กลิ่นอายจางๆ ของกฤษณาและสนิมเหล็กเคล้าคลออยู่ในความมืดสลัวของเรือนรับรองชั้นใน เสียงฝีเท้าหนักแน่นที่ย่างก้าวเข้ามาบนพื้นไม้ขัดมันไม่ได้ทำให้หลี่มู่เหยาลละสายตาจากตำรับยาโบราณในมือ นางเพียงแต่ปรายหางตามองเงาร่างสูงสง่าที่ทาบทับกรอบประตู ก่อนจะวางพู่กันขนกระต่ายป่าลงบนแท่นหยกขาวอย่างเชื่องช้า
"ดึกดื่นค่อนคืนเช่นนี้ ลมพายุอันใดจึงหอบท่านอ๋องผู้ปรีชามาเยือนเรือนพำนักของแพทย์ฝึกหัดเช่นหม่อมฉันได้เพคะ" น้ำเสียงของนางราบเรียบ เยือกเย็นดั่งสายน้ำในฤดูเหมันต์ ทว่าแฝงไว้ด้วยความระแวดระวังที่ถูกเก็บซ่อนไว้อย่างแนบเนียน
เฟยหรงอ๋องไม่ตอบคำทันที ดวงเนตรคมกลาบดั่งพญาเหยี่ยวคู่นั้นกวาดมองไปรอบห้อง กลิ่นอายกดดันมหาศาลแผ่ซ่านออกมาจากร่างหนาในชุดคลุมสีดำสนิทปักลายมังกรห้าเล็บด้วยดิ้นทอง ทรงก้าวเข้ามาประชิดร่างบางด้วยความเร็วที่แทบไร้ซุ่มเสียง ก่อนจะใช้ปลายนิ้วหนาเชยคางมนของนางขึ้น บังคับให้สบตากับพระองค์
"มู่เหยา... เจ้าคิดว่าความลับในจวนอ๋องแห่งนี้ จะรอดพ้นจากสายตาของเราไปได้สักกี่น้ำ" สุ้มเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอื้อnเอ่ยชิดริมฝีปากของนาง ลมหายใจอุ่นร้อนเจือกลิ่นเหล้าชั้นดีรินรดอยู่บนพวงแก้มเนียน
มู่เหยาสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสติ นางไม่หลบสายตาคมคลาบคู่นั้น หัวใจเต้นระรัวด้วยความตื่นตัวแต่มือยังคงมั่นคง "หม่อมฉันมิบังอาจซ่อนเร้นสิ่งใดต่อหน้าท่านอ๋อง หากมีสิ่งใดขัดหูขัดตา พระองค์โปรดตรัสตรงๆ เถิดเพคะ ไม่ต้องทรงอ้อมค้อมให้เสียเวลา"
มุมพระโอษฐ์หยักลึกยกยิ้มเย็นเยียบ เฟยหรงอ๋องแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ ช่างเป็นสตรีที่กระด้างกระเดื่องและถือดีเสียจริง ทว่ากลับน่าหลงใหลจนพระองค์แทบคลั่ง "ดี... ในเมื่อเจ้าปากแข็งนัก เราจะให้เจ้าเป็นผู้พิสูจน์ด้วยตนเองว่า ในจวนหลังนี้มีหนอนบ่อนไส้ซ่อนอยู่ ณ จุดใด"
สิ้นรับสั่ง ร่างสูงก็สะบัดพระatองค์หันหลัง พร้อมกับที่องครักษ์เงาจงYuan (จงหยวน) ผลักประตูก้าวเข้ามาพร้อมกับร่างสะท้านรุกของสตรีสาวนางหนึ่ง นางคือบ่าวรับใช้คนสนิทที่คอยจัดเตรียมสำรับยาให้มู่เหยาในยามเช้า
สตรีผู้นั้นทรุดฮวบลงคุกเข่ากับพื้น ร่างกายสั่นเทาหวาดกลัวจนแทบควบคุมไม่ได้ "ท่านอ๋องทรงเมตตา! หม่อมฉัน... หม่อมฉันไม่ได้ทำอะไรเพคะ!"
มู่เหยาหรี่ตาลงเล็กน้อย กวาดสายตาสำรวจร่องรอยบนตัวบ่าวรับใช้ผู้นั้นอย่างรวดเร็ว—ปลายนิ้วเรียวยาวมีคราบผงสีขาวติดอยู่จางๆ กลิ่นอายจางๆ ของสมุนไพร "อู่โถว" (รากโถวฮวาชนิดมีพิษร้ายแรง) ลอยเตะจมูก ทั้งที่ความจริงแล้วนางไม่เคยสั่งให้บ่าวผู้นี้จัดเตรียมสมุนไพรชนิดนี้เลยแม้แต่น้อย
"เจ้าค่ะ... พระชายาเอกเป็นผู้สั่งให้หม่อมฉันนำผงยานี้มาโรยไว้ในสำรับยาของแม่นางหลี่" บ่าวรับใช้รีบซัดทอดเสียงสั่นเครือ น้ำตาไหลพรากอาบแก้มด้วยความกลัวตาย "นางบอกว่า... หากแม่นางหลี่ไม่ตาย อาชีพแพทย์ของตระกูลหลี่จะต้องพินาศ!"
บรรยากาศภายในห้องพลันเย็นเยียบลงทันตาเห็น ความเงียบงันเข้าปกคลุมชั่วขณะ ราวกับกาลเวลาหยุดนิ่ง เฟยหรงอ๋องมิได้ตรัสสิ่งใด ทรงทอดพระเนตรมอง反应ของมู่เหยาอย่างเงียบเชียบ ราวกับต้องการอ่านทะลุปรุโปรดไปถึงก้นบึ้งจิตใจของนาง
หลี่มู่เหยาไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนกอย่างที่ควรจะเป็น มุมปากบางระเรื่อยกยิ้มหยันขึ้นเล็กน้อย นางก้าวเท้าเดินเข้าไปใกล้บ่าวรับใช้ผู้นั้นช้าๆ โน้มตัวลงกระซิบด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาแต่ก้องกังวานในความเงียบ
"เจ้าช่างโง่เขลาเบาปัญญาเสียจริง... คิดว่าการซัดทอดเช่นนี้จะช่วยให้เจ้ามีชีวิตรอดพ้นจากเงื้อมมือของท่านอ๋องได้กระนั้นหรือ?" มู่เหยาเอ่ยพลึงพาย "ผงอู่โถวชนิดนี้ หากสูดดมเข้าไปเพียงน้อยนิด ชีพจรจะแปรปรวนภายในสามชั่วยาม ทว่าเจ้ากลับไม่มีอาการใดๆ เลยแม้แต่น้อย ยิ่งไปกว่านั้น รอยหมึกที่ปลายนิ้วของเจ้า... เป็นหมึกชั้นดีที่ใช้เฉพาะในเรือนขององค์หญิงแคว้นเหลียง มิใช่จวนสกุลหลี่ของข้า"
บ่าวรับใช้เบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง สีหน้าซีดเผือดลงจนไร้สีเลือด ร่างทั้งร่างสั่นเทาราวกับลูกนกตกน้ำ นางไม่คิดเลยว่าสตรีผู้นี้จะมีความสามารถในการสังเกตการณ์ที่เฉียบคมถึงเพียงนี้
เฟยหรงอ๋องทอดพระเนตรภาพนั้นด้วยแววตาที่ล้ำลึกเกินกว่าจะหยั่งถึง ความพึงพอใจฉายชัดขึ้นในพระเนตรคู่คม พระองค์ก้าวเข้ามาประชิดหลังมู่เหยา ไออุ่นจากพระวรกายโอบล้อมร่างบางไว้ครึ่งหนึ่ง ราวกับราชสีห์ที่กำลังปกป้องอาณาเขตของตน
"จัดการให้เรียบร้อย อย่าให้เหลือร่องรอย" เฟยหรงอ๋องตรัสสั่งเสียงเรียบเฉย ทว่าดุดันเด็ดขาดราวกับยมทูตพิพากษา องครักษ์เงารับคำสั้นๆ ก่อนจะลากตัวบ่าวรับใช้ผู้ทรยศออกไปอย่างรวดเร็ว ปล่อยให้ความเงียบสงัดกลับคืนสู่เรือนรับรองอีกครา
ทว่า ในขณะที่มู่เหยากำลังจะหมุนตัวกลับเพื่อจัดเตรียมตำรับยาต่อ มือหนากลับคว้าต้นแขนของนางไว้เบื้องหลัง ดึงรั้งเข้าหาแผ่นอกกว้างจนแนบชิด ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอระหง
"เจ้าเก่งกาจขึ้นทุกวันนะ... หลี่มู่เหยา" สุ้มเสียงทุ้มต่ำพร่าเลือนกระซิบชิดใบหู "แต่การกระทำของเจ้าเมื่อครู่ ทำให้ศัตรูในวังหลังรู้ตัวเร็วยิ่งขึ้น เจ้าคิดจะรับมือกับสุนัขป่าหิวกระหายเหล่านี้อย่างไร"
มู่เหยาเม้มริมฝีปากแน่น นางเอี้ยวตัวกลับเล็กน้อยเพื่อสบตากับพระองค์ แม้หัวใจจะเต้นระรัวด้วยความใกล้ชิด แต่นัยน์ตาคู่สวยยังคงแน่วแน่ "หากท่านอ๋องทรงมัวแต่ระแวงหม่อมฉัน เหตุไฉนไม่ทรงปล่อยมือแล้วให้หม่อมฉันจัดการตามวิถีของแพทย์เล่าเพคะ"
เฟยหรงอ๋องไม่ตอบ ทรงกระชับวงแขนให้แน่นขึ้น ดวงเนตรคมกลาบมองลึกลงไปในดวงตานางราวกับจะกลืนกิน "ปล่อยงั้นหรือ... ในเมื่อเจ้าก้าวเข้ามาในหมากกระดานนี้แล้ว อย่าหวังว่าเราจะยอมให้เจ้าเดินออกไปได้อีกตลอดกาล"
ในจังหวะที่บรรยากาศกำลังระอุไปด้วยแรงปรารถนาและความตึงเครียดทางการเมืองนั้นเอง เสียงฝีเท้ารatรัวเร่งรีบก็ดังขึ้นจากนอกประดูเรือน
"กราบทูลท่านอ๋อง! เกิดเรื่องใหญ่แล้วเพคะ!" เสียงของนางกำนัลคนสนิทร้องตะโกนลั่นด้วยความตื่นตระหนก "พระชายาเอก... ทรงกระอักโลหิตหมดสติไปในตำหนักใหญ่ และในห้องบรรทมของพระนาง... พบตุ๊กตาคุณไสยที่มีชื่อและวันเดือนปีเกิดของท่านอ๋องฝังอยู่พ่ะย่ะค่ะ!"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและหัวใจเต้นระรัวไปกับตัวละครอันเป็นที่รักของเรานะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
เล่ห์รักเหนือบัลลังก์มังกรไร้ใจ•ตอนที่ 23
สายลับในเงามืด
ผลงานโดย ไป๋เหลียนฮวา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไป๋เหลียนฮวา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เล่ห์รักเหนือบัลลังก์มังกรไร้ใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!