กลิ่นอายจางๆ ของสมุนไพรต้มเคี่ยวระคนกลิ่นไม้กฤษณาอบอวลอยู่ภายใต้ความเงียบสงัดของตำหนักบูรพา ยามนี้ราตรีล่วงเข้าสู่ยามสาม (03.00 น.) ความมืดมิดภายนอกดุจดั่งผืนผ้าแพรต่วนสีนิลที่ถูกถักทอด้วยความหนาวเหน็บ ทว่าภายในห้องบรรทมกลับอบอุ่นระอุด้วยไอร้อนจากเตาผิงสำริดลายพยัคฆ์คำรณ
ไป๋เหลียนฮวา หรือที่เหล่าทหารกล้าในกองทัพพากย์นามให้อย่างยกย่องว่า 'หมอเทวดาไร้พ่าย' กำลังงละเว้นจากการตรวจสอบบันทึกตำรับยา นางก้มหน้าก้มตาใช้เรียวปลายนิ้วบรรจงฝนแท่งหมึกจีนลงบนจานฝนหินซXานซี เสียงฝนหมึกดังแผ่วเบา 'สวบ... สวบ...' คล้ายจังหวะหัวใจที่เต้นผิดระเบียบมาตั้งแต่เหตุการณ์ลอบปลงพระชนม์เมื่อยามเย็น
เบื้องหน้าของนางคือร่างสูงใหญ่ของเฟยหรงอ๋อง—หลี่มู่เหยา—ผู้กุมอำนาจกองทัพพยัคฆ์บูรพาครึ่งแผ่นดิน บาดแผลฉกรรจ์จากการเอาตัวเข้ามารับคมกระบี่อาบยาพิษแทนนางเมื่อชั่วยามก่อน ทำให้มหาบุรุษผู้แข็งกร้าวปานหินผาผู้นี้จำต้องนอนคว่ำพระsanaกอยู่บนแท่นบรรทมมังกรแกะสลักอย่างเสียไม่ได้ แม้มนตราแห่งโอสถสลายพิษจะเริ่มออกฤทธิ์และควบคุมสถานการณ์ไว้ได้แล้ว ทว่าพิษร้ายที่หลงเหลือย่อมทำให้มังกรหนุ่มผู้นี้มีไข้สูงระอุ ลมหายใจที่ผ่อนเข้าออกจึงร้อนผ่าวราวกับเปลวเพลิง
"เจ้ายังไม่ไปพักผ่อนอีกหรือ... เหลียนฮวา"
เสียงทุ้มต่ำที่เคยดุดันจนสะเทือนขวัญศัตรู บัดนี้กลับแหบพร่าและเจือความอ่อนล้าอย่างหาได้ยากยิ่ง หลี่มู่เหยาปรือพระเนตรขึ้นช้าๆ นัยน์ตาคมกริบดุจเหยี่ยวคู่นั้นทอดมองสตรีตรงหน้าด้วยประกายระยับที่ซับซ้อนเกินกว่าจะคาดเดา
เหลียนฮวาสะดุ้งเล็กน้อย นางหยุดมือจากการฝนหมึก แล้วเงยหน้าขึ้นสบตาพระองค์ นัยน์ตาคู่สวยฉายแววดื้อรั้นที่ซ่อนอยู่ภายใต้ท่าทีสงบเสงี่ยม "หม่อมฉันจะพักผ่อนได้อย่างไรเพคะ ในเมื่อ 'องค์ประกันแห่งแคว้น' ผู้ทรงกุมชะตาชีวิตของคนครึ่งเมือง กำลังนอนซมอยู่ใต้เงื้อมมือของพิษงูเขียวหยกขาว หากคืนนี้แผลเกิดอักเสบขึ้นมาอีกรอบ เกรงว่าชื่อเสียงหมอเทวดาของหม่อมฉันคงต้องป่นปี้ไม่เหลือชิ้นดีเป็นแน่"
น้ำเสียงของนางราบเรียบ ทว่าเจือแววประชดประชันบางเบาเพื่อปกปิดความสั่นไหวในทรวงอก ยามที่นางเห็นเขากระโจนเข้ามารับคมดาบแทนโดยไม่ห่วงพระชนม์ชีพนั้น กำแพงน้ำแข็งที่นางสร้างขึ้นเพื่อป้องกันหัวใจดวงนี้มาตลอดหลายปีในวังหลวง ก็คล้ายจะพังทลายลงในพริบตา
เฟยหรงอ๋องมุมพระโอษฐ์กระตุกขึ้นเล็กน้อย ยามนี้พระองค์ไม่มีมาดของท่านอ๋องผู้เย็นชาไร้หัวใจหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงบุรุษผู้หนึ่งที่กำลังถูกความอ่อนแอชั่วคราวรุมเร้า พระองค์ขยับพระวรกายจะลุกขึ้น ทว่าความเจ็บปวดจากแผลลึกที่หัวพระอังสา (ไหล่) ก็แล่นริ้วขึ้นมาจนต้องสูดลมหายใจเข้าลึกๆ
"เปิ่นหวาง... หาใช่เด็กน้อยไม่ บาดแผลแค่นี้..."
"อย่าขยับเพคะ!" เหลียนฮวาลุกพรวดขึ้นจากเก้าอี้ด้วยความลืมตัว นางสาวเท้าเข้ามาใกล้แท่นบรรทมอย่างรวดเร็ว กลิ่นกายหอมกรุ่นของสมุนไพรโสมและดอกเหมันต์ลอยละล่องเข้าจมูกของหลี่มู่เหยา มือเรียวบางทั้งสองข้างเอื้อมออกไปกดพระอังสาของพระองค์ไว้อย่างถือวิสาสะ "ท่านอ๋องทรงดื้อด้านเกินไปแล้ว! บาดลึกถึงกระดูกเช่นนี้ หากขยับอีกเพียงนิดเดียว เส้นเอ็นหัวไหล่คงขาดสะบั้น พระองค์อยากกลายเป็นคนพิการไร้เรียงสาในห้องหอหรืออย่างไรกัน!"
ระยะห่างระหว่างคนทั้งสองในยามนี้ใกล้ชิดเสียจนลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดกันและกัน หลี่มู่เหยาชะงักค้าง นัยน์ตาคมกริบเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยยามที่ได้เห็นแววตาห่วงใยที่ฉายชัดอยู่ก้นบึ้งนัยน์ตากลมโตของสตรีตรงหน้า มันไม่ใช่ความห่วงใยตามหน้าที่ของหมอกับคนไข้... แต่มันคือความหวาดกลัว สูญเสีย ที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้ท่าทีดุด่าว่ากล่าว
"เจ้า... เป็นห่วงเปิ่นหวาง?" น้ำเสียงของพระองค์ทุ้มนุ่มลงอย่างประหลาด ราวกับสายลมที่พัดผ่านผิวน้ำอันสงบนิ่ง
เหลียนฮวารู้สึกราวกับถูกสายฟ้าฟาดลงกลางใจ นางรีบชักมือกลับราวกับถูกไฟลวก ใบหน้างามที่เคยเยือกเย็นบัดนี้กลับขึ้นสีแดงระเรื่อลามไปจนถึงใบหู นางหันหน้าหนีไปทางอื่นเพื่อหลบสายตาร้อนแรงดุจถ่านไฟเก่าที่กำลังแผดเผานางให้ละลาย
"หม่อมฉัน... เพียงแต่ทำหน้าที่ของแพทย์ผู้รักษาเท่านั้นเพคะ คนไข้ตายในมือหม่อมฉันไม่ได้เป็นอันขาด..." นางแก้ตัวเสียงเบาหวิว
หลี่มู่เหยาแค่นพระsanaกหัวเราะในลำคอด้วยความเอ็นดู พระองค์ยื่นพระหัตถ์ที่แข็งแรงอีกข้างที่ยังใช้งานได้ดี คว้าข้อมือเรียวของนางเอาไว้แน่น รั้งเบาๆ เพียงนิดเดียว ร่างเพรียวบางของหมอสาวก็เสียหลักล้มลงไปทาบทับอยู่บนพระวรกายกำยำของพระองค์ทันที!
"ว스!" เหลียนฮวาอุทานออกมาด้วยความตกใจ มือข้างหนึ่งต้องยันแผงพระอุระกว้างไว้เพื่อไม่ให้หน้าอกแนบชิดติดกับพระองค์จนเกินไป นางสัมผัสได้ถึงกล้ามเนื้อแน่นขนัดและจังหวะการเต้นของหัวใจที่หนักแน่นดั่งกลองศึกของบุรุษเบื้องล่าง "ท่านอ๋อง! ทรงทำอะไรเพคะ ปล่อยหม่อมฉันนะ..."
"หากปล่อย เจ้าก็จะวิ่งหนีเปิ่นหวางไปอีก" หลี่มู่เหยาตรัสด้วยน้ำเสียงจริงจัง พระหัตถ์ข้างที่จับข้อมือเปลี่ยนมาโอบกระชับรอบเอวคิ้วคอดของนางไว้แน่นราวกับคีมเหล็ก แม้พระองค์จะนอนอยู่ แต่แรงดึงดูดของมหาบุรุษผู้นี้กลับมีมากเสียจนนางไม่สามารถขยับเขยื้อนหนีไปไหนได้เลย
"หม่อมฉันเป็นสตรี... การกระทำเช่นนี้ไม่เหมาะสมเพคะ" เหลียนฮวาพยายามควบคุมน้ำเสียงให้มั่นคง แม้ว่าหัวใจดวงน้อยในอกจะเต้นรัวระรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกร่าง ยามที่สบเข้ากับนัยน์ตาพญาเหยี่ยวที่ฉายแววดุดันแต่ลึกล้ำด้วยความรักใคร่อย่างไม่ปิดบัง
"เหมาะสมหรือไม่ เหมาะสมกับผู้ใด เปิ่นหวางสนที่ใดกัน?" หลี่มู่เหยาโน้มพระพักตร์เข้าไปใกล้ จนปลายพระนาสิกเกือบจะชนกับพวงแก้มเนียนใสที่แดงก่ำของนาง ลมหายใจอุ่นร้อนเปรยรดผิวแก้มจนเกิดความรู้สึกวาบหวามแปลกประหลาด "เจ้าฉลาดเป็นกรด วางแผนการเมืองเหนือผู้อื่นมานักต่อนัก เหตุใดเรื่องหัวใจของเจ้า ถึงได้ซื่อบื้อนักเล่า... ไป๋เหลียนฮวา"
"หม่อมฉัน..."
"เปิ่นหวางไม่เคยยอมก้มหัวให้ผู้ใด ไม่เคยรักผู้ใด และไม่เคยคิดว่าสตรีหน้าไหนจะมีค่าพอให้เอาชีวิตเข้าแลก" หลี่มู่เหยาตรัสเน้นทีละคำ น้ำเสียงหนักแน่นดั่งคำประกาศิตจากสวรรค์ นัยน์ตาคู่นั้นจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของนางราวกับจะสลักวิญญาณของนางไว้ในภวังค์ของพระองค์ "แต่วันนี้... ยามที่เห็นลูกธนูอาบยาพิษดอกนั้นพุ่งตรงมาหาเจ้า เปิ่นหวางไม่คิดอะไรเลยนอกจาก... หากเจ้าต้องตาย เปิ่นหวางจะมีชีวิตอยู่ต่อไปเพื่อบัลลังก์เลือดนี้ไปเพื่ออะไร"
คำสารภาพรักที่หนักหน่วงดั่งภูเขาไท่ซาน ทำให้น้ำตาใสๆ ของเหลียนฮวาเอ่อคลอขึ้นมาที่หน่วยตา นางเม้มริมฝีปากแน่นเพื่ออดกลั้นความรู้สึกที่เอ่อล้น ท่ามกลางเกมการเมืองในราชสำนักที่เต็มไปด้วยการหักหลัง เล่ห์กล และความตาย ความรักของบุรุษผู้เย็นชาราวกับน้ำแข็งผู้นี้ กลับบริสุทธิ์และหนักแน่นยิ่งกว่าสิ่งใดในแผ่นดิน
"ท่านอ๋อง... ทรงโง่เขลานัก" นางกระซิบเสียงสั่นเครือ หยดน้ำตาหยดหนึ่งร่วงหล่นจากหางตาลงกระทบกับพระอุระของพระองค์
"ใช่ เปิ่นหวางโง่เขลา... โง่เขลาที่ตกหลุมรักสตรีผู้เย็นชาเช่นเจ้า" หลี่มู่เหยาแย้มพระสรวลน้อยๆ เป็นรอยยิ้มที่หาดูได้ยากยิ่ง มันงดงามและทรงพลังเสียจนโลกทั้งใบราวกับหยุดหมุน พระหัตถ์ข้างที่โอบเอวรั้งร่างของนางให้แนบชิดสนิทแนบยิ่งขึ้น ก่อนที่พระโอษฐ์หยักจะได้รูปจะโน้มลงประทับจูบซับหยดน้ำตาที่ข้างแก้มของนางอย่างแผ่วเบาและทะนุถนอม
สัมผัสที่อบอุ่นและอ่อนโยนนั้น ทำให้กำแพงสุดท้ายในใจของเหลียนฮวาพังทลายลง นางหลับตาลงช้าๆ ยอมปล่อยให้หัวใจนำทาง แทนที่จะใช้เหตุผลต้านทาน มือเรียวที่เคยยันแผงพระอุระไว้ ค่อยๆ เปลี่ยนเป็นโอบกอดรอบลำพระศอของพระองค์แน่นขึ้น ริมฝีปากบางเผยอออกรับสัมผัสล้ำลึกที่พระองค์มอบให้อย่างเต็มใจ ท่ามกลางความหนาวเหน็บของราตรีวิกาล ความรักของคนทั้งสองกลับหลอมรวมกันเป็นเปลวเพลิงที่อบอุ่นและไม่มีวันมอดดับ
ทว่า... ในขณะที่บรรยากาศกำลังหวานซึ้งและเคลิบเคลิ้มจนแทบหยุดหายใจนั้นเอง
*ปัง!*
เสียงประตูกระดาษสาของตำหนักบูรพาถูกถีบกระเด็นหลุดออกจากวงกบด้วยพลังภายในอันกล้าแกร่ง กลิ่นอายสังหารอันเยือกเย็นและรุนแรงพุ่งทะลักเข้ามาในห้องบรรทมทันที!
เหลียนฮวาสะดุ้งสุดตัว นางรีบผลักร่างของหลี่มู่เหยาออกแล้วดีดตัวลุกขึ้นยืนด้วยสัญชาตญาณ หลี่มู่เหยาขมวดพระเนตรมุ่นด้วยความไม่พอใจ พระองค์ยันพระวรกายลุกขึ้นช้าๆ นัยน์ตาคมกริบเปลี่ยนเป็นดุดันอำมหิตดั่งพยัคฆ์ร้ายที่ถูกปลุกให้ตื่นจากภวังค์
เบื้องหน้าประตูที่พังเสียหาย มีเงาร่างในชุดคลุมสีดำสนิทผู้หนึ่งยืนตระหง่าน ใบหน้าสวมหน้ากากเงินครึ่งซีก ปล่อยจิตสังหารแผ่ซ่านไปทั่วบริเวณ และในมือของมัน... กำลังถือราชโองการลับฉบับประทับตราหยกมังกรทอง ที่ส่งตรงมาจากท้องพระโรงในยามวิกาล!
"ทูลท่านอ๋อง..." น้ำเสียงแหบพร่าเย็นเยียบราวกับมาจากขุมนรกดังขึ้น "ฮ่องเต้ทรงมีพระราชโองการด่วน... สั่งให้จับกุมตัว 'หมอหญิงไป๋เหลียนฮวา' ในข้อหาสมรู้ร่วมคิดกับกบฏแคว้นต้าเหลียง ประหารทันทีโดยไม่ต้องรอสอบสวน!"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและหัวใจเต้นระรัวไปกับตัวละครอันเป็นที่รักของเรานะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
เล่ห์รักเหนือบัลลังก์มังกรไร้ใจ•ตอนที่ 22
ใกล้ชิดเกินห้ามใจ
ผลงานโดย ไป๋เหลียนฮวา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไป๋เหลียนฮวา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เล่ห์รักเหนือบัลลังก์มังกรไร้ใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!