เล่ห์รักเหนือบัลลังก์มังกรไร้ใจ•ตอนที่ 25

ข่าวลือเรื่องตั้งครรภ์

ผลงานโดย ไป๋เหลียนฮวา
กลิ่นอายของกำยานสุคนธรสหอมกรุ่นที่ลอยอวลอยู่ภายในตำหนักบูรพา กลับมิอาจกลบเกลื่อนบรรยากาศอันน่าอึดอัดที่แผ่ซ่านออกมาจากร่างระหงของหลี่มู่เหยาได้เลยแม้แต่น้อย นิ้วเรียวดุจลำเทียนของนางกำลังบรรจงฝนแท่งหมึกสีนิลลงบนจานหินต้วนซีอย่างช้าๆ เชื่องช้า ทว่ามั่นคง ทุกจังหวะของการเคลื่อนไหวเปี่ยมด้วยความสง่างามตามแบบฉบับของสตรีสูงศักดิ์ ทว่าในดวงตาคู่คมกลับปรากฏประกายเยือกเย็นราวกับผืนน้ำในฤดูเหมันต์ "ข่าวลือสะพัดไปทั่วทั้งสามตำหนักหก4 ตำหนักแล้วเพคะ พระชายา..." เสียงของอี้หลาน สาวใช้คนสนิทดังขึ้นแผ่วเบาด้วยความร้อนรน นางก้มหน้าต่ำจนแทบชิดพื้นหินอ่อน พยายามข่มอาการสั่นเทาในน้ำเสียง "พวกนาง... พวกนางโจษจันกันว่า ยามนี้ท่าน... ตั้งครรภ์ได้สองเดือนแล้วเพคะ" หมึกสีนิลหยุดชะงักลงทันที มู่เหยาไม่ได้เงยหน้าขึ้นทันที นางเพียงแต่แค่นมุมปากขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มนั้นบางเบาดุจปีกจักจั่น ทว่ากลับเยียบเย็นจนน่าขนพองสยองเกล้า หญิงสาววางแท่งหมึก2 ลงบนแท่นหินอย่างประณีตบรรจง ก่อนจะใช้ผ้าแพรสีขาวซับมือที่เปื้อนคราบหมึกอย่างใจ ตั้งครรภ์? ช่างเป็นหมากที่สกปรกและต่ำช้าเสียจริง... ในราชสำนักและวังหลังแห่งนี้ ไม่มีอาวุธใดจะฆ่าคนได้เลือดเย็นเท่ากับ "ชื่อเสียง" ของสตรี การปล่อยข่าวลือเรื่องการตั้งครรภ์โดยไร้ซึ่งพิธีแต่งตั้งอย่างเป็นทางการ หรือในยามที่เฟยหรงอ๋องยังมิได้ประทับร่วมหอลงโรงอย่างออกหน้าออกตา มิใช่เพียงแค่การทำลายเกียรติยศของนาง แต่เป็นการชักนำดาบแห่งราชันมาปลิดชีพนางทางอ้อม! หากข่าวนี้ล่วงรู้ไปถึงพระHกรกรรณของฮ่องเต้ ข้อหา "ลักลอบได้เสียก่อนแต่ง" หรือ "หยาม 6เกียรติราชวงศ์" ย่อมเพียงพอที่จะประหารนางเจ็ดชั่วโคตร "ช่างกล้ามนัก..." มู่เหยาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าดังก้องกังวานในความเงียบงันของตำหนัก "ข่าวลือนี้ผู้ใดเป็นคนเริ่มต้นเล่า อี้หลาน?" "เรียนพระชายา... ต้นตอมาจากตำหนักของพระสนมเสิ่นเพคะ และดูเหมือนว่า... ข่าวนี้จะจงใจแพร่สะพัดไปยังกรมพิธีการและฝ่ายในอย่างรวดเร็วราวกับมีคนคอยชักใยอยู่เบื้องหลัง" อี้หลานกัดริมฝีปากแน่น "ยามนี้เหล่าขุนนางฝ่ายวิพากษ์เริ่มจับกลุ่มนินทากันแล้วว่า ท่านใช้วิชามารมนตราใดจึงสามารถมัดใจท่านอ๋องผู้เย็นชาได้ ถึงขั้น... ถึงขั้นตั้งครรภ์ก่อนวัยอันควรเพคะ" มู่เหยาสูดลมหายใจเข้าลึก3 นางไม่ได้รู้สึกหวาดกลัวแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม สมองอันปราดเปรื่องของแพทย์หญิงยุคปัจจุบันกำลังประมวลผลและวางหมากตลบหลังอย่างรวดเร็ว เสิ่นอี้ว์... พระสนมผู้เลอโฉมแต่ไร้สมองผู้นั้น ย่อมไม่มีทางคิดแผนการที่แยบยลและลึกซึ้งถึงเพียงนี้ได้ นางเป็นเพียงหมากตัวหนึ่ง หมากที่ถูกชักใยโดยเบื้องหลังอันดำมืด ผู้ใดกันเล่าที่ต้องการบีบคั้นนางให้จนมุมก่อนศึกชิงบัลลังก์จะเริ่มขึ้นอย่างแท้จริง? "พวกมันคิดจะใช้ 'ความอับอาย' มาบีบให้ข้าต้องตกเป็นฝ่ายตั้งรับ" มู่เหยาแค่นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ดวงตาคู่งามหรี่ลงเล็กน้อยราวกับพยัคฆ์สาวที่กำลังจ้องมองเหยื่อ "น่าเสียดาย... ที่พวกมันไม่รู้ว่า การสร้างหลักฐานเท็จเรื่องการตั้งครรภ์ เป็นช่องโหว่ที่โง่เขลาที่สุดสำหรับผู้ที่มีความรู้เรื่องการแพทย์อย่างข้า" ในขณะที่บรรยากาศภายในตำหนักกำลังตึงเครียดถึงขีดสุด เสียงฝีเท้าหนักแน่นและคุ้นเคยก็ดังขึ้นจากภายนอก ทหารองครักษ์หน้าตำหนักประกาศก้องด้วยความเคารพยำเกรง "เฟยหรงอ๋องเสด็จ—!" สิ้นเสียงนั้น ร่างสูงสง่าในอาภรณ์สีดำสนิทปักลายมังกรเงินดิ้นทองก็ก้าวเข้ามา ประกายตาดุดันทรงอำนาจกวาดมองทั่วห้อง บรรยากาศรอบกายของเขาเย็นยะเยือกดึงดูดความกดดันจนผู้คนรอบข้างแทบไม่กล้าหายใจ เฟยหรงอ๋องก้าวเข้ามาหยุดยืนตรงหน้ามู่เหยา รัศมีแห่งความเป็นเจ้าชีวิตแผ่ซ่านจนอี้หลานต้องรีบหมอบกราบลงกับพื้นแล้วถอยร่นออกไปด้านนอกทันที สายตาคมกริบดั่งเหยี่ยวของท่านอ๋องกวาดมองใบหน้าอันงดงามที่ยังคงความสงบเยือกเย็นของสตรีตรงหน้า ก่อนที่ริมฝีปากหนาจะขยับเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำทรงพลัง "เจ้าได้ยินข่าวลือรึยัง, มู่เหยา?" มู่เหยาเงยหน้าขึ้นสบตากับบุรุษผู้กุมอำนาจสูงสุดในกองทัพ ภายในดวงตาของเขามีร่องรอยของความกังวลซ่อนอยู่ภายใต้ความเยือกเย็นอันเป็นเอกลักษณ์ นางมิได้หลบสายตา รอยยิ้มบางๆ ผุดขึ้นที่มุมปากอย่างท้าทาย "เรื่องที่หม่อมฉัน 'ตั้งครรภ์' น่ะหรือเพคะ? หม่อมฉันเพิ่งจะทราบจากปากของอี้หลานเมื่อครู่เองเพคะ..." มู่เหยาตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความตื่นตระหนกใดๆ เฟยหรงอ๋องหรี่ตาลงเล็กน้อย ก้าวเข้าไปประชิดร่างบางจนมู่เหยาต้องเงยหน้าขึ้นมอง มือหนาเอื้อมไปแตะที่ปลายคางมนของนางแผ่วเบา สัมผัสอุ่นร้อนนั้นตัดกับความเย็นชาของสถานการณ์รอบข้างได้อย่างสิ้นเชิง "เจ้าไม่กลัวหรือ?" เสียงของเขาทุ้มพร่าและเต็มไปด้วยความกดดัน "ข่าวลือนี้หากปล่อยไว้ ขุนนางหัวโบราณพวกนั้นอาจใช้เป็นข้ออ้างในการถอดถอนเจ้า หรือแม้แต่... บีบบังคับให้ข้าต้องส่งตัวเจ้าไปสอบสวน" มู่เหยาเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ปัดมือหนาของเขาออกเบาๆ อย่างไม่เกรงกลัว ก่อนจะก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าวเพื่อเว้นระยะห่าง รอยยิ้มมั่นใจปรากฏขึ้นบนใบหน้า "กลัวเพะคะ? หม่อมฉันเป็นแพทย์ผู้รักษาคนมานักต่อนัก การจะพิสูจน์ว่าสตรีผู้หนึ่งตั้งครรภ์หรือไม่ เป็นเรื่องที่ง่ายเสียยิ่งกว่าพลิกฝ่ามือ" มู่เหยาเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย แววตาฉายประกายปราชญ์เปรื่อง "ในเมื่อพวกมันอยากเล่นละครฉากใหญ่นัก หม่อมฉันก็จะจัดให้พวกมันได้ชมจนหยดสุดท้าย... ท่านอ๋องเพคะ ท่านเชื่อใจหม่อมฉันหรือไม่?" เฟยหรงอ๋องนิ่งเงียบไปชั่วขณะ ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยราวกับต้องการค้นหาความจริงทั้งหมด ก่อนที่มุมปากของพญาอินทรีย์แห่งกองทัพจะยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความพึงพอใจและอำมหิตในคราเดียวกัน "ดี... ข้าอยากรู้นักว่า สุนัขจิ้งจอกตัวไหนที่กล้าขุดหลุมฝังตัวเอง" เขาเอ่ยเสียงต่ำ "ข้าจะให้คนไปเปิดทางให้พวกมันจัดงานเลี้ยงฉลองข่าวลือนี้ในอีกสามวันข้างหน้า... และถึงวันนั้น ข้าอยากเห็นสีหน้าของพวกมันนัก ว่าจะยังยิ้มออกอยู่หรือไม่" รอยยิ้มของมู่เหยาคลี่ยิ้มกว้างขึ้น เป็นรอยยิ้มที่งดงามหยาดเยิ้มทว่าแฝงไว้ด้วยพิษร้ายแรงดั่งดอกบัวขาวที่อาบยาพิษ ทว่า... ในจังหวะที่ทั้งสองกำลังประสานสายตากันอย่างรู้ทัน เสียงฝีเท้าเร่งรีบของขันทีหลวงผู้หนึ่งก็ดังแทรกขึ้นทำลายความเงียบ ขันทีผู้นั้นวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาคุกเข่าลงแทบเท้าของเฟยหรงอ๋อง เนื้อตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวจนแทบควบคุมไม่อยู่ "ทะ... ท่านอ๋อง! พระราชโองการด่วนจากท้องพระโรง... ฝ่าบาททรงมีรับสั่งให้เรียกตัวพระชายามู่เหยาเข้าเฝ้าเป็นการด่วนในค่ำคืนนี้เพคะ!" ขันทีละล่ำละลักละลอกเอ่ยออกมาด้วยเสียงอันสั่นเครือ "ข้อหา... ข้อหาลักลอบกระทำความผิดศีลธรรมอันดีในราชสำนัก... มีหลักฐานพยานยืนยันแน่ชัดแล้วเพคะ!" ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและหัวใจเต้นระรัวไปกับตัวละครอันเป็นที่รักของเรานะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (ไป๋เหลียนฮวา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เล่ห์รักเหนือบัลลังก์มังกรไร้ใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%