เล่ห์รักเหนือบัลลังก์มังกรไร้ใจ•ตอนที่ 21

ความหวังของแคว้น

ผลงานโดย ไป๋เหลียนฮวา
เสียงตบโต๊ะไม้จันทน์หอมดังสะท้านไปทั่วตำหนักรับรอง ทว่าหลี่มู่เหยากลับมิได้สะดุ้งสะเทือนแม้แต่น้อย นางเพียงปรายตามองถ้วยชาอุ่นกรุ่นในมือ ควันสีขาวบริสุทธิ์ลอยกรุ่นขึ้นปะทะกับใบหน้างملุมลึกที่ประดับด้วยรอยยิ้มบางเบา ทว่าเยียบเย็นราวน้ำแข็งพันปี "เจ้าบ้าไปแล้วหรือ, มู่เหยา! แคว้นหลี่กำลังเผชิญภัยแล้งครั้งใหญ่ในรอบศตวรรษ ราษฎรต่างอดอยากล้มตาย ไพร่พลในค่ายทหารยังแทบไม่มีน้ำดื่ม แล้วเจ้า... เจ้ากลับกล้าเสนอให้ผันน้ำจากแม่น้ำสายหลักเข้าสู่พื้นที่รกร้างทางทิศตะวันตกเช่นนั้นรึ? นั่นมันเท่ากับเป็นการรนหาที่ตายชัดๆ!" เสียงตวาดด้วยความเกรี้ยวกราดเป็นของเสนาบดีกรมโยธา ผู้ซึ่งนั่งหน้าดำคร่ำเครียดอยู่ฝั่งตรงข้าม ใบหน้าของเขาบิดเบี้ยวด้วยความโกรธและหวาดวิตก การกระทำของมู่เหยาในสายตาของขุนนางเก่าแก่เหล่านี้ มิใช่เพียงความอวดดี แต่เป็นความบ้าคลั่งที่อาจนำพาตระกูลหลี่ไปสู่ประหารเจ็ดชั่วโคตร มู่เห่าวางถ้วยชาลงอย่างแผ่วเบา เสียงกระทบกันระหว่างถ้วยกระเบื้องเคลือบกับโต๊ะไม้ดัง กริ๊ง... ช่างบาดหู ท่ามกลางความเงียบงันที่เข้าปกคลุม นางเงยหน้าขึ้นสบตาขุนนางเฒ่าผู้นั้น นัยน์ตาดำขลับคู่นั้นลุ่มลึกดึงดูดใจ ราวกับหลุมพรางที่พร้อมจะกลืนกินทุกคนที่กล้าท้าทาย "ใต้เท้า... ท่านคิดว่าสิ่งใดน่ากลัวกว่ากันระหว่าง 'ภัยแล้ง' ที่ฟ้าดินประทาน หรือ 'ความโกรธแค้น' ของราษฎรนับแสนที่กำลังจะอดตาย?" คำถามนั้นไร้ซึ่งเสียงตะโกน ทว่ากลับมีน้ำหนักดั่งขุนเขาที่กดทับลงกลางอกของทุกคนในห้อง เสนาบดีกรมโยธาชะงักงัน อ้าปากค้างแต่ไร้คำพูดจะโต้แย้ง มู่เหยาลุกขึ้นยืน ชายผ้าไหมปักลายดอกโบตั๋นสีขาวบริสุทธิ์ทิ้งตัวลงอย่างงดงาม นางก้าวเดินช้าๆ ไปยังแผนที่แคว้นหลี่ที่กางอยู่บนโต๊ะขนาดใหญ่ นิ้วเรียวดั่งลำหยกชี้ไปยังจุดยุทธศาสตร์สำคัญ "พวกท่านมัวแต่หวาดกลัวกฎระเบียบโบราณ กลัวการใช้งบประมาณท้อง และกลัวอำนาจมืดในราชสำนัก จนลืมมองเห็น 'โอกาส' ที่ซ่อนอยู่ภายใต้ก้อนดินแห้งผากเหล่านั้น" "โอกาสอันใดกัน..." เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจดังขึ้นจากความมืดบริเวณหน้าประตูตำหนัก ร่างสูงใหญ่ในชุดคลุมสีดำสนิทปักลายมังกรห้ากรงเล็บก้าวเข้ามาอย่างเงียบเชียบ ทว่าทรงพลังจนบรรยากาศในห้องเปลี่ยนแปลงไปในพริบตา เฟยหรงอ๋อง... บุรุษผู้กุมอำนาจทหารทั่วทั้งแผ่นดิน ปรากฏกายขึ้นราวกับพญาอินทรีที่บินลงมาจากยอดเขาอันหนาวเหน็บ ดวงตาคมกริบดั่งใบมีดกวาดมองมู่เหยาด้วยประกายความรู้สึกที่ยากจะหยั่งถึง มีทั้งความดุดัน ความพึงพอใจ และความห่วงใยที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความเย็นชา ขุนนางทั้งหมดรีบก้มตัวลงคุกเข่าคำนับแทบเท้า "ถวายพระพรท่านอ๋อง..." เฟยหรงอ๋องมิได้สนใจไยดีบรรดาขุนนางเหล่านั้น สายตาของพระองค์ถูกตรึงไว้ที่สตรีตรงหน้า ฝ่าหนาเอื้อมไปแตะปอยผมที่คลอเคลียอยู่ข้างแก้มของนางแผ่วเบา สัมผัสนั้นอบอุ่นตัดกับท่าทีเยียบเย็นของพระองค์อย่างสิ้นเชิง "พระชายาของเปิ่นหวังดูเหมือนจะมีแผนการใหญ่อีกแล้วสินะ... เล่าให้เปิ่นหวังฟังซิ ว่าเจ้าจะเปลี่ยนวิกฤตครั้งนี้ ให้กลายเป็นอำนาจในมือได้อย่างไร" มู่เหยาไม่หลบสายตา นางแย้มยิ้มบางเบา รอยยิ้มที่ทำให้หัวใจของแม่ทัพผู้ไร้พ่ายกระตุกวูบ "ทูลท่านอ๋อง การจัดการระบบน้ำมิใช่แค่เรื่องของการขุดคูคลองเพื่อการเกษตรเพาะปลูกเท่านั้นเพคะ แต่มันคือ 'การซื้อใจคน' และ 'การตัดรากถอนโคน' ศัตรูในคราบมิตร" นางก้าวเข้าไปใกล้บุรุษผู้ทรงอำนาจ กระซิบด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาแต่ชัดเจนทุกถ้อยคำ "แคว้นหลี่ประสบภัยแล้งก็จริง แต่คลังหลวงกลับมีเสบียงและเงินทองซุกซ่อนอยู่ใต้ถุนบ้านของเหล่าขุนนางกังฉินที่ร่ำรวยจากการรีดไถราษฎร หากเราใช้ข้ออ้างเรื่องการขุดคลองส่งน้ำเพื่อช่วยเหลือราษฎร บังคับให้ตระกูลใหญ่เหล่านี้ต้องบริจาคเงินและแรงงาน... ใครเล่าจะกล้าปฏิเสธพระราชโองการที่อ้างความผาสุกของแผ่นดิน? และหากผู้ใดขัดขืน... นั่นคือข้อหากบฏที่ชัดเจนที่สุด ท่านอ๋องคิดว่า... ดาบในมือของพระองค์ควรจะสะบัดลงที่คอของใครก่อนดีเพคะ?" ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมอีกครั้ง ทว่าครั้งนี้มันเต็มไปด้วยกลิ่นอายแห่งการนองเลือดและการชิงอำนาจ ขุนนางกรมโยธาถึงกับหน้าถอดสี ล้มพับลงไปกองกับพื้นด้วยความหวาดกลัว แผนการนี้ช่างแยบยลและเลือดเย็นนัก ใช้ความทุกข์ยากของราษฎรเป็นเครื่องมือ บีบให้ขุนนางฝ่ายตรงข้ามต้องยอมจำนนและคายทรัพย์สินออกมาโดยปริยาย มิหนำซ้ำยังเป็นการสร้างคะแนนนิยมสูงสุดให้แก่ฝ่ายของเฟยหรงอ๋องอีกด้วย เฟยหรงอ๋องจ้องมองสตรีตรงหน้าด้วยแววตาที่ลุ่มลึกขึ้นเรื่อยๆ ความฉลาดล้ำลึกและความเด็ดขาดของนาง เกินกว่าที่สตรีในห้องหอใดจะเทียบเคียงได้ นางมิใช่เพียงดอกไม้ประดับจวนอ๋อง แต่นางคือ 'คมดาบ' ที่คมกริบที่สุดเท่าที่พระองค์เคยครอบครอง มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นอย่างพึงพอใจ พระองค์หัวเราะในลำคอเบาๆ เสียงหัวเราะที่ทรงเสน่ห์และอันตรายยิ่ง "ดี... ดีมาก!" เฟยหรงอ๋องตรัสด้วยน้ำเสียงกังวาน "สมกับที่เป็นชายาของเปิ่นหวัง หากเจ้าต้องการกำลังพลและอำนาจเบ็ดเสร็จในการจัดการเรื่องนี้ เปิ่นหวังจะมอบตราพยัคฆ์บัญชาการทหารให้แก่เจ้า ใครกล้าขัดขวาง... สั่งประหารได้ทันทีโดยไม่ต้องทูลขอ" บรรดาขุนนางต่างพากันตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว การมอบตราพยัคฆ์ให้สตรีเช่นนี้เท่ากับมอบอำนาจครึ่งแผ่นดินให้อยู่ในมือของนางแล้ว! มู่เหยาโค้งตัวคำนับรับบัญชา รอยยิ้มที่มุมปากของนางซ่อนความทะเยอทะยานและแผนการขั้นต่อไปไว้อย่างแนบเนียน ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังตึงเครียดถึงขีดสุด ขันทีเฒ่าคนสนิทประจำพระองค์ของฮ่องเต้ก็วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาในตำหนักด้วยใบซีดเผือด เนื้อตัวสั่นเทาราวกับลูกนกตกน้ำ ในมือชูม้วนราชโองการสีทองอร่ามที่ประทับตราหยกแท้เด่นชัด "ทะ... ท่านอ๋อง! พระชายา! เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ!" ขันทีเฒ่าคุกเข่าลงแทบเท้า เสียงสั่นเครือจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์ "มี... มีพระราชโองการด่วนที่สุดจากในวังหลวง... ฮ่องเต้ทรงพระราชทานสมรสครั้งใหม่... ให้แก่... ให้แก่พระชายา ไป๋มู่เหยา... อภิเษกกับองค์รัชทายาทแห่งแคว้นเป่ยจิง เพื่อเชื่อมสัมพันธ์ไมตรี... และกำหนดการเดินทางคือ... คืนนี้พ่ะย่ะค่ะ!" บรรยากาศในตำหนักดิ่งวูบลงสู่จุดเยือกแข็งในทันที เฟยหรงอ๋องหันขวับกลับไปมองม้วนราชโองการในมือขันที ดวงตาดุจพญาอินทรีหรี่แคบลงจนเหลือเพียงนิด ประกายอำมหิตและจิตสังหารพวยพุ่งออกจากร่างของพระองค์จนขุนนางรอบข้างถึงกับสลบไสวไปกองกับพื้นด้วยความหวาดกลัว มู่เหยาชะงักค้าง รอยยิ้มบนใบหน้าเลือนหายไปในพริบตา... ขอบคุณที่ติดตามอ่านมาถึงตรงนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ *ไป๋เหลียนฮวา*
สารจากนักเขียน (ไป๋เหลียนฮวา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เล่ห์รักเหนือบัลลังก์มังกรไร้ใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%