เล่ห์รักเหนือบัลลังก์มังกรไร้ใจ•ตอนที่ 4

การปรากฏตัวของท่านอ๋อง

ผลงานโดย ไป๋เหลียนฮวา
กลิ่นอับชื้นของหยาดฝนที่ค้างคาอยู่บนซากคานไม้ผุกرน ผสมผสานกับกลิ่นคาวเลือดจางๆ ที่ยังคงลอยวนอยู่ในอากาศ สร้างบรรยากาศอันน่าสะพรึงกลัวให้แก่เรือนท้ายจวนสกุลหลี่แห่งนี้ ราวกับมันเป็นแดนสนธยาที่ถูกลืมเลือนจากกาลเวลา หลี่มู่เหยาทอดสายตามองคราบหินปูนสีขาวขุ่นที่เกาะอยู่ตามผนังอิฐสีเทาอย่างใช้ความคิด ปลายนิ้วเรียวสวยภายใต้แขนเสื้อกว้างกำลังบดขยี้ก้านสมุนไพรแห้งในฝ่ามือจนแหลละเอียด กลิ่นฉุนกึกของไพลสดผสมการบูรช่วยเรียกสติอันพร่าเลือนของนางให้กลับคืนมาทีละน้อย เสียงฝีเท้าหนักหน่วงที่เหยียบย่ำลงบนพื้นไม้ผุจนเกิดเสียง ‘เอี๊ยดอ๊าด’ ดังสะท้อนก้องเข้ามาในความเงียบงัน ไม่จำเป็นต้องเงยหน้าขึ้นมอง นางก็รับรู้ได้ถึงรัศมีกดดันอันทรงพลังที่แผ่ซ่านเข้ามาในรัศมีสาม丈 แรงกดดันนี้มิได้เกิดจากยอดฝีมือผู้ฝึกยุทธทั่วไป หากแต่หล่อหลอมขึ้นมาจากสนามรบอันนองเลือด กลิ่นอายของความตายและอำนาจเด็ดขาดที่ผู้คนต่างหวาดผวา “ช่างเป็นมุมสงบที่เหมาะสมกับการซ่อนตัวเสียจริง... คุณหนูรองหลี่” น้ำเสียงทุ้มต่ำราวกับเสียงคำรามของพยัคฆ์หนุ่มในฤดูหนาว ดังขึ้นเหนือศีรษะ ร่างสูงใหญ่ในชุดคลุมผ้าไหมปักลายมังกรห้าก้าวสีดำสนิท ทับด้วยเกราะอ่อนหนังแท้รับกับสถานะแม่ทัพใหญ่ ปรากฏกายขึ้นตรงหน้าประตูปราศจากกลอน แสงจันทร์สลัวที่ลอดผ่านรอยโหว่ของหลังคาสาดส่องลงมากระทบกับโครงหน้าคมคายราวกับสลักจากหินหยกขาว เฟยหรงอ๋อง... หรือฉีอวี้หลาง บุรุษผู้กุมอำนาจกองทัพพิทักษ์ทักษิณครึ่งหนึ่งของแผ่นดิน พระองค์ไม่ได้นำพาราชองครักษ์ผู้ติดตามมาด้วยแม้แต่ผู้เดียว ทว่าความน่ากลัวที่แผ่ออกมาจากพระองค์กลับทำให้บรรยากาศภายในเรือนร้างแห่งนี้เย็นเยียบลงจนลมหายใจกลายเป็นไอสีขาว หลี่มู่เหยาดึงมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มบางเบา นางมิได้แสดงอาการตื่นตระหนกหวาดกลัวดังเช่นสตรีทั่วไปในเมืองหลวง ย่อกายลงทำความเคารพตามธรรมเนียมอย่างเชื่องช้า ท่าทีสง่างามราวกับกำลังยืนอยู่ท่ามกลางท้องท้องพระโรง หาใช่เรือนทรุดโทรมใกล้พัง “หม่อมฉันคารวะท่านอ๋องเพคะ... ไม่คาดคิดเลยว่าสถานที่อัปמงคลเช่นนี้ จะมีเกียรติได้ต้อนรับท่านผู้ยิ่งใหญ่แห่งค่ายทหารบูรพา” ฉีอวี้หลางหรี่นัยน์ตาคมกริบดั่งเหยี่ยวลงเล็กน้อย จ้องมองสตรีตรงหน้าที่กล้าต่อกรกับสายตาของพระองค์อย่างไม่หลบเลี่ยง ในมือเรียวของนางยังมีคราบน้ำสีดำจากสมุนไพรติดอยู่เล็กน้อย บ่งบอกว่าก่อนที่พระองค์จะเสด็จมาถึง นางกำลังงดงามอยู่กับการปรุงยาแก้พิษชนิดใดชนิดหนึ่ง “เจ้าช่างใจกล้าเสียจริง... รู้ตัวหรือไม่ว่าสิ่งที่เจ้าเพิ่งทำลงไปเมื่อครู่ สามารถทำให้ตระกูลหลี่ทั้งตระกูลกลายเป็นผงธุลีได้ในชั่วข้ามคืน” สุรเสียงของพระองค์ราบเรียบ ทว่าทุกพยางค์กลับหนักแน่นดั่งค้อนเหล็กที่ทุบลงกลางใจ “ท่านอ๋องทรงตรัสล้อเล่นแล้วเพคะ” มู่เหยาเงยหน้าขึ้นสบตาโดยตรง นัยน์ตาดำขลับของนางฉายแววเยือกเย็นและลึกซึ้งเกินกว่าวัย “ตระกูลหลี่สำหรับหม่อมฉันในยามนี้ ก็เป็นเพียงเรือนร่างที่รอวันเน่าเปื่อย หาได้มีค่าควรแก่การกังวลไม่... แต่สิ่งที่น่าสนใจยิ่งกว่า คือเหตุใด ‘สุนัขล่าเนื้อ’ ขององค์รัชทายาท ถึงได้มานอนหมดสติอยู่หน้าเรือนของหม่อมฉันได้เล่าเพคะ?” สิ้นคำพูดอันอาจหาญ ร่างสูงใหญ่ก็ก้าวเข้ามาประชิดตัวนางในพริบตาเดียว กลิ่นอายบุรุษเพศอันทรงพลังและกลิ่นอายเลือดจางๆ เข้าโอบล้อมร่างของนางไว้จนแทบสิ้นลมหายใจ พระหัตถ์หนาเอื้อมมาบีบปลายคางมนของนางไว้ด้วยแรงที่มากพอจะทำให้กระดูกแหลกสลายได้ ทว่าดวงตาของฉีอวี้หลางกลับมิได้มีความโกรธเกรี้ยว มีเพียงประกายความสนใจอันตรายระ1ยิบระยับอยู่ภายใน “ปากคอเราะร้ายนัก... เจ้าใช้กลลวงอันใด ถึงทำให้มือสังหารอันดับหนึ่งของตำหนักบูรพาพิการได้ในกระบวนท่าเดียว? หรือว่า... ความลับที่เจ้าซ่อนไว้หลังรอยยิ้มอ่อนหวานนั้น คือวิชาแพทย์นอกรีตที่สำนักโอสถหลวงตามหามาตลอดสามปี?” “หม่อมฉันเป็นเพียงสตรีอ่อนแอผู้หนึ่ง จะมีปัญญาอันใดไปทำร้ายยอดฝีมือได้เล่าเพคะ” มู่เหยาแย้มสรวลน้อยๆ แม้คางจะถูกบีบจนเจ็บร้าว แต่นางหาได้แสดงความอ่อนแอออกมาแม้แต่น้อย ปลายนิ้วมือข้างที่ซ่อนอยู่ในแขนเสื้อค่อยๆ เลื่อนไปแตะที่เข็มเงินเล่มบางที่เคลือบด้วยพิษอัมพาตเจ็ดส่วน “หากท่านอ๋องทรงสงสัยในตัวหม่อมฉันนัก ไฉนไม่ลองชิม ‘ยาบำรุง’ ที่หม่อมฉันเพิ่งต้มเสร็จเมื่อครู่นี้ดูเล่าเพคะ? เผื่อว่ามันจะช่วยให้พระองค์ทรงระลึกได้ว่า... ใครกันแน่ที่เป็นผู้ชักใยอยู่เบื้องหลังคดีลอบปลงพระชนม์เมื่อสามปีก่อน” บรรยากาศรอบตัวพลันเงียบงัดลงทันที สรรพเสียงแม้กระทั่งเสียงหยดน้ำฝนก็คล้ายจะหยุดชะงัก Nัยน์ตาของฉีอวี้หลางเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความมืดมนล้ำลึกที่น่าสะพรึงกลัว พระองค์ไม่เคยคาดคิดเลยว่า... สตรีที่ถูกทอดทิ้งให้อยู่ในเรือนร้างผู้นี้ จะกล้าล่วงรู้ความลับที่ถูกฝังกลบไว้ในกองเลือดเมื่ออดีต ทว่า ก่อนที่พระองค์จะได้ตรัสสิ่งใดตอบโต้... *‘กริ๊ก...’* เสียงกลไกโลหะดีดตัวดังขึ้นเบาๆ จากมุมมืดนอกหน้าต่าง ประกายแสงเย็นเยียบของลูกศรอาบยาพิษนับสิบดอกพุ่งแหวกอากาศเข้ามายังจุดที่พวกเขายืนอยู่ด้วยความเร็วสูงดั่งสายฟ้าฟาด! ฉีอวี้หลางไม่ลังเลแม้แต่น้อย พระหัตถ์ข้างหนึ่งคว้าเอวบางของหลี่มู่เหยาเข้าหาตัวอย่างแรงจนร่างของนางแนบชิดกับแผงอกแกร่ง พลิកกายหลบหูหามจั่วลูกศรมรณะที่ปักทะลุกำแพงไม้จนแตกละเอียดเป็นเสี่ยงๆ ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง “มีคนซุ่มโจมตี!” มู่เหยาอุทานเบาๆ เมื่อตระหนักว่าพวกมันไม่ได้มาเพื่อจับเป็น “หุบปาก แล้วเกาะข้าให้แน่น” สุรเสียงคำรามต่ำลอดไรฟันด้วยความเกรี้ยวกราด ฉีอวี้หลางชักกระบี่ประจำกายออกจากฝัก เสียงเหล็กกระทบอากาศดังระฆังเงินกังวาน นัยน์ตาดั่งพญามารจับจ้องไปยังเงาดำนับสิบที่กำลังพุ่งทะยานเข้ามาทางหลังคาเรือน ทว่า ในจังหวะที่ความโกลาหลกำลังถึงขีดสุดนั้นเอง... สายตาดุดันของท่านอ๋องก็เหลือบไปเห็น ‘กระดาษสาพับซ่อน’ ที่ร่วงหล่นลงมาจากแขนเสื้อของหลี่มู่เหยาขณะที่นางถูกดึงเข้ามาหลบวิถีลูกศร ลายมือตวัดหวัดบนกระดาษแผ่นนั้นปรากฏตราประทับลับของ ‘กองกำลังเงาพิทักษ์แผ่นดิน’ — ซึ่งเป็นหน่วยรบที่ขึ้นตรงต่อองค์皇帝 (ฮ่องเต้) และ...ตัวของหลี่มู่เหยาเองเท่านั้น! ฉีอวี้หลางก้มลงมองสตรีในอ้อมกอดด้วยแววตาที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ความสงสัยเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความเย็นยะเยือกถึงกระดูกดำ “ที่แท้... เจ้าก็คือสายลับที่เสด็จพ่อส่งมาแทรกซึมในจวนสกุลหลี่ เพื่อคอยสืบเรื่องของข้าอย่างนั้นสินะ... หมอเทวดาน้อย?” *ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ผู้เป็นที่รักทุกท่าน ที่ร่วมเดินทางผ่านเล่ห์กลอันลึกล้ำนี้ไปพร้อมกับไป๋เหลียนฮวานะคะ*
สารจากนักเขียน (ไป๋เหลียนฮวา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เล่ห์รักเหนือบัลลังก์มังกรไร้ใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%