กลิ่นคาวเลือดจางๆ ลอยปะทะจมูกท่ามกลางความเงียบงันยามดึกสงัดในจวนอ๋อง หลี่มู่เหยาสะดุ้งตื่นจากภวังค์นิทรา ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างขึ้นในความมืดมิด สัญชาตญาณของแพทย์หญิงผู้ผ่านความเป็นความตายมานับครั้งไม่ถ้วนบอกนางทันทีว่า ‘มีสิ่งผิดปกติ’
เสียงฝีเท้าเบาดุจปุยเมฆกระทบลงบนกระเบื้องหลังคาที่ห่างออกไปเพียงไม่กี่ช่วงเสา เฟยหรงอ๋องผู้ซึ่งควรจะบรรทมอยู่ข้างกายนางกลับหายไป ทิ้งไว้เพียงความเย็นเยียบของเครื่องนอนที่ยังหลงเหลือไอร้อนจางๆ มือบางคว้ามีดผ่าตัดขนาดเล็กที่นางแอบซ่อนไว้ใต้หมอนออกมาเงียบเชียบ หัวใจของนางเต้นเป็นจังหวะหนักหน่วงแต่ทว่ามั่นคง
“เจ้าคิดว่าจะซ่อนตัวอยู่ในเงามืดได้นานสักกี่น้ำ?”
สุรเสียงเย็นเยียบดุจน้ำแข็งจากบุรุษผู้หนึ่งดังก้องขึ้นจากโถงกลาง เป็นเสียงของเฟยหรงอ๋องที่แฝงไปด้วยไอสังหารรุนแรงจนอากาศรอบข้างดูจะหนักอึ้งขึ้นถนัดตา
ท่ามกลางแสงจันทร์ที่สาดส่องผ่านช่องหน้าต่างกระดาษ เงาร่างในชุดดำสนิทนับสิบชีวิตพุ่งทะยานลงมาจากเพดาน ดาบเหล็กกล้าสะท้อนแสงวับวาวราวกับเขี้ยวอสรพิษ พวกมันไม่ได้มุ่งตรงไปที่ห้องโถง แต่กลับพุ่งเป้ามายังห้องบรรทมของพระชายาอ๋องโดยตรง
“วางยาพิษที่ช่องระบายอากาศ... แผนการตื้นเขินนัก” มู่เหยาพึมพำกับตัวเองขณะหยิบผ้าเช็ดหน้าชุบน้ำส้มสายชูที่นางเตรียมไว้ข้างเตียงขึ้นมาปิดจมูก นางรู้ดีว่าคนเหล่านี้มิได้ต้องการเพียงแค่ศีรษะของนาง แต่ต้องการ ‘ตัวประกัน’ เพื่อบีบบังคับท่านอ๋อง
ประตูไม้แกะสลักถูกถีบพังเข้ามาด้วยพละกำลังมหาศาล มือสังหารผู้หนึ่งพุ่งเข้ามาหมายจะกดดาบลงบนลำคอระหงของนาง แต่มู่เหยาหาใช่สตรีในห้องหอที่ไร้ทางสู้ นางโน้มตัวหลบคมดาบอย่างรวดเร็ว ก่อนจะสะบัดข้อมือโปรยผงสีขาวละเอียดเข้าใส่ใบหน้าของศัตรู
“อึก! ตาข้า...” มือสังหารผู้นั้นร้องโหยหวนเมื่อผงสมุนไพรฤทธิ์แรงที่นางปรุงขึ้นกัดกร่อนดวงตาจนแสบร้อนดั่งถูกไฟเผา
มู่เหยาไม่รอช้า นางใช้ความรู้ด้านสรีระมนุษย์ เล็งจุดตายที่ข้อพับเข่าและเส้นประสาทใต้คางของมันจนชายผู้นั้นล้มลงไปกองกับพื้น แต่ทว่า... มือสังหารอีกสามคนยังคงโถมเข้ามาพร้อมกัน!
ในจังหวะที่ดาบเล่มหนึ่งกำลังจะเฉือนผ่านผิวเนื้ออันบอบบาง ร่างสูงใหญ่ในชุดฉลองพระองค์สีดำสนิทก็ปรากฏขึ้นดุจปีศาจจากขุมนรก เฟยหรงอ๋องตวัดกระบี่คู่กายเพียงครั้งเดียว หัวของมือสังหารคนหนึ่งก็กระเด็นหลุดออกจากบ่า เลือดสีแดงฉานสาดกระเซ็นเปรอะเปื้อนผ้าม่านสีทอง
“ใครอนุญาตให้พวกเจ้าแตะต้องนาง?”
สุรเสียงนั้นต่ำลึกและเปี่ยมไปด้วยความโกรธเกรี้ยวที่ถูกระงับไว้ เฟยหรงอ๋องเคลื่อนไหวรวดเร็วและดุดันราวกับพยัคฆ์ร้าย ทุกย่างก้าวคือการพรากชีวิต ทุกดาบคือการพิพากษาความตาย เขากำบังร่างของมู่เหยาไว้ด้านหลังอย่างมิดชิด แม้กระทั่งหยดเลือดก็ไม่อาจกระเซ็นมาโดนนางได้
การต่อสู้ดำเนินไปอย่างดุเดือดท่ามกลางเสียงโลหะกระทบกันดังก้องไปทั่วจวน แต่ทว่าในขณะที่เฟยหรงอ๋องกำลังสังหารมือสังหารคนสุดท้ายอยู่นั้น เสียงปรบมือแผ่วเบาก็ดังขึ้นจากมุมมืดของระเบียงทางเดิน
“สมแล้วที่เป็นแม่ทัพไร้พ่ายแห่งต้าเหลียง ฝีมือยังคงเฉียบคมไม่เปลี่ยน” ชายผู้หนึ่งในชุดขุนนางชั้นผู้ใหญ่เดินออกมาจากความมืด ใบหน้าของเขายังคงประดับด้วยรอยยิ้มที่ดูใจดี ทว่าในดวงตานั้นกลับว่างเปล่า
เฟยหรงอ๋องชะงักไปชั่วครู่ ดวงตาคมกริบหรี่ลงเมื่อจำใบหน้าของคนผู้นี้ได้ “ใต้เท้าเฉิน... ท่านลืมไปแล้วหรือว่าจวนอ๋องแห่งนี้มีกฎหมายอาญาแผ่นดินข้อใดรอคอยผู้บุกรุกอยู่?”
เฉินกงหัวเราะเบาๆ ก่อนจะชูม้วนกระดาษสีเหลืองทองในมือขึ้น “กฎหมายหรือ? ข้ามาที่นี่พร้อมกับ ‘พระราชโองการลับ’ จากฝ่าบาท ท่านอ๋อง... ดูเหมือนว่าการลอบสังหารในคืนนี้ จะเป็นเพียงแค่การ ‘เชิญตัว’ ไปสอบสวนในข้อหากบฏก็เท่านั้น”
มู่เหยาที่ยืนอยู่ด้านหลังท่านอ๋องถึงกับนิ่งงัน นางมองดูม้วนกระดาษนั้นด้วยความรู้สึกเย็นวาบไปถึงสันหลัง หากนี่คือพระราชโองการจริง หมายความว่าเบื้องบนมีคำสั่งให้กำจัดพวกเขามานานแล้ว!
เฟยหรงอ๋องนิ่งไป สายตาของเขาเปลี่ยนเป็นเรียบเฉยอย่างน่ากลัว ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบยิ่งกว่าผืนน้ำ “พระราชโองการหรือ? น่าเสียดายที่ในจวนของข้า... ไม่มีใครทำตามคำสั่งของคนตายได้”
มู่เหยาขมวดคิ้วสงสัย ทว่าทันใดนั้นเอง ประตูจวนด้านหน้าก็ถูกทุบดังสนั่นหวั่นไหว พร้อมกับเสียงขององครักษ์หลวงที่ตะโกนก้องผ่านกำแพงเข้ามาว่า “ใต้เท้าเฉิน! หยุดมือเดี๋ยวนี้! ท่านไม่มีสิทธิ์บุกรุกจวนอ๋องโดยไร้หลักฐาน!”
ทว่าเสียงนั้นกลับไม่ใช่เสียงของฝ่ายสนับสนุน แต่เป็นเสียงที่บอกถึงความขัดแย้งที่รุนแรงกว่าเดิม มู่เหยาสังเกตเห็นมือสังหารที่นอนอยู่บนพื้นพยายามหยิบอะไรบางอย่างขึ้นมาจากอกเสื้อ... มันคือลูกแก้วควันพิษ!
“หลบไป!” เฟยหรงอ๋องกระชากตัวนางเข้าหาตัวพร้อมกับถอยหลังไปหนึ่งก้าว ทันทีที่ลูกแก้วแตกออก ควันสีม่วงเข้มก็พวยพุ่งไปทั่วบริเวณ ท่ามกลางความสับสนของควันที่บดบังสายตา มู่เหยารู้สึกได้ถึงคมมีดที่จ่อเข้ามาทางด้านหลัง... ไม่ใช่จากมือสังหาร แต่จาก ‘องครักษ์ส่วนตัว’ ของเฟยหรงอ๋องเอง!
นางเบิกตากว้างเมื่อเห็นเงาร่างคนสนิทที่อยู่ข้างกายท่านอ๋องมาตลอดสิบปี กำลังเงื้อกระบี่ขึ้นหมายจะปลิดชีพท่านอ๋องจากด้านหลังในจังหวะที่เขากำลังปกป้องนาง
“ท่านอ๋อง! ระวังด้านหลัง!”
มู่เหยาตะโกนสุดเสียง แต่ดูเหมือนจะสายเกินไปเสียแล้ว...
รอยยิ้มเย็นเยียบปรากฏขึ้นบนใบหน้าขององครักษ์ผู้ทรยศ ขณะที่กระบี่ในมือค่อยๆ เลื่อนเข้าไปใกล้จุดตายบนแผ่นหลังของเฟยหรงอ๋องมากขึ้นเรื่อยๆ ภายใต้หมอกควันพิษที่บดบังทุกสายตา
ต้องขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและหัวใจเต้นระรัวไปกับตัวละครอันเป็นที่รักของเรานะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
เล่ห์รักเหนือบัลลังก์มังกรไร้ใจ•ตอนที่ 27
แผนลอบสังหาร
ผลงานโดย ไป๋เหลียนฮวา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไป๋เหลียนฮวา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เล่ห์รักเหนือบัลลังก์มังกรไร้ใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!