เล่ห์รักเหนือบัลลังก์มังกรไร้ใจ•ตอนที่ 29

ความลับใต้ฐานบัลลังก์

ผลงานโดย ไป๋เหลียนฮวา
กลิ่นอายอันอับชื้นของตำหนักเย็นรกร้างคละคลุ้งไปด้วยฝุ่นละอองที่ลอยวนในลำแสงจันทร์สลัว ทว่าสิ่งกักขังที่แท้จริงหาใช่กำแพงอิฐสีเทาที่ผุกร่อนเหล่านี้ไม่ หากแต่เป็นความจริงอันดำมืดที่ถูกฝังกลบไว้ใต้พื้นศิลาเบื้องหน้า หลี่มู่เหยาคุกเข่าลงช้าๆ ปลายนิ้วเรียวดุจหยกสลักสัมผัสลงบนรอยต่อของแผ่นหินที่ถูกเคลื่อนย้ายอย่างแนบเนียน แสงจากคบเพลิงในมือของเฟยหรงอ๋องสาดส่องกระทบใบหน้าคมคายที่บัดนี้ตึงเครียดจนเป็นสันนูน ดวงตาคมปลาทูของบุรุษผู้กุมอำนาจทหารครึ่งแผ่นดินไหววับด้วยประกายเพลิงแห่งความแค้นที่สุมอกมานานนับปี "ตรงนี้เพคะ... ร่องรอยการสึกกร่อนของปูนขาวต่างจากบริเวณอื่น ราวกับว่าเพิ่งถูกรื้อถอนและโบกทับใหม่เมื่อไม่นานมานี้" น้ำเสียงราบเรียบแต่หนักแน่นของนางดังก้องท่ามกลางความเงียบงัด เฟยหรงอ๋องไม่เอ่ยคำใด เขาเพียงแต่ส่งสัญญาณมือให้องครักษ์เงาลงมือ แผ่นศิลาหนาหนักถูกงัดขึ้นด้วยกระบี่คมกริบ กลิ่นอับชื้นผสมกลิ่นคาวสนิมที่ถูกกักเก็บมานานนับทศวรรษโชยทะลักขึ้นมาทันที จนหลี่มู่เหยาต้องยกแขนเสื้อขึ้นกลิ่นจมูกชั่วขณะ นางหยิบผ้าแพรชุบน้ำมันจันทน์ขึ้นมาผูกปิดจมูกและปากอย่างรวดเร็ว ก่อนจะยื่นโคมไฟลงไปสำรวจเบื้องล่าง ภายในหลุมลับแคบๆ นั้น มีหีบไม้จันทน์หอมแกะสลักลวดลายหงส์คู่มังกรที่บัดนี้ถูกกัด "หีบพระราชทาน... ประทับตราลัญจกรของสนมเอกฮุ่ยเฟย" มู่เหยาพึมพำ ดวงตาคู่สวยหรี่ลงอย่างใช้ความคิด ในฐานะแพทย์หญิงผู้คุ้นเคยกับการชันสูตร นางย่อมรู้ดีว่าการตายของพระมารดาในอ๋องหนุ่มหาใช่การประชวรสิ้นพระชนม์ตามบันทึกหลวงอย่างแน่นอน เฟยหรงอ๋องก้าวลงไปในช่องลับด้วยความรวดเร็ว มือหนากระชากฝาหีบไม้ที่ผุกر่อนออกอย่างไร้ความปรานี สิ่งที่ปรากฏแก่สายตาคือฉลองพระองค์สีแดงเพลิงชุ่มคราบโลหิตที่แห้งกรังจนกลายเป็นสีดำสนิท และม้วนราชโองการลับที่ถูกผนึกด้วยครั่งประทับตราหยกจักรพรรดิ มือของท่านอ๋องที่มักนิ่งสนิทดั่งขุนเขา กลับสั่นเทาเล็กน้อยยามเมื่อเอื้อมไปสัมผัสม้วนผ้าแพรสีเหลืองทองนั้น บาดแผลในวัยเยาว์ที่ถูกกรีดซ้ำด้วยรอยเลือดของมารดาผุดขึ้นมาในห้วงสำนึก ดุจคมมีดที่กรีดลึกลงบนเนื้อหนังซ้ำแล้วซ้ำเล่า "เสด็จแม่..." เสียงทุ้มต่ำที่เล็ดลอดไรฟันออกมานั้นเจือด้วยไอสังหารที่ทำให้อากาศรอบกายเย็นเยียบลงทันตาเห็น "พวกมันบอกว่าพระองค์ตรอมใจตาย... แต่ที่แท้คือการพระราชทานยาพิษสังหารเพื่อปิดปากเรื่องบัญชีลับตระกูลลู่!" หลี่มู่เหยาก้าวตามลงไปยืนเคียงข้าง มือเรียวแตะลงบนบั้นพระกรของเขาเบาๆ เป็นเชิงปลอบโยน แม้จะรู้ว่าในยามนี้คำพูดใดก็ไม่อาจดับเพลิงโทสะในใจของพยัคฆ์หนุ่มได้ แต่นางเชื่อว่าสติปัญญาและความจริงในม้วนราชโองการนี้เท่านั้นที่จะเป็นอาวุธทวงคืนความยุติธรรม "พระองค์ทรงอดทนรอมาสิบห้าปีเพื่อวันนี้ ความจริงอยู่ตรงหน้าแล้วเพคะ... ขอหม่อมฉันตรวจสอบเอกสารเหล่านี้เถิด" นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่เด็ดเดี่ยว สายตาคมกริบกวาดมองตัวอักษรบนราชโองการที่ปรากฏในแสงไฟ ลายมือตวัดพู่กันอันคุ้นเคยปรากฏเด่นชัด... เป็นลายพระ हस्त ขององค์จักรพรรดิผู้ล่วงลับ ทว่ามีร่องรอยการแก้ไขและประทับตราทับโดยฝีมือของฮองเฮาองค์ปัจจุบัน ข้อความภายในระบุถึงแผนการถ่ายโอนอำนาจทหารและการกวาดล้างตระกูลขุนนางฝ่ายเหนือ ซึ่งเป็นชนวนเหตุแห่งการนองเลือดเมื่ออดีต ทว่า ทันใดนั้นเอง เสียงฝีเท้าฝูงใหญ่พร้อมแสงคบเพลิงสว่างวาบก็สาดส่องเข้ามาทางปากทางเข้าตำหนักเย็น! "ใต้เท้า! มีคนบุกรุก!" เสียงตะโกนขององครักษ์หน้าตำหนักดังแทรกความเงียบขึ้นมา พร้อมกับเสียงคมดาบกระทบกันสนั่นหวั่นไหว เฟยหรงอ๋องแววตาวาวโรจน์ขึ้นทันที เขาเก็บม้วนราชโองการเข้าอกเสื้ออย่างรวดเร็ว ก่อนจะดึงร่างบางของหลี่มู่เหยาเข้าﹷมาหลบอยู่เบื้องหลังพระวรกายกำยำตามสัญชาตญาณการปกป้อง "หึ... คิดไม่ถึงว่ายามวิกาลเช่นนี้ จะยังมีสุนัขรับใช้ผู้ภักดีแอบมาขุดคุ้ยซากศพเก่าๆ ของพระสนมผู้ล่วงลับ" น้ำเสียงเยียบเย็นอันคุ้นเคยดังขึ้นจากเบื้องบน ประตูตำหนักเย็นที่ผุกร่อนถูกถีบพังทลายลงด้วยพลังลมปราณอันกล้าแกร่ง ร่างสูงสง่าในชุดขุนนางชั้นผู้ใหญ่ของอัครเสนาบดีหลี่ก้าวเข้ามาพร้อมกองกำลังทหารราชองครักษ์นับร้อยชีวิต ปลายกระบี่ในมือสะท้อนแสงจันทร์เป็นประกายวาบวับ หลี่มู่เหยาขบกริมฝีปากแน่นยามเมื่อสบตากับบิดาแท้ๆ ของตนเอง ผู้ซึ่งยืนมองนางด้วยแววตาไร้ซึ่งความAอารี มีเพียงความเหี้ยมเกรียมและการตัดสินโทษประหารอยู่ในนั้น "ท่านพ่อ... หรือควรเรียกว่า 'เสนาบดีหลี่' ดีเล่าคะ?" มู่เหยาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเย้ยหยันแต่นิ่งสงบ นางก้าวออกมาเผชิญหน้าเบื้องหน้าบิดาโดยไม่มีอาการหวาดกลัวแม้แต่น้อย อัครเสนาบดีหลี่แค่นหัวเราะในลำคอ สายตากวาดมองสภาพภายในห้องลับก่อนจะมาหยุดที่ร่างของบุตรสาว "ลูกอกตัญญู เจ้ากล้าดียังไงถึงบังAอาจร่วมมือกับกบฏลอบเข้ามาในเขตหวงห้าม... วันนี้ต่อให้มีปีกบินหนี ก็อย่าหวังว่าจะรอดออกไปจากที่นี่ได้!" เฟยหรงอ๋องก้าวขึ้นมาบังหน้าหลี่มู่เหยาไว้ รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมปรากฏขึ้นที่มุมปากหยักลึก กระบี่วิเศษประจำกายถูกชักออกจากฝัก เสียงโลหิตกระทบอากาศดังหวีดหวิว "หลี่เจิ้ง... หนี้เลือดเมื่อสิบห้าปีก่อน ถึงเวลาต้องชำระแล้ว!" บรรยากาศตึงเครียดถึงขีดสุด กลิ่นอายความตายแผ่ซ่านปกคลุมทั่วทุกอณูอากาศ ทว่าในวินาทีที่คมกระบี่ของทั้งสองฝ่ายกำลังจะเข้าปะทะกันนั้นเอง เสียงปรบมือช้าๆ และกังวานใสก็ดังขึ้นจากเงาดำมืดเบื้องหลังอัครเสนาบดีหลี่ "ช่างเป็นภาพที่น่าประทับใจเสียจริง... ความแค้นของพยัคฆ์หนุ่มกับความอกตัญญูของสตรีโฉมงาม" สตรีในชุดคลุมผ้าแพรปักลายหงส์ทอง ก้าวออกมาจากความมืด ใบหน้างดงามสะคราญโฉมแต่เต็มไปด้วยรอยยิ้มอันเหี้ยมเกรียม รอยแผลเป็นรูปจันทร์เสี้ยวที่มุมหางตาทำให้ใบหน้านั้นดูน่าสะพรึงกลัวยิ่งนัก ดวงตาคู่นั้นกวาดมองหลี่มู่เหยาและเฟยหรงอ๋องด้วยความสมเพชเวทนา ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้เลือดในกายของคนทั้งคู่แทบจับตัวเป็นน้ำแข็ง "น่าเสียดาย... ที่พวกเจ้าหาทางออกเจอ แต่กลับเดินเข้ามาในสุสานที่ข้าขุดรอไว้พอดี!" ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและหัวใจเต้นระรัวไปกับตัวละครอันเป็นที่รักของเรานะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (ไป๋เหลียนฮวา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เล่ห์รักเหนือบัลลังก์มังกรไร้ใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%