่คมจ้องทะลุผ่านเลนส์แว่นตรงไปยังดวงตาสีเข้มของจิตแพทย์นิติวิทยาศาสตร์ "ในขณะที่คุณกำลังนั่งเทียนทำนายสภาพจิตใจฆาตกรจากรอยแผล รอยแผลที่ต่อให้คุณผ่ามันออกมาดูเป็นร้อยรอบ มันก็พูดไม่ได้ว่าจำเลยมีเจตนาฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อนหรือไม่ในทางนิตินัย"
กันตภัทรหยุดมือ เงยหน้าขึ้นสบตาอัยการหนุ่ม มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นนิดๆ เป็นรอยยิ้มที่ไร้ซึ่งความอบอุ่น แต่กลับเต็มไปด้วยแรงดึงดูดประหลาดที่ทำให้คนมองต้องหายใจสะดุด
"กฎหมายมองเห็นแค่ 'ผลลัพธ์' ที่เกิดขึ้นบนกระดาษ แต่นิติวิทยาศาสตร์และจิตวิทยาพฤติกรรมมองเห็น 'ความจริง' ที่ซ่อนอยู่ใต้ผิวหนังครับ ท่านอัยการ" กันตภัทรขยับเข้าใกล้รณพีร์ทีละก้าว ระยะห่างระหว่างทั้งสองลดลงจนเหลือเพียงช่องว่างทางอากาศที่ไม่ถึงคืบ "ศาลอาจต้องการกระดาษแผ่นเดียวที่มีลายเซ็นรับสารภาพ แต่ผมรู้... ว่าฆาตกรคนนี้ไม่ได้ตั้งใจลงมือในวินาทีแรก แค่สัญชาตญาณดิบของเขาถูกกระตุ้นจากปมในวัยเด็กเหมือนกับที่..."
จิตแพทย์หนุ่มชะงักคำพูดไว้แค่นั้น ปล่อยให้ความเงียบเข้ามากัดกินช่องว่างระหว่างเรา ปลายจมูกของคนทั้งสองแทบจะสัมผัสกันได้หากขยับเข้าไปอีกนิด กลิ่นโคโลญจ์ราคาแพงผสมกับกลิ่นเฉพาะตัวของกันตภัทรแทรกซึมเข้ามาในโสตประสาทของรณพีร์ ทำให้สมองส่วนเหตุผลที่เคยทำงานเฉียบคมเริ่มรวนเรอย่างน่าประหลาด
รณพีร์ไม่ถอยหลัง เขากลับก้าวประชิดขึ้นไปอีก บังคับให้กันตภัทรต้องแหงนหน้ามองเล็กน้อย ความสูงไล่เลี่ยกันทำให้การปะทะทางสายตานี้ทรงพลังราวกับสนามแม่เหล็กขั้วเดียวกันที่พยายามผลักแต่ก็ดึงดูดเข้าหากันในคราเดียว
"หยุดจิตวิทยาตื้นๆ ของคุณซะ ดร.กันตภัทร" เสียงของรณพีร์ต่ำลงจนเกือบเป็นกระซิบ ลมหายใจอุ่นร้อนปัดผ่านริมฝีปากของอีกฝ่าย "คุณจะเอาทฤษฎีจิตแพทย์บ้านั่นมาลบล้างข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาไม่ได้ ถ้าจำเลยรอดคดีนี้เพราะความเห็นบ้าๆ ของคุณ ความยุติธรรมทั้งหมดจะพังทลาย"
"ความยุติธรรม?" กันตภัทรหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่แหบพร่าและเย้ยหยัน "ความยุติธรรมที่คุณยึดถือนักหนา... มันเคยช่วยปกป้องความลับเน่าเฟะในตระกูลของคุณเองได้ไหมล่ะครับ รณพีร์"
ราวกับมีสายฟ้าฟาดลงกลางห้องชันสูตร ร่างของรณพีร์ชะงักกึก ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยก่อนจะกลับมาแคบลงด้วยความกรุ่นโกรธ มือที่กอดอกอยู่คลายออกโดยอัตโนมัติ กำปั้นทั้งสองข้างกำแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน
ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมอีกครั้ง รุนแรงยิ่งกว่าเสียงฟ้าร้องยามพายุเข้า บาดแผลในอดีตที่รณพีร์พยายามฝังกลบไว้ใต้กองเอกสารทางกฎหมายนับพันฉบับ ถูกขุดคุ้ยขึ้นมาอย่างง่ายดายด้วยคำพูดเพียงประโยคเดียวของผู้ชายคนนี้
กันตภัทรไม่ได้แสดงความสะใจ เขาเพียงแค่มองลึกลงไปในดวงตาของอัยการหนุ่ม ค้นหาเศษซากความเปราะบางที่ซ่อนอยู่หลังหน้ากากอันสมบูรณ์แบบนั้น มือเรียวยาวยกขึ้นช้าๆ ปลายนิ้วแตะเบาๆ ที่ปกเสื้อสูทของรณพีร์ ราวกับจะจัดระเบียบให้ แต่การกระทำนั้นแฝงไปด้วยการคุกคามทางอารมณ์อย่างร้ายกาจ
"อย่าเอาเรื่องส่วนตัวมาปะปนกับคดี" รณพีร์เค้นเสียงลอดไรฟัน มือใหญ่เอื้อมไปคว้าข้อมือของกันตภัทร บีบไว้แน่นเพื่อหยุดยั้งการคุกคามทางกายที่ทำลายสมาธิของเขา
"ผมต่างหากที่ต้องบอกคุณแบบนั้น" กันตภัทรไม่มีท่าทีสะทกสะท้าน ดวงตาสีเข้มมองลงไปยังมือที่กอบกุมข้อมือตนเอง "คุณกลัว... กลัวว่าถ้าคดีนี้ตัดสินตามหลักนิติวิทยาศาสตร์พฤติกรรม คุณจะต้องยอมรับความจริงว่า กฎหมายที่คุณศรัทธามันก็แค่เครื่องมือพิทักษ์คนผิดที่มีชั้นเชิงเท่านั้น"
"ผมเชื่อในหลักฐาน ไม่ใช่ข้ออ้าง" รณพีร์ตอกกลับ เสียงเฉียบคมราวกับใบมีดโกน
"งั้นก็มาพิสูจน์กันสิครับ" กันตภัทรดึงข้อมือกลับอย่างนิ่มนวล ก่อนจะหันหลังกลับไปหยิบแฟ้มเอกสารคดีบนโต๊ะโลหะ "หลักฐานที่คุณตามหา... รอยนิ้วมือบนอาวุธสังหารที่ตำรวจหากันแทบตายแต่ไม่เจอ คุณคิดว่ามันหายไปไหนล่ะ?"
รณพีร์ขมวดคิ้ว "คุณรู้อะไร?"
กันตภัทรไม่ตอบในทันที เขาเปิดแฟ้มออก เผยให้เห็นภาพถ่ายรังสีและผลตรวจสารเคมีชิ้นใหม่ที่เพิ่งพิมพ์ออกมาสดๆ ร้อนๆ จากห้องแล็บเคมี "ตำรวจหาไม่เจอ เพราะพวกเขาหากลายนิ้วมือบน 'โลหะ' แต่ฆาตกรคนนี้ฉลาดกว่านั้น เขาใช้ความรู้เรื่องกรดอินทรีย์ลายนิ้วมือให้ละลายหายไปก่อนจะทิ้งมีด... และสารละลายชนิดนั้น พบได้แค่ในตู้ยาห้องพักของแพทย์บางคนเท่านั้น"
รณพีร์ก้าวเข้าไปดูใกล้ๆ สายตาดอว์นกวาดมองตัวเลขและสูตรเคมีบนกระดาษอย่างรวดเร็ว สมองระดับหัวกะทิประมวลผลทันที
"ตู้ยาของแผนกจิตเวช..." รณพีร์พึมพำกับตัวเอง ดวงตาคมหันขวับกลับมามองหน้ากันตภัทร "ในโรงพยาบาลเดียวกับที่คุณเป็นที่ปรึกษาอยู่"
กันตภัทรแย้มยิ้มบางเบา เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้มีความสุขเลยแม้แต่น้อย แต่กลับดาร์กและอันตรายยิ่งกว่าครั้งไหนๆ
"ถูกต้องครับ ท่านอัยการ" กันตภัทรเอ่ยเบาๆ "และยิ่งไปกว่านั้น... มีดเล่มนั้นไม่ได้เพิ่งถูกทิ้งเมื่อคืน แต่เพิ่งถูกส่งกลับมาวางไว้บนโต๊ะทำงานของผม เมื่อสิบนาทีที่แล้วนี่เอง"
เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงเคาะประตูกระจกห้องชันสูตรดังขึ้นอย่างกะทันหัน ขัดจังหวะบทสนทนาอันตึงเครียด ทั้งสองหันไปมองพร้อมกัน ร่างของเจ้าหน้าที่ตำรวจนอกเครื่องแบบคนหนึ่งยืนอยู่หลังกระจก สีหน้าซีดเผือดและตื่นตระหนก มือสั่นเทาชี้เข้าไปด้านในห้อง พร้อมกับริมขยับปากพูดคำที่ทำให้เลือดในกายของรณพีร์เย็นเฉียบ
*—ท่านครับ... เกิดเรื่องใหญ่แล้ว ศพจำเลยในห้องเก็บศพ... หายไป!*
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งไปกับความมืดมิดนี้นะครับ
ห้องลับคดีพิศวาสซ่อนปม•ตอนที่ 2
รอยนิ้วมือที่หายไป
ผลงานโดย ดาร์กไนท์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดาร์กไนท์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ห้องลับคดีพิศวาสซ่อนปม นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
