เล่ห์รักเหนือบัลลังก์มังกรไร้ใจ•ตอนที่ 7

พิษร้ายในงานเลี้ยง

ผลงานโดย ไป๋เหลียนฮวา
กลิ่นหอมหวานล้ำลึกของสุราชั้นเลิศและกลิ่นอายกำยานบุษบกที่ลอยอบอวลอยู่ทั่วตำหนักรับรอง แฝงไว้ด้วยความหนาหนักอันผิดปกติจนผู้มีประสาทสัมผัสเฉียบคมย่อมตระหนักได้ทันทีว่า งานเลี้ยงเฉลิมฉลองวันคล้ายวันประสูติของพระสนมเอกในค่ำคืนนี้ หาใช่มีเพียงเสียงดนตรีบรรเลงและรำฟ้อนอันรื่นรมย์ไม่ หลี่มู่เหยานั่งสงบอยู่ ณ โต๊ะรับรองลำดับเก้า ร่างระหงในอาภรณ์ผ้าไหมปักลายเหมันต์สีฟ้าอ่อนสะท้อนกับแสงคบเพลิงวับแวว นางมิได้แตะต้องจอกสุราตรงหน้าแม้แต่หยดเดียว ปลายนิ้วเรียวยาวใต้ชายแขนเสื้อซ่อนเข็มเงินเล่มบางไว้ในตำแหน่งที่พร้อมใช้งานได้เสี้ยววินาที สายตาดอกท้อคู่กวาดมองความเคลื่อนไหวรอบกายอย่างเงียบเชียบ ท่ามกลางเหล่าขุนนางและฮูหยินผู้สูงศักดิ์ที่กำลังดื่มกินกันอย่างสำราญใจ มีเพียงสายตาคู่นั้นที่ลอบสังเกตเห็นรอยยิ้มเยียบเย็นที่มุมปากของเสนาบดีจ้าว ผู้กุมอำนาจฝ่ายพลเรือน ซึ่งนั่งอยู่ไม่ไกลจากองค์ไทเฮา "คุณหนูหลี่... เหตุใดท่านจึงไม่ร่วมดื่มอวยพรแด่พระสนมเล่า หรือสุราจันทร์กระจ่างนี่ไม่เป็นที่ถูกปากท่าน?" เสียงหวานเจือความเย้ยหยันดังขึ้นจากสตรีตระกูลสูงที่นั่งถัดไป มู่เหยายังไม่ทันได้เอ่ยคำตอบ ความโกลาหลระลอกแรกก็ระเบิดขึ้นราวกับคลื่นใต้น้ำ *ตุ้บ!* เสียงร่างของฮูหยินรองแห่งจวนแม่ทัพใหญ่ทรุดฮวบลงกระแทกพื้นพร้อมกับจอกกระเบื้องเคลือบที่แตกกระจาย เลือดสีดำคล้ำพุ่งทะลักออกจากมุมปากของนาง ใบหน้าขาวนวลบิดเบี้ยวด้วยความทรมาน ดวงตาเบิกโพลงอย่างตื่นตระหนกก่อนจะหมดสติไปคาที่ เสียงกรีดร้องด้วยความตกใจกลัวของเหล่าสตรีดังระงมขึ้นทันที ความวุ่นวายแผ่ขยายเป็นวงกว้างราวกับไฟลามทุ่ง ขุนนางหลายท่านเริ่มกุมหน้าอกและล้มฟุกตามกัน อาการกระตุกเกร็งและเลือดสีดำที่ไหลรินจากทวารทั้งเจ็ดเป็นเครื่องยืนยันอย่างไร้ข้อกังขา—พิษสลายโลหิต! พิษร้ายแรงจากแดนใต้ที่ไร้ซึ่งยาแก้ "เกิดอะไรขึ้น! ใครบังอาจวางยาในงานเลี้ยงหลวง!" เสียงตวาดก้องด้วยความกริ้วโกรธของฮ่องเต้ดังสะท้านไปทั่วตำหนัก มหาดเล็กและองครักษ์หลวงนับร้อยต่างชักกระบี่ออกมายืนล้อมกรอบผู้คนไว้ทั้งหมด ความตึงเครียดพุ่งทะยานถึงขีดสุด พระสนมเอกถึงกับทรงเป็นลมหมดสติไปบนพระแท่น ขณะที่ไทเฮาทรงใช้มือสั่นเทากุมพระอุระด้วยความตกพระทัย ท่ามกลางความอลหม่านและเสียงร้องระงมราวกับขุมนรก มู่เหหากลับเคลื่อนไหวกายอย่างรวดเร็วดุจภูตพราย นางก้าวเท้าออกไปเบื้องหน้าอย่างไร้ความตื่นตระหนก ร่างบางปราดเข้าไปประคองร่างของฮูหยินรองที่กำลังจะขาดใจ พร้อมทั้งคว้าข้อมือชีพจรที่เต้นแผ่วเบาจนแทบไม่เหลือความรู้สึกทันที "ถอยไปนะนังเด็กนี่! เจ้าจะทำอะไรมารดาฉัน!" บุตรชายของฮูหยินรองตะโกนลั่นด้วยความโกรธเกรี้ยวพร้อมจะพุ่งเข้ามาฉุดกระชาก "หากท่านยังชักช้าและส่งเสียงโง่ๆ เช่นนี้มารดาของท่านจะสิ้นใจตายภายในสามลมหายใจ!" มู่เหยาตวาดกลับด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นและทรงอำนาจอย่างประหลาด จนบุตรชายขุนนางผู้นั้นถึงกับชะงักงันด้วยความตกตะลึง แววตาเด็ดเดี่ยวและไร้ความหวาดกลัวของนางสะกดผู้คนรอบข้างให้ตกอยู่ในความเงียบงันชั่วขณะ ไม่รอให้ผู้ใดอนุญาต มู่เหยาปลดปิ่นหยกขาวบนมวยผมของตนออกอย่างรวดเร็ว ใช้ปลายปิ่นกดลงที่จุดชีพจรสำคัญใต้กกหูและลำคอของฮูหยินรองเพื่อสกัดกั้นการเดินของพิษไม่ให้แล่นเข้าสู่หัวใจ พร้อมกันนั้น นางควักตลับโอสถทองคำขนาดเล็กออกจากสาบเสื้อ บังคับหยอดยาเม็ดสีเขียวมรกตที่มีกลิ่นหอมฉุนกึกเข้าสู่ลำปากของผู้ป่วยที่กำลังหมดสติ "หาผ้าขนสัตว์มารองใต้ศีรษะนาง แล้วเปิดหน้าต่างทางทิศบูรพาออกให้หมด! อากาศบริสุทธิ์ต้องถ่ายเทเข้าสู่ด้านในเดี๋ยวนี้!" นางออกคำสั่งกับเหล่าขุนนางและขันทีด้วยน้ำเสียงเฉียบขาดราวกับหมอหลวงผู้ผ่านความเป็นความตายมานับร้อยหน สายตาคมกริบของ *เฟยหรงอ๋อง* ที่ประทับอยู่ ณ ตำหนักประธาน ทอดมองสตรีผู้กำลังยื้อแย่งชีวิตคนจากเงื้อมมือมัจจุราชด้วยแววตาที่ลุ่มลึกและซับซ้อน ความเด็ดเดี่ยว ไหวพริบ และความรู้ทางการแพทย์อันล้ำลึกที่ซ่อนอยู่ภายใต้รอยยิ้มอันสงบเสงี่ยมนั้น ทำให้หัวใจของบุรุษผู้ขึ้นชื่อว่าเลือดเย็นและไร้หัวใจอย่างเขาเกิดระลอกคลื่นความรู้สึกอันรุนแรงขึ้นมาอย่างเงียบเชบ ผ่านไปชั่วก้านธูปที่ยาวนานดุจชั่วกัปชั่วกัลป์ ท่ามกลางความลุ้นระทึกของทุกคนในตำหนัก ฮูหยินรองที่นอนแน่นิ่งไปนานก็สำลักโลหิตสีดำข้นคลั่กออกมาอีกระลอก ก่อนที่ลมหายใจจะเริ่มกลับมาสม่ำเสมอและดวงตาค่อยๆ เปิดขึ้นอย่างช้าๆ "นาง... นางฟื้นแล้ว! ฮูหยินรองรอดชีวิตแล้ว!" เสียงอุทานด้วยความตื่นตะลึงดังขึ้นจากรอบด้าน เหล่าขุนนางและพระบรมวงศานุวงศ์ต่างมองหน้ากันด้วยความรู้สึกทึ่งแก Pความหวาดกลัว ชื่อเสียงของหลี่มู่เหยาในฐานะสตรีผู้มีความรอบรู้และช่วยชีวิตผู้คนจากพิษร้ายแรงในชั่วพริบตา ขจรขจายออกไปทั่วท้องพระโรงในชั่วข้ามคืน ทว่า ท่ามกลางเสียงสรรเสริญเยินยอและสายตาที่มองมาด้วยความเลื่อมใส มู่เหยากลับมิได้รู้สึกยินดีแม้แต่น้อย นางสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายอันตรายที่พุ่งเป้ามาที่ตนเองอย่างเงียบเชียบ ปลายลิ้วของนางแตะสัมผัสคราบโลหิตสีดำที่ติดอยู่บนปลายนิ้ว... *มิใช่พิษจากแดนใต้ธรรมดา แต่เป็นพิษสลายโลหิตตระกูลหลินที่มีเพียงคนในราชสำนักระดับสูงเท่านั้นที่ครอบครอง* ในขณะที่ทุกคนกำลังโล่งอกกับเหตุการณ์ระทึกขวัญ ขันทีเฒ่าคนสนิทของฮ่องเต้ก็ซอยเท้าวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาด้วยความเร่งรีบ ในมือถือสาส์นลับประทับตราหยกทองคำที่ส่งตรงมาจากชายแดนประจิม ซึ่งมีข้อความสำคัญยิ่งยวดที่จะพลิกผันชะตากรรมของแผ่นดิน ขันทีผู้นั้นคุกเข่าลงแทบเบื้องพระบาทก่อนจะกราบทูลด้วยเสียงสั่นเครือ "ฝ่าบาท... เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ! แม่ทัพใหญ่แห่งชายแดนประจิม... ถูกลอบปลงพระชนม์ และกองทัพสามแสนนายกำลังแตกพ่าย!" บรรยากาศในงานเลี้ยงที่เพิ่งคลี่คลายจากความตาย กลับต้องหยุดชะงักลงอีกครั้งในเสี้ยววินาที ความเงียบงันเข้าปกคลุมราวกับความตายคืบคลานเข้ามาเยือน มู่เหยาหันขวับไปสบตากับเฟยหรงอ๋องที่กำลังลุกขึ้นยืนช้าๆ แววตาดุดันคู่นั้นสะท้อนประกายอำมหิตที่พร้อมจะฉีกกระชากผู้ใดก็ตามที่ชักใยอยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ทั้งหมดให้แหลกเป็นจุล — ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดื่มด่ำไปกับเล่ห์กลอันลุ่มลึกนี้ด้วยกันนะคะ —
สารจากนักเขียน (ไป๋เหลียนฮวา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เล่ห์รักเหนือบัลลังก์มังกรไร้ใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%