กลิ่นอายของกำยานจันทน์หอมที่ลอยกรุ่นอยู่ในตำหนักอิงฮวา มิได้ช่วยให้บรรยากาศภายในห้องโถงใหญ่ผ่อนคลายลงเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม ความเงียบงันอันน่าอึดอัดกลับแผ่ซ่านราวกับผืนน้ำนิ่งสงบก่อนพายุใหญ่จะโหมกระหน่ำ
บนเก้าอี้ไม้สลักลายหงส์เคียงมังกร... หลี่มู่เหยาประทับนั่งหลังตรงสง่างาม อาภรณ์ผ้าไหมปักดิ้นทองลายพฤกษชาติรับกับใบหน้ารูปไข่ที่เรียบนิ่งดึงดูดสายตา ดวงตาหงส์คู่นั้นกวาดมองสมุดบัญชีเล่มหนาที่วางอยู่เบื้องหน้าอย่างพิจารณา ปลายนเรียวยาวภายใต้แขนเสื้อกว้างไล้ไปตามตัวอักษรหมึกจีนที่ถูกบันทึกไว้อย่างไม่เนียนตา
"พระชายารองหลิวทรงอาการหนักถึงเพียงนั้นเชียวหรือคะ..." น้ำเสียงหวานใสแต่เย็นเยียบราวน้ำค้างแข็งกลางเหมันต์เอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบงันลงอย่างไม่ไยดี
ชุนเซียง สาวใช้คนสนิทก้าวเข้ามารินชาอุ่นลงในถ้วยกระเบื้องเคลือบสีไข่ไก่ ก่อนจะกระซิบตอบด้วยน้ำเสียงระมัดระวัง "เพคะพระชายา... หมอหลวงประกาศจากตำหนักบูรพาว่า พิษในร่างของพระชายารองหลิวคือ 'หยาดโลหิตจันทรา' ซึ่งเป็นพิษชนิดเดียวกับที่เคยเกือบปลิดชีพพระองค์ในคืนก่อนหน้านี้ บัดนี้เหล่าองค์รักษ์เสื้อแพรต่างกำลังเร่งตรวจสอบว่าผู้ใดเป็นคนบงการเพคะ"
มู่เหยาไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นจากสมุดบัญชี มุมปากของนางยกขึ้นเป็นรอยยิ้มบางเบา—รอยยิ้มที่เคลือบยาพิษไว้อย่างแนบเนียน
"ช่างเป็นการจัดฉากที่น่าขันเสียจริง..."
"พระชายาเอกเพคะ! ท่านจะมานั่งใจเย็นอยู่เช่นนี้ไม่ได้นะเพคะ!" เสียงแหลมสูงด้วยความร้อนรนดังแทรกขึ้นที่หน้าประตูตำหนัก พร้อมกับการก้าวเข้ามาอย่างไม่สำรวมของ "ฮูหยินรองซ่ง" อนุภรรยาผู้กุมอำนาจการจัดการเบื้องหลังของจวนอ๋องมาเนิ่นนาน นางสวมชุดผ้าตาดสีม่วงเข้ม ประดับปิ่นหยกมันแพะล้ำค่า ทว่าใบหน้าที่เคยเชิดชูบัดนี้กลับบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยวและหวาดวิตก "ตอนนี้คนทั้งจวนต่างซุบซิบกันว่าพระองค์ทรงใช้พิษร้ายกำจัดพระชายารอง เพราะทรงอิจฉาที่ใต้เท้าเฟยหรงอ๋องโปรดปรานพระนางเป็นนิจ! ท่านทำเช่นนี้... ไม่เกินไปหน่อยหรือเพคะ!"
มู่เหยาค่อยๆ วางพู่กันในมือลงอย่างเชื่องช้า เสียงกระทบกันของด้ามไม้กับแท่นหินฝนหมึกดังสะท้อนก้องในความเงียบ นางปรายตามองอนุภรรยาผู้มาใหม่ด้วยแววตาที่ว่างเปล่า ทว่าทรงอำนาจจนซ่งซื่อถึงกับสะท้านเฮือกโดยไม่รู้ตัว
"ฮูหยินรองซ่ง... กฎของจวนอ๋องข้อที่สามสิบแปดว่าด้วยเรื่องใด ท่านซึ่งทำหน้าที่ดูแลความเรียบร้อยในเรือนหลังมาแรมปีคงมิได้หลงลืมกระmมัง" มู่เหยาเอ่ยถาม น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมดั่งใบมีดที่ซ่อนอยู่ในฝัก
ซ่งซื่อชะงักไปเล็กน้อย นางกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ก่อนจะเชิดหน้าขึ้นกล่าวโต้ "หม่อมฉัน... หม่อมฉันย่อมรู้ดี! กฎระบุว่าผู้ใดบังAอาจกล่าวหาหรือใส่ร้ายพระชายาเอกโดยปราศจากหลักฐาน มีโทษโบยยี่สิบทีและขับไล่ออกจากจวน! แต่... แต่นี่ไม่ใช่การใส่ร้ายนะเพคะ! หลักฐานชี้ชัดว่าพิษนั้นมาจากเรือนอิงฮวา..."
"หลักฐานรึ?" มู่เหยาแค่นหัวเบาๆ ในลำคอ นางลุกขึ้นยืนช้าๆ อาภรณ์หรูหราทิ้งตัวลงตามสัดส่วนสง่างาม นางก้าวเดินเข้ามาใกล้ซ่งซื่อทีละก้าว... ทีละก้าว จนกระทั่งกลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกเหมยบนตัวนางลอยแตะจมูกของอนุภรรยาผู้ตื่นตระหนก "เจ้าบอกว่าพิษมาจากเรือนอิงฮวา... แต่เจ้ากลับลืมมองดูสิ่งนี้สินะ"
นิ้วเรียวดึงสมุดบัญชีเล่มหนาสีน้ำตาลเข้มขึ้นมา แล้วปาลงแทบเท้าของซ่งซื่อ เสียงกระดาษหนาทึบกระทบพื้นหินอ่อนดังทึบ ท่ามกลางความตกใจของซ่งซื่อที่รีบก้มลงมอง
"นี่... นี่คืออะไรเพคะ?" ซ่งซื่อถามเสียงสั่น
"บัญชีการเบิกจ่ายสมุนไพรและสารพิษต้องห้ามของคลังหลวง ประจำฤดูใบไม้ผลิปีที่เจ็ด..." มู่เหยาเอ่ยถ้อยคำแต่ละคำชัดเจน ราวกับกำลังพิพากษาคดีความ "ในนั้นระบุชัดเจนว่า เมื่อสามเดือนก่อน มีการเบิก 'รากบัวอัคคี' และ 'เกสรปทุมโลหิต' ซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักในการปรุงยาพิษ 'หยาดโลหิตจันทรา' จำนวนสามตำลึง... และผู้ที่ลงลายมือชื่อเบิกของเหล่านี้จากท้องคลัง ก็คือ 'พ่อบ้านจ้าว' คนสนิทของเจ้าเอง มิใช่หรือ... ฮูหยินรองซ่ง?"
สีหน้าของซ่งซื่อแปรเปลี่ยนเป็นซีดเผือดราวกับกระดาษ ไร้ซึ่งสีเลือด ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก ร่างกายสั่นเทิ้มจนปิ่นหยกบนมวยผมสั่นไหว "มะ... ไม่จริง! พระชายา... ท่านใส่ร้ายหม่อมฉัน! บัญชีนี้ท่านทำปลอมขึ้นมาเอง!"
"ปลอมงั้นรึ?" เสียงทุ้มต่ำอันทรงอำนาจดังกังวานขึ้นที่หน้าประตูตำหนัก ทำเอาทุกคนในห้องโถงต้องรีบทรุดกายลงคุกเข่าโขกศีรษะคำนับแทบไม่ทัน
ร่างสูงใหญ่ในชุดฉลองพระองค์สีดำสนิทปักลายมังกรทอง 5 กรงเล็บ ก้าวเข้ามาด้วยฝ่าหนกหนักแน่นและมั่นคง แววตาคมกริบดั่งพญามังกรกวาดมองสถานการณ์ทั้งหมดด้วยความเย็นชาไร้ก้นบึ้ง... "เฟยหรงอ๋อง" เสด็จมาถึงแล้ว!
ซ่งซื่อราวกับเห็นฟางเส้นสุดท้าย นางรีบคลานเข้าไปหาชายชุดดำ พร้อมกับควชายฉลองพระองค์แล้วปล่อยโฮออกมาเสียงดัง "ท่านอ๋อง! ท่านอ๋องต้องทรงความเป็นธรรมให้หม่อมฉันด้วยนะเพคะ! พระชายาเอกทรงริษยาพระชายารองหลิว จึงคิดกำจัดนางและยังโยนความผิดมาให้หม่อมฉันผู้ต้อยต่ำ บัญชีนั่น... พระนางทรงปั้นแต่งขึ้นมาเพื่อทำลายหม่อมฉันนะเพคะ!"
เฟยหรงอ๋องก้มมองสตรีที่กำลังร่ำไห้ฟูมฟายแทบเท้าด้วยแววตาที่ว่างเปล่า ไร้ซึ่งความเห็นอกเห็นใจแม้แต่น้อย พระองค์ทรงปัดชายฉลองพระองค์ออกจากการเกาะกุมอย่างรังเกียจ ก่อนจะเงยพระพักตร์ขึ้นสบตากับหลี่มู่เหยาที่ยืนสงบนิ่งอยู่เบื้องหน้า
มู่เหยาหาได้หลบสายตานั้นไม่ นางเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มบางเบายังคงประดับอยู่บนเรียวปาก ท่าทีที่เยือกเย็นและมั่นใจในตัวเองของนาง ทำให้หัวใจของบุรุษผู้ขึ้นชื่อว่าไร้หัวใจกระตุกวูบอย่างรุนแรง
"เหยาเอ๋อร์..." ซุ่มเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยเรียกพระชายาของตน "เจ้าจะอธิบายเรื่องนี้อย่างไร"
"ทูลท่านอ๋อง..." มู่เหยาค้อมกายทำความเคารพอย่างงดงามตามธรรมเนียม ก่อนจะก้าวเข้าไปหยิบสมุดบัญชีอีกเล่มหนึ่งที่ซ่อนอยู่ใต้กองเอกสารยื่นถวาย "หม่อมฉันมิได้ปรักปรองผู้ใดเพคะ แต่บัญชีเล่มนี้... คือบันทึกการเงินที่แท้จริงซึ่งหม่อมฉันยึดมาจากห้องทำงานของฮูหยินรองซ่งเมื่อเช้าตรู่ ไม่เพียงแต่มีการเบิกสารพิษเท่านั้น แต่ยังมีหลักฐานการยักยอกเงินท้องคลังของจวนอ๋องไปกว่าสามหมื่นตำลึง เพื่อนำไปซื้อสินทรัพย์เข้าชื่อของตระกูลซ่ง..."
ซ่งซื่อกรีดร้องออกมาด้วยความสติแตก "นังสารเลว! เจ้ามันปีศาจ!" นางพุ่งทะยานเข้าหามู่เหยาด้วยความโกรธแค้นถึงขีดสุด หมายจะใช้เล็บยาวจิกข่วนใบหน้าอันงดงามนั้นให้ย่อยยับ!
"บังอาจ!"
เสียงคำรามดั่งพญาเสือโคร่งหลุดจากโอษฐ์ของเฟยหรงอ๋อง ร่างสูงใหญ่พุ่งเข้าขวางกั้นระหว่างภรรยาเอกกับอนุภรรยาผู้คลุ้มคลั่งได้อย่างรวดเร็วดั่งสายฟ้าแลบ พระหัตถ์หนาคว้าหมับเข้าที่ลำคอของซ่งซื่อแล้วยกขึ้นลอยเหนือพื้นด้วยมือเดียว!
"อั๊ก... ท่าน... ท่านอ๋อง..." ซ่งซื่อหน้าดำคร่ำเคร่ง มือทั้งสองพยายามแกะมือเหล็กนั้นออกด้วยความทรมาน
"ในจวนนี้... ไม่มีผู้ใดมีสิทธิ์แตะต้องชายาของเรา แม้แต่ปลายเส้นผม" สุรเสียงเยือกเย็นเยียบดั่งมาจากขุมนรกแผ่ซ่านไปทั่วห้องโถง "องครักษ์! ลากตัวนางไปโบกห้าสิบที แล้วส่งตัวให้ทางการสอบสวนข้อหากบฏและลอบวางยาพิษในตำหนักบูรพา!"
ซ่งซื่อเบิกตากว้างด้วยความหวาดกลัวสุดขีด นางพยายามอ้าปากจะเอ่ยสิ่งใด ทว่าอากาศในปอดกลับหมดสิ้นลงไปเสียก่อน ร่างอันไร้เรี่ยวแรงถูกลากออกไปตามพื้นหินอย่างไม่ใยดี ทิ้งรอยคราบน้ำตาและเสียงกรีดร้องโหยหวนไว้เบื้องหลัง
ตำหนักอิงฮวากลับคืนสู่ความเงียบสงบอีกครั้ง
เฟยหรงอ๋องปล่อยให้ความเงียบปกคลุมอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหันกลับมาทอดพระเนตรสตรีเบื้องหน้า ดวงตาคมกริบคู่นั้นฉายแววซับซ้อนยากหยั่งถึง—ทั้งความพึงพอใจในความเฉียบคม และความระแวงระวังที่ซ่อนอยู่ลึกๆ
"เจ้าช่าง... ร้ายกาจเสียจริง หลี่มู่เหยา" พระองค์ตรัสด้วยน้ำเสียงแหบพร่า ขณะก้าวเข้าไปใกล้จนกลิ่นกายบุรุษอันทรงอำนาจโอบล้อมร่างบางไว้ทั้งหมด
มู่เหยาเงยหน้าขึ้นสบพระพักตร์ รอยยิ้มเย้ายวนใจปรากฏขึ้นที่มุมปาก "หม่อมฉันเพียงแต่ปกป้องความสงบสุขในเรือนหลังของท่านอ๋องเท่านั้นเพคะ... แต่อีกไม่นาน ท่านอาจจะต้องตกใจยิ่งกว่านี้เสียอีก"
เฟยหรงอ๋องหรี่พระเนตรลง "เจ้าหมายความว่าอย่างไร"
ทว่า ก่อนที่มู่เหยาจะได้เอ่ยคำใด... เสียงฝีเท้ารatรัวและเสียงหอบหายใจอย่างตื่นตระหนกของขันทีประจำพระตำหนักก็ดังแทรกขึ้นที่หน้าประตู พร้อมกับแผ่นป้ายไม้สลักตราประทับสีชาดที่ถูกชูขึ้นสูงด้วยมืออันสั่นเทา
"ท่านอ๋อง! แย่แล้วพะยะค่ะ! พระราชโองการด่วนจากฮ่องเต้... ประกาศให้ปลดตำหนักบูรพา และมีรับสั่งให้ท่านนำกองทัพบุกเข้าปิดล้อม... 'ตำหนักใหญ่' ในคืนนี้พะยะค่ะ!"
(โปรดติดตามตอนต่อไปนะคะ)
ขอบพระคุณรี้ดдерผู้เป็นที่รักทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านเล่ห์กลอันลึกล้ำนี้ไปพร้อมกับไป๋เหลียนฮวานะคะ
เล่ห์รักเหนือบัลลังก์มังกรไร้ใจ•ตอนที่ 3
ตบหน้าอนุภรรยา
ผลงานโดย ไป๋เหลียนฮวา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไป๋เหลียนฮวา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เล่ห์รักเหนือบัลลังก์มังกรไร้ใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!