เล่ห์รักเหนือบัลลังก์มังกรไร้ใจ•ตอนที่ 6

กลยุทธ์แก้เกมในจวน

ผลงานโดย ไป๋เหลียนฮวา
กลิ่นอายของกำยานดอกกุ้ยฮวาที่ลอยอวลอยู่ในห้องโถงใหญ่ของเรือนบูรพา หาได้สร้างความผ่อนคลายให้แก่ผู้ใดไม่ ตรงกันข้าม ความเงียบงันอันน่าอึดอัดที่แผ่ซ่านออกมาจากร่างระหงของสตรีผู้ประทับนั่งอยู่เบื้องหน้าโต๊ะไม้จันทน์ กลับทำให้เหล่าบ่าวรับใช้และสาวใช้ระดับสูงถึงกับต้องกลั้นหายใจ ปลายเท้าไม่กล้าขยับเขยื้อน พระราชเสาวนีย์ลับจากไทเฮาที่เพิ่งถูกประกาศกร้าวออกไปเมื่อยามโพล้เพล้ หาได้สั่นคลอนความมั่นคงในดวงตาคู่คมของหลี่มู่เหยาไม่ นางยังคงนั่งหลังตรงสง่างาม อาภรณ์ปักลายหงส์สีเพลิงสะท้อนกับแสงตะเกียงวับแวม นางวางนิ้วเรียวลงบนถ้วยชาอย่างเชื่องช้า ราวกับทิวทัศน์รอบกายหาใช่สถานการณ์ความเป็นความตายอันเนื่องมาจากข้อหาสมรู้ร่วมคิดกับกบฏนอกด่านไม่ หากแต่เป็นเพียงการจิบชารabยามบ่ายในสวนดอกไม้ "พวกเจ้าคิดว่า... อำนาจในการกุมคลังเสบียงและบัญชีรายรับรายจ่ายของจวนอ๋องตลอดสามปีที่ผ่านมา ตกไปอยู่ในมือของอนุฮวาและพวกพ้องจนเน่าเฟะไปถึงไหนต่อLไหนแล้วล่ะคะ?" น้ำเสียงหวานใสดุจดนตรีหยก แต่กลับเยือกเย็นเสียจนแม่บ้านใหญ่โจว ซึ่งเคยเป็นคนสนิทของอนุฮวาถึงกับสะดุ้งสุดตัว นางคุกเข่าลงกับพื้นศิลาเย็นเฉียบ เม็ดเหงื่อผุดพรายเต็มขมับ "พระ... พระชายาโปรดทรงเมตตา บ่าว... บ่าวเพียงแต่ทำตามคำสั่งของ..." แม่บ้านโจวละล่ำละลักละลานเสียงสั่นเครือ "ตามคำสั่งของใครหรือคะ?" มู่เหยาปรายตามองลงมา รอยยิ้มที่มุมปากมิได้ส่งไปถึงดวงตา คู่นั้นฉายแววเฉียบคมดุจใบมีดน้ำแข็งที่เคลือบยาพิษ "ในเมื่อพระราชเสาวนีย์ปลอมๆ ฉบับนั้นกล่าวหาว่าเปิ่นกงถูกปลดและต้องถูกคุมตัวเข้าคุกหลวง... แต่ไยจนถึงบัดนี้ ขบวนทหารจากวังหลวงจึงยังมาไม่ถึงเรือนบูรพาเล่า? หรือว่า... มีสุนัขรับใช้บางตัวในจวนนี้ร้อนรน รีบวิ่งไปเห่าหอนกราบกรานขอความชอบจากไทเฮา โดยลืมคิดไปว่า... ใครกันแน่ที่เป็นเจ้าของชีวิตพวกมันอย่างแท้จริงในจวนหลังนี้" คำพูดนั้นทรงพลังและเฉียบคมจนแม่บ้านโจวหน้าซีดเผือด หมอบกราบลงจนหน้าผากแนบพื้น ย้อนกลับไปเมื่อหนึ่งชั่วยามก่อน หลังจากที่ข่าวลือเรื่องพระราชเสาวนีย์ลับสะั่นสะเทือนไปทั่วจวน อนุฮวาผู้ทะเยอทะยานหมายจะฉวยโอกาสนี้ยึดอำนาจการปกครองเรือนหลังทั้งหมด โดยอาศัยจังหวะที่เฟยหรงอ๋องเสด็จไปราชกิจเร่งด่วนนอกเมือง นางถึงกับสั่งให้คนปิดประตูจวน ห้ามบ่าวไพร่เข้าออก และเตรียมเข้ายึดกุญแจคลังสมบัติ ทว่า... มู่เหยาหาใช่สตรีอ่อนแอในอดีตไม่ นางใช้ความรู้ด้านจิตวิทยาและการแพทย์สมัยใหม่ วิเคราะห์ความเคลื่อนไหวของคนในจวนอย่างแม่นยำ นางรู้ดีว่าราชเสาวนีย์ฉบับนั้นเป็นเพียง ‘หมากตัวหนึ่ง’ ที่ไทเฮาและตระกูลฮวาโยนลงมาเพื่อทดสอบกระแสลมในราชสำนัก และเพื่อบีบให้เฟยหรงอ๋องต้องเลือกระหว่างอำนาจกับสตรีที่พระองค์เพิ่งรับเข้ามา ทว่าพวกมันกลับประเมินความเด็ดขาดของนางต่ำเกินไป! "ลุกขึ้นเถอะค่ะ แม่บ้านโจว" มู่เหยาเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "เปิ่นกงไม่ใช่คนใจร้ายไร้เหตุผล หากเจ้าฉลาดพอที่จะส่งบัญชีตัวเลขที่แท้จริงทั้งหมดของสามปีนี้มาวางไว้บนโต๊ะนี้ก่อนรุ่งสาง... ข้าอาจจะพิจารณาละเว้นโทษโบยยี่สิบทีฐานสมคบคิดกับคนนอกได้นะ" "บ่าว... บ่าวรับพระบัญชา! บ่าวจะรีบไปจัดการเดี๋ยวนี้เพคะ!" แม่บ้านโจวโขกศีรษะคำนับสามครั้งติดๆ กันอย่างลนลาน ก่อนจะรีบคลานถอยหลังออกไปจากห้องโถงด้วยความหวาดกลัวสุดขีด มู่เหยาถอนหายใจเบาๆ นางลุกขึ้นยืนแล้วเดินไปที่หน้าต่าง บรรยากาศยามค่ำคืนของจวนอ๋องเงียบสงัดและเต็มไปด้วยแรงกดดันทางการเมือง สายลมเย็นเยียบพัดผ่านเข้ามาปะทะดวงหน้าหวานล้ำ นางรู้ดีว่านี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น การยึดอำนาจการจัดการในจวนกลับคืนมาเป็นเพียงก้าวแรก หากต้องการรอดพ้นจากเงื้อมมือของไทเฮาและเหล่าขุนนางกังฉิน นางต้องควบคุมขุมกำลังภายในจวนอ๋องให้เบ็ดเสร็จเสียก่อนที่เฟยหรงอ๋องจะเสด็จกลับมา ทว่า ในขณะที่นางกำลังจะหันตัวกลับไปหยิบตำราสมุนไพรบนโต๊ะ เสียงฝีเท้าหนักแน่นและคุ้นเคยก็ดังขึ้นที่หน้าประตูกลาง—ฝีเท้าที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายไอสังหารและอำนาจอันน่าเกรงขามที่นางจำได้แม่นยำ ประตูกลางถูกผลักเปิดออกอย่างแรงด้วยมือหนาของบุรุษผู้กุมอำนาจทหารครึ่งแผ่นดิน! เฟยหรงอ๋องประทับยืนอยู่ที่นั่น อาภรณ์สีดำสนิทเปียกชุ่มไปด้วยละอองฝนยามดึก ดาบประจำกายยังมีคราบเลือดสดๆ ไหลหยดติ๋งลงบนพื้นศิลา ดวงตาคมกริบดุจพญาอินทรีมองตรงมาที่นางด้วยประกายไฟที่พร้อมจะเผาผลาญทุกสิ่งที่ขวางหน้า เขากวาดสายตามองเอกสารและบัญชีที่กระจัดกระจายอยู่เล็กน้อย ก่อนจะสาวเท้าเข้าประชิดตัวนางในสามก้าว ลมหายใจอุ่นร้อนเจือกลิ่นอายสงครามปะทะเข้ากับพวงแก้มของนาง "ชายาของเปิ่นกง..." สุรเสียงทุ้มต่ำและแหบพร่าเอ่ยลอดไรฟัน ดึงร่างบางเข้ามาสู่อ้อมอกแกร่งราวกับจะสลักนางไว้กระดูก "ได้ยินว่า... มีคนคิดจะปลดเจ้าออกจากตำแหน่ง และพาตัวเจ้าไปเข้าคุกหลวงในยามที่เปิ่นกงไม่อยู่เช่นนั้นหรือ?" มู่เหยาสูดหายใจเข้าลึก นางเงยหน้าขึ้นสบตากับบุรุษผู้ทรงอำนาจที่สุดในแคว้นผู้นี้ รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างไม่เกรงกลัว "ถ้าหม่อมฉันบอกว่า... หม่อมฉันกำลังจัดการพวกสุนัขรับใช้ที่บังอาจเหิมเกริมเหล่านี้ด้วยตัวเอง ท่านอ๋องจะทรงกริ้ว หรือจะทรงช่วยหม่อมฉัน ‘เชือดไก่ให้ลิงดู’ ดีล่ะคะ?" บรรยากาศในห้องโถงพลันหยุดนิ่งราวกับเวลาถูกแช่แข็ง ทันใดนั้นเอง... เสียงหัวเราะทุ้มต่ำในลำคอของเฟยหรงอ๋องก็ดังขึ้น พร้อมกับที่มือหนาเอื้อมไปปลดป้ายคำสั่งประจำตัวทหารองครักษ์เงาโยนลงบนโต๊ะตรงหน้าเสียงดังสนั่น "หากเจ้าอยากเชือด... เปิ่นกงจะถือดาบเล่มนี้ให้เจ้าเอง!" — ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดื่มด่ำไปกับเล่ห์กลอันลุ่มลึกนี้ด้วยกันนะคะ —
สารจากนักเขียน (ไป๋เหลียนฮวา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เล่ห์รักเหนือบัลลังก์มังกรไร้ใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%