เล่ห์รักเหนือบัลลังก์มังกรไร้ใจ•ตอนที่ 28

บาดแผลที่ใจ

ผลงานโดย ไป๋เหลียนฮวา
กลิ่นคาวโลหิตเข้มข้นคละคลุ้งผสมผสานกับกลิ่นอายสมุนไพรจีนนานาชนิดจนอบอวลไปทั่วตำหนักบูรพา แสงตะเกียงน้ำมันพรรณรายสั่นไหววับแวมตามแรงลมที่ลอดผ่านหน้าต่างแกะสลักลวดลายเมฆมงคล ยามนี้ บรรยากาศภายในห้องบรรทมส่วนในเงียบสงัดจนได้ยินเพียงเสียงลมหายใจที่ติดขัดและแผ่วเบาราวกับเปลวเทียนใกล้หมดไส้ หลี่มู่เหยาไม่เคยคิดเลยว่า บุรุษผู้ได้ชื่อว่าเป็น ‘ยมทูตแห่งทัพพยัคฆ์’ ผู้เคยควบม้าฝ่ากองเลือดนับพันโดยไม่กะพริบตา จะนอนแน่นิ่งอยู่บนเตียงไม้จันทน์หอมสลักลายหงส์มังกรเช่นนี้ เสื้อคลุมผ้าแพรต่วนสีดำปักดิ้นทองของเขาขาดวิ่น บริเวณหัวไหล่ขวามีรอยแผลฉกรรจ์ที่เกิดจากคมดาบอาบยาพิษโลหิตอัคคี—พิษร้ายที่ถือกำเนิดจากแดนใต้ ซึ่งมีฤทธิ์กัดกร่อนเนื้อหนังและเส้นเอ็นให้สลายกลายเป็นจุณภายในสามั่วยาม “ท่านอ๋อง... อย่าเพิ่งขยับเพคะ” น้ำเสียงของหลี่มู่เหยาแม้จะพยายามควบคุมให้ราบเรียบและมั่นคงเพียงใด แต่ปลายนิ้วที่กำลังคีบเข็มเงินบริสุทธิ์เพื่อขับพิษกลับสั่นเทาเล็กน้อยอย่างปิดไม่มิด นางสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสติ ปัดกวาดความตื่นตระหนกทั้งหมดออกไปจากห้วงความคิด ความรู้ทางการแพทย์แผนปัจจุบันผสมผสานกับตำราโอสถโบราณที่นางศึกษาอย่างแตกฉานถูกดึงมาใช้ในยามวิกฤตนี้อย่างเต็มกำลัง เฟยหรงอ๋องปรือเปลือกตาขึ้นช้าๆ นัยน์ตาคมกริบดั่งเหยี่ยวคู่นั้นยามนี้อ่อนแสงลงมาก ทว่ายังคงมีความดุดันและดื้อรั้นฉายชัดอยู่ภายใน ร่างกายของเขาชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อเย็นเยียบ พิษร้ายกำลังแผ่ซ่านไปทั่วสรรพang นางสัมผัสได้ถึงความร้อนรุ่มที่แผ่ออกมาจากตัวเขาและไอเย็นจากพิษที่กัดกินกระดูกไปพร้อมกัน “เจ้า... ปลอดภัยดี... หรือไม่” เสียงทุ้มต่ำแหบพร่าเอื้อnเอ่นออกมาอย่างยากลำบาก ท่ามกลางความเจ็บปวดเจียนตาย สิ่งแรกที่บุรุษผู้เย็นชาผู้นี้เอ่ยถามหากลับไม่ใช่ลมหายใจของตนเอง แต่เป็นความปลอดภัยของสตรีที่นั่งอยู่เบื้องหน้า มู่เหยาเม้มริมฝีปากแน่นจนแทบไม่มีสีเลือด นางตวัดสายตาคมปลาบมองสบตาเขา พร้อมกับเอ่ยตัดพ้อด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือเล็กน้อย “หม่อมฉันปลอดภัยดีเพคะ... แต่ท่านต่างหากที่โง่เขลา! ธนูอาบยาพิษดอกนั้นเป้าหมายคือหม่อมฉัน เหตุใดท่านต้องเอาตัวเข้ามารับแทนเล่า? หากท่านเป็นอะไรไป... แผ่นดินต้าเหลียงจะพึ่งพาผู้ใด ราชบัลลังก์มังกรที่ท่านปกป้องด้วยหยาดเหงื่อและเลือดเนื้อจะมีความหมายอันใดอีก!” คำพูดของนางไม่ใช่แค่การต่อว่า แต่คือความห่วงใยที่ถูกกดทับด้วยความหวาดกลัว—ความหวาดกลัวที่นางเพิ่งตระหนักได้ว่า หัวใจดวงนี้ได้เปิดรับบุรุษผู้ไร้ใจผู้นี้เข้ามาครอบครองพื้นที่ส่วนลึกเสียแล้ว เฟยหรงอ๋องกระตุกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มฝืนๆ ที่ดูน่าเวทนาและทรงเสน่ห์ในคราเดียวกัน มือหนาที่หยาบกร้านจากการจับดาบเอื้อมขึ้นมาหมายจะแตะแก้วนวลของนาง แต่มู่เหยาปฏิเสธไม่ได้ที่จะกุมมือคู่นั้นไว้แนบแก้มของตนเองเพื่อถ่าย “ราชบัลลังก์... จะมีค่าอันใด หากไม่มีเจ้าให้ปกป้องเคียงข้าง” เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ทว่าหนักแน่นดั่งหินผา “เปิ่นหวาง... ยอมสูญเสียแผ่นดิน... แต่ไม่ยอมสูญเสียเจ้า... มู่เหยา” หัวใจของแพทย์หญิงสาวกระตุกวูบ น้ำตาที่กลั้นไว้มานานนับแรมปีเอ่อล้นคลอหน่วยตาคู่สวยก่อนจะร่วงหล่นลงกระทบหลังมือของเขาอย่างเงียบงัน ความรู้สึกซับซ้อนทั้งรัก ทั้งแค้น ทั้งชัง และความผูกพันที่ก่อตัวขึ้นท่ามกลางสมรภูมิการเมืองในวังหลัง บัดนี้หลอมรวมกันเป็นสายใยอันเหนียวแน่นที่ไม่มีวันตัดขาดได้อีกแล้ว “อย่าเพิ่งพูดมากเพคะ... รักษาแรงเอาไว้” มู่เหยาปาดน้ำตาลวกๆ นางตั้งสติกลับมาเป็นแพทย์ใหญ่อีกครั้ง มือเรียวบางหยิบมีดผ่าตัดขนาดเล็กที่ผ่านการลนไฟฆ่าเชื้อแล้วขึ้นมา นางต้องผ่าเอาเนื้อเยื่อที่ถูกพิษกัดกินออก ก่อนที่พิษจะลามเข้าสู่หัวใจ การรักษาเต็มไปด้วยความตึงเครียด ทุกวินาทีคือความเป็นความตาย กลิ่นเลือดสดๆ และควันจากสมุนไพรระงับปวดตลบอบอวล มู่เหยาลงมืออย่างประณีตและแม่นยำดั่งเซียนปักผ้า แม้เหงื่อกาฬจะผุดพรายเต็มหน้าผากและแผ่นหลังของนางจนเปียกชุ่ม แต่สมาธิของนางกลับแน่วแน่ยิ่งกว่าสิ่งใด เพื่อย้อมชีวิตของบุรุษผู้นี้กลับคืนมาจากเงื้อมมือของพญายม เวลาผ่านไปเนิ่นนานดุจชั่วนิรันดร์ ในที่สุดเข็มเงินเล่มสุดท้ายก็ถูกดึงออกมา เลือดที่ไหลซึมเปลี่ยนจากสีดำคล้ำเป็นสีแดงเข้มตามปกติ แสดงว่าพิษร้ายถูกขับออกไปจนหมดสิ้นแล้ว เฟยหรงอ๋องหมดสติไปเนื่องจากความอ่อนเพลียและพิษไข้ ร่างสูงใหญ่เอนกายลงพิงหมอนปักลายมังกร ลมหายใจเริ่มสม่ำเสมอขึ้นทีละน้อย มู่เหยายกแขนเสื้อขึ้นซับเหงื่อบนใบหน้า นางทอดสายตามองใบหน้าคมคายที่ยามหลับใหลดูผ่อนคลายลงบ้างของเขา หัวใจที่เคยแข็งกระด้างดั่งน้ำแข็งพันปีของแพทย์หญิงยุคปัจจุบัน ยามนี้ถูกความอบอุ่นและความเด็ดเดี่ยวของเขาหลอมละลายจนหมดสิ้น ทว่า ในขณะที่ความเงียบสงบกำลังโรยตัวปกคลุมตำหนักบูรพา เสียงฝีเท้าเร่งรีบและหนักแน่นหลายคู่ก็ดังขึ้นที่เบื้องนอก ราวกับพายุใหญ่ที่กำลังเคลื่อนตัวเข้ามาประชิดกำแพงวัง ขันทีสนิทประจำพระองค์วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาคุกเข่าลงแทบพื้นด้วยความหวาดกลัว ร่างกายสั่นเทิ้มจนแทบควบคุมไม่ได้ พร้อมกับประสานมือรายงานเสียงสั่นพร่า “ทูลพระชายา... เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ! ราชโองการลับจากท้องพระโรง... มีพระบรมราชโองการด่วนให้ปลดท่านอ๋องออกจากตำแหน่งแม่ทัพใหญ่ และ... และสั่งให้คุมตัวท่านอ๋องในข้อหากบฏ โดยมีราชองครักษ์เสื้อแพรนำกำลังสามพันนายปิดล้อมตำหนักบูรพาไว้หมดแล้วพ่ะย่ะค่ะ!” มู่เหยาชะงักค้าง ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย นางหันกลับไปมองร่างของเฟยหรงอ๋องที่ยังคงนอนไร้สติอยู่บนเตียง ก่อนที่ประกบคมปลาบดั่งคมดาบจะวาบขึ้นในนัยน์ตาของสตรีผู้ปรีชาญาณ—หมากตานี้... พวกมันเดินเกมได้รวดเร็วกว่าที่คาดคิดนัก! ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและหัวใจเต้นระรัวไปกับตัวละครอันเป็นที่รักของเรานะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (ไป๋เหลียนฮวา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เล่ห์รักเหนือบัลลังก์มังกรไร้ใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%