เล่ห์รักเหนือบัลลังก์มังกรไร้ใจ•ตอนที่ 5

ขอใบหย่าที่ถูกปฏิเสธ

ผลงานโดย ไป๋เหลียนฮวา
คราบน้ำชาสีชาดที่หยดลงบนกระดาษสาเนื้อดี เปื้อนเปรอะเป็นวงกว้างคล้ายรอยเลือดที่ค่อยๆ ซึมลาม ยามเมื่อปลายนิ้วเรียวยาวของหลี่มู่เหยาบรรจงวางพู่กันลงในแท่นหมึกอย่างมั่นคง สายตาคู่คมกริบดั่งนัยน์ตาหงส์ตวัดขึ้นสบกับบุรุษผู้ยืนค้ำหัวอยู่เบื้องหน้า ร่างสูงใหญ่ในอาภรณ์ปักลายมังกรห้าเล็บสีดำสนิทแผ่ไอสังหารและความกดดันออกมาจนอากาศรอบกายคล้ายจะแข็งตัว “ที่แท้... เจ้าก็คือสายลับที่เสด็จพ่อส่งมาแทรกซึมในจวนสกุลหลี่ เพื่อคอยสืบเรื่องของข้าอย่างนั้นสินะ... หมอเทวดาน้อย?” สุ้มเสียงทุ้มต่ำที่เอ่ยออกมานั้นเต็มไปด้วยความเยียบเย็น เสียดแทงหัวใจราวกับคมดาบที่เคลือบด้วยยาพิษ เฟยหรงอ๋องไม่ได้ตะคอก ไม่ได้แสดงความเกรี้ยวกราดออกมาให้เสียกิริยา ทว่าดวงพักตร์คมคายดั่งเทพสงครามกลับไร้ซึ่งความรู้สึก รอยยิ้มหยันที่มุมโอษฐ์ข้างนั้นช่างบาดลึกและน่ากลัวเกินกว่าจะคาดเดา มู่เหยาหาได้สะทกสะท้านไม่ นางเพียงแต่สูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อปรับจังหวะชีพจรที่เต้นระรัวให้อยู่ในความควบคุม รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างท้าทาย นางค่อยๆ เงยหน้าขึ้นสบตาเขาตรงๆ ไม่มีร่องรอยของความหวาดกลัวหรือความผิดบาปหลงเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย “หม่อมฉันไม่เคยกล่าวอ้างว่าตนเองเป็นคนบริสุทธิ์ผุดผ่องเพคะ... ท่านอ๋อง” มู่เหยาเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าก้องกังวานชัดเจนในความเงียบสงัดของห้องหนังสือ “ในเมื่อพระองค์ทรงล่วงรู้ความจริงทั้งหมดแล้ว การเล่นละครตบตากันต่อไปก็ดูจะเสียเวลาเปล่าประโยชน์ เพลิงสงครามในราชสำนักกำลังลุกโชน หมากกระดานนี้ไม่มีที่ยืนให้คนโง่เขลา... และหม่อมฉัน ก็ไม่ใช่เบี้ยที่ยอมให้ผู้ใดมาควบคุมชะตาชีวิตแต่เพียงผู้เดียว” นางผายมือไปยังแผ่นกระดาษสาบนโต๊ะ ซึ่งเวลานี้ถูกเขียนข้อความด้วยตัวอักษรพู่กันที่ตวัดอย่างงดงามและเฉียบคม มันคือ "หนังสือหย่า" ที่ร่างขึ้นอย่างถูกกฎหมายทุกประการ “เช่นนั้นแล้ว... เพื่อความปลอดภัยของทั้งสองฝ่าย และเพื่อยุติความหวาดระแวงอันไร้สาระนี้ ขอให้ท่านอ๋องทรงประทับตราลัญจกรลงบนหนังสือหย่าฉบับนี้เถอะเพคะ” ความเงียบเข้าปกคลุมห้องหนังสือชั่วขณะ ลมหนาวนอกหน้าต่างพัดกรรโชกจนม่านผ้าไหมปักลายโบตั๋นไหวระริ้น กลิ่นอายความกดดันระหว่างคนทั้งสองพุ่งทะยานขึ้นถึงขีดสุด เฟยหรงอ๋องก้มลงมองกระดาษแผ่นนั้นแวบหนึ่ง ก่อนที่ดวงเนตรคมกริบจะหันกลับมาจดจ้องที่สตรีตรงหน้า ราวกับพญาอินทรีที่กำลังมองเหยื่อตัวน้อยซึ่งพยายามจะกางปีกบินหนีจากกรงเล็บ อึดใจนั้น... มุมปากของท่านอ๋องผู้กุมอำนาจทหารทั่วหล้าก็กระตุกขึ้น กลายเป็นรอยยิ้มที่ทำให้มู่เหยาถึงกับต้องขมวดคิ้วมุ่น มันไม่ใช่รอยยิ้มแห่งความโกรธเกรี้ยว แต่มันคือรอยยิ้มของปีศาจที่พบเจอของเล่นชิ้นโปรด “หย่าอย่างนั้นหรือ?” เฟยหรงอ๋องทวนคำ เสียงหัวเราะในลำคอของเขานั้นทุ้มต่ำและน่ากลัวยิ่งกว่าเสียงคำรามของพยัคฆ์ “มู่เหยา... เจ้าคิดว่าจวนอ๋องแห่งนี้เป็นหอนางโลมหรือนึกจะมาก็มา นึกจะไปก็ไปอย่างนั้นหรือ? เจ้าก้าวเท้าเข้ามาในเขตอำนาจของข้าด้วยราชโองการสมรสพระราชทาน ชะตาชีวิตของเจ้าถูกผูกติดไว้กับข้าตั้งแต่วินาทีแรกที่ก้าวเหยียบธรณีประตูนี้แล้ว” “ท่านอ๋อง! หม่อมฉันกับพระองค์ต่างก็รู้ดีแก่ใจว่าการแต่งงานครั้งนี้เป็นเพียงแค่เกมการเมือง...” “ใช่! มันคือเกมการเมือง” เฟยหรงอ๋องตัดบทเสียงกร้าว ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาประชิดตัวนางด้วยความเร็วราสายฟ้าแลบ ปลายนิ้วแข็งแกร่งดั่งคีมเหล็กยื่นไปเชยคางมนของมู่เหยาขึ้นบังคับให้สบตา “ในเมื่อเสด็จพ่อส่งสายลับฝีมือดีเช่นเจ้ามาสืบเรื่องของข้า ข้าก็ควรจะเลี้ยงดูเจ้าให้อยู่ใกล้ตัวที่สุดมิใช่หรือ? การกำจัดสายลับทิ้ง มันง่ายเกินไป... แต่การทำให้สายลับคนนั้นกลายเป็น ‘ชายา’ ของข้าไปตลอดกาล และไม่มีวันได้หันหลังกลับต่างหาก... ถึงจะเป็นเกมที่น่าสนุก” มู่เหยาใจกระตุกวูบ ความเย็นเยียบแล่นพล่านไปตามสันหลัง นางพยายามสะบัดหน้าหนีจากการเกาะกุม แต่แรงมหาศาลของเขากลับตรึงนางไว้ราวกับกรงขังเหล็ก “พระองค์ทรงบ้าไปแล้วหรือไร! หากรู้ว่าหม่อมฉันเป็นสายลับ เหตุใดจึงไม่ทรงประหารหม่อมฉันเสียตั้งแต่คราแรก!” “เพราะข้าอยากรู้ว่า... ปัญญาและความรู้ทางการแพทย์ที่เจ้าใช้ช่วยชีวิตคนนับร้อย จะสามารถช่วยชีวิตตัวเจ้าเองจากเงื้อมมือของมัจจุราชอย่างข้าได้นานสักแค่ไหนกัน” เฟยหรงอ๋องโน้มใบหน้าลงมาจนชิด กระซิบเสียงพร่าข้างใบหูของนาง “จำไว้... หลี่มู่เหยา ในชาตินี้ ต่อให้เจ้าพลิกแผ่นดินหนี หรือต่อให้เสด็จพ่อของเจ้าจะส่งกองกำลังมาอีกสักกี่คน เจ้าก็ไม่มีวันได้หย่าขาดจากข้า... ทางเดียวที่เจ้าจะออกจากจวนอ๋องแห่งนี้ได้ คือการเดินออกไปในฐานะ ‘ศพไร้วิญญาณ’ เท่านั้น!” สิ้นคำพูดอันเหี้ยมเกรียม เขาก็สะบัดมือออกอย่างไม่ใยดี กระดาษหนังสือหย่าแผ่นนั้นถูกปลายนิ้วหนาขยำขยี้จนยับยู่ยี่ ก่อนที่มันจะถูกปัดตกลงไปกองกับพื้นอย่างไร้ค่า มู่เหยากัดริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด ความโกรธแค้นและทิฐิพุ่งพล่านขึ้นมาถึงขีดสุด นางไม่เคยคาดคิดเลยว่าบุรุษผู้นี้จะมีความดุดันและบ้าคลั่งถึงเพียงนี้ การใช้กำลังบังคับไม่ใช่ทางออกที่ดี การจะเอาตัวรอดจากเสือร้ายตัวนี้ นางจำเป็นต้องเปลี่ยนวิธีเดินหมากใหม่ทั้งหมด ทว่าในจังหวะที่นางกำลังจะเอ่ยปากโต้เถียงกลับไปนั้นเอง... เสียงฝีเท้าหนักหน่วงและเสียงเคาะเกราะเหล็กกระทบพื้นก็ดังขึ้นจากด้านนอกห้องหนังสือ ตามมาด้วยเสียงตะโกanรายงานด้วยความตื่นตระหนกขององครักษ์ประจำตัว “ท่านอ๋องพ่ะย่ะค่ะ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วเพคะ... ราชโองการด่วนจากห้องทรงพระอักษรของฮ่องเต้ ถูกส่งมาถึงหน้าจวนแล้วพ่ะย่ะค่ะ!” เฟยหรงอ๋องชะงักฝีเท้าที่กำลังจะก้าวเดินออกไป ดวงเนตรคมกริบหันกลับมามองมู่เหยาแวบหนึ่งด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดา ก่อนที่ร่างสูงสง่าจะสะบัดชายเสื้อเดินออกไปรับราชโองการด้วยสีหน้าสุขุมเยือกเย็น มู่เหยายืนนิ่งค้างอยู่กลางห้อง ท่ามกลางกองกระดาษหนังสือหย่าที่ยับยู่ยี่บนพื้น นางก้มลงมองมันด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยประกายแห่งความมุ่งมั่น ทว่าในวินาทีต่อมา เสียงฝีเท้าขององครักษ์คนที่วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาสมทบ กลับทำให้เลือดในกายของนางเย็นเฉียบลงในพริบตา “รายงานท่านอ๋อง! ราชโองการฉบับนี้... ไม่ใช่ราชโองการทั่วไป แต่มันคือพระราชเสาวนีย์ลับจากไทเฮา... ทรงมีรับสั่งให้ปลด ‘พระชายามู่เหยา’ ออกจากตำแหน่ง และนำตัวเข้าสู่คุกหลวงทันที ข้อหาสมรู้ร่วมคิดกับกบฏนอกด่านพ่ะย่ะค่ะ!” หวังว่ารี้ดเดอร์ทุกท่านจะร่วมลุ้นและเดินทางไปกับเล่ห์กลอันลึกล้ำนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (ไป๋เหลียนฮวา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เล่ห์รักเหนือบัลลังก์มังกรไร้ใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%