แผ่นป้ายหยกเลือดสลักลวดลายหมาป่าขนเงินสะท้อนประกายวับวาวกับแสงเทียนสีชาดที่กำลังจะมอดดับ กลิ่นอายความตายแผ่ซ่านคละคลุ้งไปทั่วตำหนักอิงฮวาจนแทบหายใจไม่ออก สายตาคมกริบดั่งเหยี่ยวราตรีของเฟยหรงอ๋องกวาดมองแผ่นป้ายนั้นสลับกับร่างบางของสตรีที่นั่งอยู่บนเตียง
ความเงียบงันอันน่าอึดอัดเข้าปกคลุมชั่วลมหายใจ ราวกับห้วงเวลาถูกแช่แข็งด้วยอำนาจกดดันอันน่าสะพรึงกลัว
"ตราประทับของกองกำลังทมิฬแดนเหนือ... ไป๋เหลียนฮวา เหตุใดมันจึงไปอยู่ใต้เตียงของเจ้า?" น้ำเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยขึ้นราวกับเสียงคำรามของพญามังกรที่พร้อมจะฉีกกระชากทุกสิ่งให้เป็นจุล ดวงตาสีสนิมคู่นั้นเต็มไปด้วยความระแวงสงสัยและประกายไฟแห่งความโกรธเกรี้ยวที่ถูกจุดขึ้น
หลี่มู่เหยาไม่แม้แต่จะชายตามองแผ่นป้ายหยกในมือของสาวใช้ตัวดี นางเพียงปรายหางตามองชิงหลันที่กำลังซ่อนรอยยิ้มแห่งชัยชนะไว้ภายใต้ใบหน้าตื่นตระหนกปลอมๆ นั้นอย่างรู้ทัน
สตรีผู้กุมความรู้ทางการแพทย์จากโลกอนาคตและปัญญาอันล้ำเลิศย่อมไม่ตื่นตระหนกกับแผนตื้นๆ เช่นนี้ นางค่อยๆ ขยับกายลุกขึ้นยืนช้าๆ อาภรณ์ผ้าไหมสีเพลิงทิ้งตัวลงตามสัดส่วนโค้งเว้าอันงดงาม ท่วงท่าสง่างามราวนางพญาผู้ไม่เคยเกรงกลัวผู้ใด แม้เบื้องหน้าจะคือบุรุษผู้กุมอำนาจทหารทั่วทั้งแคว้นก็ตาม
"ท่านอ๋องทรงปรีชาญาณ เหตุไฉนจึงทรงหลงกลอุบายอันตื้นเขินของบ่าวไร้ค่าเช่นนี้เล่าเพคะ" เสียงหวานใสกังวานราวดนตรีหยกกระทบกันเอ่ยขึ้นอย่างเยือกเย็น นางก้าวเข้ามาใกล้บุรุษผู้ทรงอำนาจทีละน้อย กลิ่นกายหอมกรุ่นจางๆ ของดอกเหมยขาวโชยปะทะนาสิกของเฟยหรงอ๋อง ทำให้จิตใจที่กำลังร้อนรุ่มด้วยโทสะของเขากลับต้องชะงักงันชั่วขณะ
"บังAอาจ! เจ้ากล้ากล่าวหาว่านี่เป็นจัดฉากงั้นรึ!" ชิงหลันโขกศีรษะลงกับพื้น ร้องระงมด้วยความตื่นตระหนก "ท่านอ๋องโปรดความเป็นธรรมด้วยเพคะ บ่าวเห็นกับตาว่าฮูหยินแอบซ่อนแผ่นป้ายนี้ไว้เมื่อคืนก่อน!"
มู่เหยาแย้มยิ้มบางเบา รอยยิ้มนั้นงดงามจนบาดลึกถึงขั้วหัวใจของผู้มอง ทว่ากลับเยียบเย็นเสียจนชิงหลันต้องลอบกลืนน้ำลายลงคอ นางไม่เอ่ยแก้ตัวใดๆ กับสาวใช้ผู้นั้น แต่กลับหันไปสบตาเฟยหรงอ๋องตรงๆ ดวงตาคู่สวยฉายแววท้าทายและลุ่มลึกเกินกว่าสตรีทั่วไปจะหยั่งถึง
"หากหม่อมฉันเป็นสายลับจากแดนเหนือจริง เหตุใดจึงเก็บตราประทับสำคัญไว้ในที่ที่ค้นพบได้ง่ายดายปานนั้นเล่าเพคะ? หรือท่านอ๋องทรงคิดว่า... สตรีที่ท่านทรงเลือกมาอภิเษกด้วย จะโง่เขลาเบาปัญญาถึงเพียงนั้นเชียว"
คำพูดของนางเฉียบคมดั่งคมมีดที่กรีดลงบนความเงียบ เฟยหรงอ๋องหรี่ตาลงเล็กน้อย รังสีอำมหิตรอบตัวผ่อนคลายลงชั่วพริบตา เขารู้ดีว่าสตรีตรงหน้าฉลาดเพียงใด นางไม่มีทางทำเรื่องโง่เขลาเช่นนั้นแน่ ทว่า... หลักฐานที่คาตาและสถานการณ์การเมืองในราชสำนักขณะนี้ บีบบังคับให้เขาต้องรอบคอบถึงขีดสุด
"เก็บแผ่นป้ายนั้นไว้ สอบสวนนางสิบห้องใต้ดินให้หนัก" เฟยหรงอ๋องเอ่ยสั่งเสียงเรียบด้วยหางตา ทำให้ชิงหลันหน้าซีดเผือดด้วยความตกใจ รีบหมอบกราบร้องขอความเมตตาแทบไม่ทัน
"ท่านอ๋อง! ท่านอ๋องโปรดไว้ชีวิตด้วยเพคะ! ฮูหยิน... ฮูหยินทรง..."
เสียงกรีดร้องของชิงหลันถูกกลบด้วยทหารองครักษ์ที่เข้ามาลากตัวออกไปอย่างรวดเร็ว ตำหนักอิงฮวากลับคืนสู่ความสงบอีกครั้ง ทว่าความตึงเครียดระหว่างคนทั้งสองกลับมิได้ลดน้อยลงเลย
"เจ้ามีพิรุธหลายอย่าง หลี่มู่เหยา" เฟยหรงอ๋องก้าวเข้าไปประชิดร่างบาง จนแทบจะโอบล้อมนางไว้ในอ้อมแขน กลิ่นอายบุรุษเพศแผ่ซ่านกดดัน "เจ้าคือใครกันแน่?"
"หม่อมฉันก็คือภรรยาของท่านอย่างไรเลเพคะ" มู่เหยาตอบอย่างไม่สะทกสะท้าน แม้หัวใจจะเต้นระรัวด้วยความใกล้ชิด แต่นางก็ซ่อนมันไว้ภายใต้ใบหน้าเรียบเฉย "และในฐานะแพทย์... หม่อมฉันคิดว่าท่านควรเป็นห่วงสุขภาพของตนเองมากกว่าจะมาจับผิดหม่อมฉันนะเพคะ"
ประโยคเปลี่ยนเรื่องกะทันหันนั้นทำให้เฟยหรงอ๋องขมวดคิ้ว "เจ้าหมายความว่าอย่างไร?"
ยังไม่ทันที่มู่เหยาจะได้เอ่ยคำใดต่อ ประตูตำหนักก็ถูกผลักออกเบาๆ เสี่ยวเอ๋อร์ สาวใช้คนสนิทอีกคนหนึ่งของนางเดินเข้ามาด้วยสีหน้ากังวลระคนหวาดหวั่น ในมือประคองถาดกระเบื้องเคลือบสีมุก บนนั้นมีถ้วยยาต้มส่งควันฉุย กลิ่นฉุนของสมุนไพรตลบอบอวลไปทั่วห้อง
"ฮูหยินเพคะ... ได้เวลาเสวยยาบำรุงพระครรภ์แล้วเพคะ" เสี่ยวเอ๋อร์คุกเข่าลงอย่างนอบน้อม ดวงตาหลบต่ำไม่กล้าสบตาผู้เป็นนาย
มู่เหยาปรายตามองถ้วยยาตรงหน้า กลิ่นของมันดูเผินๆ เหมือนยาบำรุงธาตุทั่วไปตามตำรับหลวง ทว่า... ด้วยสัญชาตญาณและทักษะของแพทย์หญิงมือหนึ่งในศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ด จมูกของนางกลับสัมผัสได้ถึงกลิ่นละมุนบางเบาที่แปลกปลอม
กลิ่นของ "เกสรดอกม่อลี่เหมย" ผสมกับ "รากหญ้าอัคคีโลหิต"...
สมุนไพรสองชนิดนี้หากแยกกันย่อมไม่มีพิษภัยอันใด แต่หากนำมาเคี่ยวรวมกันในสัดส่วนที่พอเหมาะ มันจะกลายเป็นยาพิษฤทธิ์เย็นที่ไร้สีไร้กลิ่น ซึ่งจะค่อยๆ ทำลายผนังมดลูกและขับเลือดลมในครรภ์ให้สลายไปอย่างแนบเนียน ราวกับการแท้งบุตรตามธรรมชาติโดยไม่มีร่องรอยการถูกวางยาแม้แต่น้อย!
รอยยิ้มบนใบหน้าของหลี่มู่เหยาเลือนหายไปในพริบตา ดวงตาคู่สวยหรี่แคบลงด้วยความเย็นชา นางยื่นมือเรียวบางออกไปรับถ้วยยาใบนั้นมาถือไว้ ปลายนิ้วสัมผัสกับความอุ่นของกระเบื้องเคลือบ ขณะที่สมองกำลังประมวลผลอย่างรวดเร็วดุจสายฟ้าฟาด
ใครเป็นคนสั่งให้ต้มยานี้? ชิงหลันที่ถูกลากตัวไปเมื่อครู่ หรือว่า... มีหนอนบ่อนไส้ที่น่ากลัวยิ่งกว่าซ่อนอยู่ในตำหนักนี้?
เฟยหรงอ๋องสังเกตเห็นความผิดปกติในแววตาของภรรยา เขาขยับเข้ามาใกล้ เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงต่ำทุ้ม "ยามีปัญหาอันใด?"
มู่เหยาไม่ตอบคำถามของเขาทันที นางเพียงแต่เงยหน้าขึ้นสบตาบุรุษผู้ทรงอำนาจ รอยยิ้มเยาะหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างปิดไม่มิด
"ท่านอ๋อง... ดูเหมือนว่าในตำหนักของพระองค์ จะมีคนไม่อยากให้ทายาทมังกรคนนี้ลืมตาดูโลกเสียแล้วล่ะเพคะ"
นางกล่าวจบก็สะบัดมือเทยาอุ่นสีดำสนิทลงบนพื้นพรมปักลายหวยซานทันที ของเหลวสีเข้มซึมซาบลงสู่เนื้อผ้าอย่างน่าสยดสยอง กลิ่นฉุนของยาทะลักขึ้นมาเตะจมูก ทว่าในวินาทีที่หยดสุดท้ายร่วงหล่นลงพื้น เสียงฝีเท้าหนักหน่วงขององครักษ์เอกก็ดังขึ้นเร่งรีบจากนอกประตู พร้อมกับเสียงตะโกนรายงานด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด
"ท่านอ๋อง!แย่แล้วเพคะ! สนองพระชายารอง... พระชายารองหลิวทรงกระอักเลือดหมดสติไปที่ตำหนักบูรพา หมอหลวงประกาศว่า... พระองค์ทรงถูกวางยาพิษชนิดเดียวกับที่ใช้ในตำหนักอิงฮวาพะยะค่ะ!"
ไป๋เหลียนฮวาขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปในเกมการเมืองอันเชือดเฉือนนี้ด้วยกันนะคะ
เล่ห์รักเหนือบัลลังก์มังกรไร้ใจ•ตอนที่ 2
ถ้วยยาที่ต้องสงสัย
ผลงานโดย ไป๋เหลียนฮวา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไป๋เหลียนฮวา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เล่ห์รักเหนือบัลลังก์มังกรไร้ใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!