กลิ่นอับชื้นของกระดาษคดีเก่าและคราบหมึกราคาถูกบนกระดาษสาแผ่นบาง คือสิ่งเดียวที่อบอวลอยู่ในห้องทำงานของอัยการหนุ่มในยามวิกาล แสงไฟสีส้มสลัวจากโคมไฟตั้งโต๊ะสาดส่องลงบนจดหมายลาตายฉบับนั้น—วัตถุพยานชิ้นสำคัญที่เจ้าหน้าที่ตำรวจสรุปสำนวนว่าเป็น "การฆ่าตัวตายหนีความอัปยศ" อย่างไร้ข้อกังขา
แต่สำหรับรณพีร์แล้ว ทุกบรรทัดในกระดาษแผ่นนี้กลับเต็มไปด้วยรอยด่างพร้อยของความผิดปกติที่เขาอธิบายเป็นคำพูดไม่ได้
“คุณกำลังใช้สายตาของอัยการมองหาข้อกฎหมาย ในขณะที่สิ่งที่ผู้ตายทิ้งไว้... มันคือเสียงกรีดร้องทางจิตวิทยาต่างหากครับ ท่านอัยการรณพีร์”
เสียงทุ้มต่ำแต่นุ่มนวลดังขึ้นจากมุมมืดของห้อง ดร.กันตภัทร ก้าวเท้าเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานอย่างเงียบเชเชียบราวกับแมวป่า ร่างสูงโปร่งในชุดสูทสีเข้มไร้รอยยับทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม ดวงตาสคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตากวาดมองกระดาษแผ่นนั้นด้วยความสนใจใคร่รู้ มากกว่าความเห็นใจ
รณพีร์เงยหน้าขึ้นจากกองเอกสาร สันกรามคมสันขบเข้าหากันเล็กน้อย ความหงุดหงิดฉายชัดในแววตาคู่คมที่มักจะซ่อนความรู้สึกไว้ใต้หน้ากากความสุขุม “ผมอ่านสำนวนนี้มาสามรอบ ดร.กันตภัทร ตัวอักษรทุกตัวระบุชัดเจนว่าผู้ตายเครียดเรื่องหนี้สินและปัญหาครอบครัว ไม่มีพิรุธตรงไหนที่บ่งบอกว่าเป็นการฆาตกรรม”
กันตภัทรหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นเบาหูแต่น่าขนลุก “นั่นแหละครับคือปัญหา... คนที่กำลังจะกระโดดตึกฆ่าตัวตาย ไม่มีทางมานั่งใส่ใจจัดเรียงลำดับเหตุการณ์ในชีวิตด้วยความเรียบร้อยระดับวิทยานิพนธ์หรอกครับ”
จิตแพทย์หนุ่มเอื้อมมือเรียวยาว หยิบกระดาษแผ่นนั้นขึ้นมาพลิกดูด้วยปลายนิ้วที่สวมถุงมือยางบางเฉียบ
“สังเกตตรงนี้สิครับ...” กันตภัทรใช้นิ้วชี้เคาะเบาๆ ลงบนประโยคสุดท้ายของจดหมายลาตาย *‘ผมขอโทษที่ต้องทำให้ทุกคนผิดหวัง ผมเลือกทางเดินนี้เอง’*
รณพีร์ขมวดคิ้ว “มันก็แค่ประโยคบอกลาทั่วไปไม่ใช่หรือไง”
“ผิวเผิน... ใช่ครับ แต่มันคือการสร้างภาพลวงตาทางจิตวิทยาที่เรียกว่า *‘Psychological Masking’*” กันตภัทรเงยหน้าขึ้นสบตาอัยการหนุ่ม ระยะห่างระหว่างทั้งคู่บนโต๊ะทำงานแคบลงจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจ “คนที่ตัดสินใจปลิดชีพตัวเองด้วยความสิ้นหวัง จะใช้สรรพนามแทนตัวเองด้วยความโดดเดี่ยว เช่น ‘ฉัน’ หรือตัดพ้อโชคชะตา แต่ผู้ตายใช้คำว่า ‘ผม’ และพยายามเน้นย้ำความรับผิดชอบทั้งหมดไว้ที่ตัวเอง... ราวกับกำลัง ‘เขียนตามคำสั่ง’ ของใครบางคน เพื่อไม่ให้สาวไปถึงตัวการใหญ่ต่างหากล่ะครับ”
คำพูดนั้นราวกับมีน้ำหนักกดทับบรรยากาศในห้องให้ดิ่งลึกลงไปอีก รณพีร์นิ่งงัน แววตาคมกริบไหววูบไปชั่วขณะ สมองอันชาญฉลาดเริ่มประมวลผลข้อเท็จจริงที่เขาหลงlดประเด็นไป การเป็นอัยการทำให้เขามองโลกผ่านตัวบทกฎหมายและพยานวัตถุ แต่กันตภัทรกำลังถลกหนังศีรษะของคดีนี้ เพื่อเผยให้เห็นเนื้อมืดมนที่ซ่อนอยู่ภายใน
“คุณกำลังบอกว่า... นี่เป็นการจัดฉากฆาตกรรมอำพรางโดยใช้จิตวิทยาบังคับให้เขียนจดหมายลาตายอย่างนั้นหรือ?” รณพีร์ถามเสียงต่ำ
“ผมไม่ได้พูดสักคำว่ามันเป็นการฆาตกรรม... ผมแค่กำลังบอกว่า จดหมายฉบับนี้ไม่ได้เขียนด้วยความสมัครใจของผู้ตาย” กันตภัทรยื่นหน้าเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด กลิ่นน้ำหอมจางๆ เจือกลิ่นอายบุหรี่เมนทอลลอยแตะจมูก “และคนที่บีบบังคับเขา... ต้องเป็นคนที่รู้จักนิสัยใจคอของผู้ตายดีพอจะรู้ว่า ปุ่มไหนที่กดแล้วจะทำให้เขายอมทำตามทุกอย่าง”
ดวงตาของทั้งสองสบประสานกันอย่างไม่มีใครยอมใคร ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะหนึ่ง ท่ามกลางความตึงเครียดที่หมุนวนราวกับกระแสน้ำวนใต้น้ำ รณพีร์รู้สึกได้ถึงหัวใจที่เต้นรัวผิดจังหวะ ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะความตื่นเต้นเร้าใจที่ได้พบเจอคนที่ "ทันกัน" อย่างคาดไม่ถึงในโลกสีเทาใบนี้
“ถ้าสมมติฐานของคุณเป็นจริง ดร.กันตภัทร...” รณพีร์เอ่ยเสียงเรียบ พยายามควบคุมน้ำเสียงไม่ให้สั่นไหว “เราจะหาหลักฐานอะไรมาพิสูจน์ในชั้นศาล คนร้ายไม่ได้ทิ้งรอยนิ้วมือไว้บนกระดาษแผ่นนี้ด้วยซ้ำ”
กันตภัทรยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา คล้ายกับเสือร้ายที่กำลังต้อนเหยื่อจนมุม “หลักฐานน่ะมีเสมอครับ ท่านอัยการ... เพียงแต่มันไม่ได้อยู่บนกระดาษแผ่นนี้ แต่มันอยู่ใน ‘รอยร้าว’ ของความสัมพันธ์ระหว่างผู้ตายกับคนที่คุณไว้ใจที่สุดต่างหาก”
ก่อนที่รณพีร์จะได้เอ่ยปากซักถามอะไรเพิ่มเติม เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสามครั้ง—ก๊อก ก๊อก ก๊อก—จังหวะเนิบนาบแต่ทรงพลังราวกับเสียงเคาะโลงศพ
ทั้งคู่ชะงัก รณพีร์หันขวับไปมองบานประตูไม้สีทึบที่ปิดสนิท เจ้าหน้าที่เวรยามกลับบ้านไปหมดแล้วในเวลานี้ ใครกันที่กล้าเดินขึ้นมาถึงห้องทำงานส่วนตัวของอัยการในยามวิกาลเช่นนี้?
ยังไม่ทันที่รณพีร์จะได้เอื้อมมือไปหยิบปืนพกที่ซ่อนไว้ในลิ้นชักโต๊ะ ลูกบิดประตูก็หมุนช้าๆ พร้อมกับบานประตูที่เปิดแง้มออกอย่างเงียบเชียบ ความเย็นยะเยือกพัดผ่านรอยแยกของประตูเข้ามา ปะทะเข้ากับผิวเนื้อจนขนลุกซู่
ร่างเงาสูงโปร่งในชุดคลุมโค้ทสีดำสนิทก้าวพ้นธรณีประตูเข้ามา พร้อมกับเอกสารแฟ้มสีแดงฉานในมือ—แฟ้มคดีลับที่ควรจะถูกทำลายไปตั้งแต่ห้าปีก่อน
“ขอโทษที่รบกวนเวลาอันมีค่าของท่านอัยการนะครับ...” เสียงแหบพร่าเอ่ยทักทาย พร้อมกับรอยยิ้มที่ฉาบอยู่บนใบหน้าของบุคคลที่รณพีร์คิดมาตลอดว่า “ตาย” ไปแล้วในกองเพลิง
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งไปกับความมืดมิดนี้นะครับ
ห้องลับคดีพิศวาสซ่อนปม•ตอนที่ 3
คำให้การของคนตาย
ผลงานโดย ดาร์กไนท์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดาร์กไนท์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ห้องลับคดีพิศวาสซ่อนปม นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
