เล่ห์รักเหนือบัลลังก์มังกรไร้ใจ•ตอนที่ 31

การเมืองระดับแคว้น

ผลงานโดย ไป๋เหลียนฮวา
กลิ่นกำยานไป๋เฉินที่ลอยอวลอยู่เบื้องหน้าไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศภายในตำหนักรับรองแคว้นเป่ยจิงผ่อนคลายลงแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม ความกดดันที่แผ่ออกมาจากร่างของราชทูตเฒ่าฝานเจี้ยน กลับหนักหน่วงเสียจนเหล่าขุนนางชั้นผู้ใหญ่จากแคว้นต้าหลี่ที่นั่งอยู่ฝั่งซ้ายต่างพากันนิ่งเงียบ ก้มหน้ามองลายปักบนโต๊ะเสวยเสมือนว่ามันเป็นตำราพิชัยสงครามที่ต้องเร่งศึกษา "ข้อเสนอเรื่องการเปิดด่านการค้าชายแดนสามเมือง และการลดภาษีเกลือลงกึ่งหนึ่ง... เกรงว่าทางราชสำนักต้าหลี่ของเรา คงมิอาจรับไว้พิจารณาได้ง่ายดายเช่นนั้นกระมังท่านราชทูต" น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงอำนาจดังขึ้นทำลายความเงียบ เฟยหรงอ๋อง—หลี่จินฮุ่ย ประทับนั่งนิ่งสงบอยู่บนเก้าองพนักแกะสลักลายพญานาคสורศ รัศมีแห่งความเป็นแม่ทัพผู้ผ่านสนามรบมาโชกโชนแผ่ซ่านออกมาจนน่าหวาดหวั่น พระเนตรคมกริบราวกับใบมีดหิมะกวาดมองผู้แทนจากแคว้นเหนือด้วยความเยียบเย็น ทว่าภายในพระsัยกลับลอบประเมินสถานการณ์อย่างรอบคอบ ฝานเจี้ยนแย้มยิ้มเยาะด้วยความถือดี ชายชราผู้ผ่านการเคี่ยวกรำในเกมการเมืองมาครึ่งชีวิตย่อมรู้ดีว่าเวลานี้แคว้นต้าหลี่กำลังประสบปัญหาภัยแล้งทางตอนเหนือ การขาดแคลนเสบียงและเกลือสินเธาว์คือจุดตายที่พวกเขากำหนดเกมได้ "ท่านอ๋องทรงตรัสเช่นนี้ เกรงว่าจะดูถูกความจริงใจขององค์จักรพรรดิเป่ยจิงเกินไปกระมังพ่ะย่ะค่ะ แคว้นของเราพร้อมยกทัพม้าเหล็กห้าหมื่นนายมาช่วยหนุนเสริม หากพวกท่านยอมรับเงื่อนไข... หรือว่าต้าหลี่ในยามนี้ จะไร้ซึ่งความสามารถแม้แต่จะดูแลราษฎรของตนเองเสียแล้วเล่า" คำพูดกึ่งดูหมิ่นกึ่งบีบบังคับนี้ทำให้ขุนนางฝ่ายบู๊กำหมัดแน่นด้วยความโกรธเกรี้ยว ทว่าไม่มีผู้ใดกล้าเอ่ยปากต่อกร เพราะตัวเลขและสภาวะเศรษฐกิจในท้องพระคลังเวลานี้อยู่ ภายใต้การกุมสภาพของฝ่ายเหนือทั้งหมด ทว่า ในจังหวะที่ความเงียบอันน่าอึดอัดกำลังจะกลืนกินห้องโถง เสียงฝีเท้าเบาหวิวดังขึ้นพร้อมกับร่างอรชรในชุดคลุมยาวปักลายบุปผาเหมันต์สีขาวบริสุทธิ์ หลี่มู่เหยา ก้าวเข้ามาด้วยท่าทีสง่างาม ใบหน้ารูปไข่ราบเรียบไร้ระลอกคลื่นแห่งความหวาดหวั่น ดวงตากลมโตลึกซึ้งดั่งห้วงน้ำฤดูใบไม้ร่วงกวาดมองแผนที่ภูมิศาสตร์แคว้นเป่ยจิงที่กางอยู่บนโต๊ะเจรจาแวบหนึ่ง ก่อนจะแย้มยิ้มบางเบาที่มุมปาก—รอยยิ้มที่ทำให้เฟยหรงอ๋องที่ทอดพระเนตรอยู่ทรงคลายความตึงเครียดลงได้ส่วนหนึ่งอย่างน่าประหลาด "คำว่า 'ความจริงใจ' ของท่านราชทูตฝาน ช่างฟังดูงดงามยิ่งนักเพคะ" มู่เหยาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงกังวานใส ทว่าหนักแน่นกังวานก้องไปทั่วตำหนัก นางย่อกายทำความเคารพตามธรรมเนียม ก่อนจะก้าวเข้าไปยืนเคียงข้างพระองค์อ๋องอย่างไม่เกรงกลัวสายตาของคณะทูตฝ่ายตรงข้าม "เพียงแต่... การยกทัพม้าเหล็กห้าหมื่นนายมา 'ช่วยหนุนเสริม' ที่ท่านเอ่ยถึงนั้น เกรงว่าม้าศึกของพวกท่านคงจะกินเกลือและเสบียงของต้าหลี่จนหมดคลัง ก่อนที่ศัตรูที่แท้จริงจะทันได้เหยียบชายแดนเสียอีกกระมังเพคะ" ฝานเจี้ยนขมวดคิ้วมุ่น จ้องมองสตรีผู้นี้ด้วยแววตาดูแคลน "สามหาว! เจ้าเป็นเพียงสตรีในห้องหอ มีสิทธิ์อันใดมาแทรกแซงกิจการบ้านเมืองระดับแคว้น" "หม่อมฉันเป็นสตรีจริงเพคะ แต่ก็เป็นผู้ดูแลบันทึกการแพทย์และคลังสมุนไพรหลวง ที่สำคัญ..." มู่เหยาเว้นจังหวะเล็กน้อย ปลายหางตาเหลือบมองเอกสารสัญญาฉบับที่วางอยู่เบื้องหน้า "หม่อมฉันเพิ่งตรวจพบรายงานลับจากมณฑลอู่โจว... ดินแดนที่ท่านราชทูตอ้างว่าอุดมสมบูรณ์และพร้อมจะส่งออกเกลือราคาถูกให้เรา แท้จริงแล้วกำลังเผชิญกับโรคระบาดในเหมืองเกลือสินเธาว์ครั้งใหญ่ ประชากรครึ่งหนึ่งล้มป่วย แรงงานสูญสิ้น หากแคว้นต้าหลี่ตกลงทำสัญญาตามเงื่อนไขของท่านในวันนี้ เกรงว่าอีกสามเดือนข้างหน้า สิ่งที่เราจะได้จากเป่ยจิงคงไม่ใช่เกลือ... แต่เป็นศพและโรคระบาดที่แพร่กระจายมาตามเส้นทางการค้าต่างหากเพคะ!" สิ้นคำพูดของมู่เหยา บรรยากาศในห้องโถงพลันเย็นเยียบลงจนถึงขีดสุด เหล่าขุนนางแคว้นต้าหลี่ต่างสูดลมหายใจเข้าลึกด้วยความตกตะลึง ขณะที่สีหน้าของฝานเจี้ยนและคณะทูตแปรเปลี่ยนเป็นซีดเผือดในพริบตา ความลับที่ถูกปิดตายไว้ในราชสำนักเหนือถูกเปิดโปงออกมากลางวงเจรจาอย่างไม่ไว้หน้า ไหวพริบและความรอบรู้ของสตรีผู้นี้ลึกซึ้งเกินกว่าที่ผู้ใดจะคาดคิด นางไม่ได้ใช้กำลัง ไม่ได้ใช้คำขู่ แต่ใช้ 'ข้อมูลและความเป็นจริง' มาพลิกกระดานหมากรุกที่กำลังจะแพ้ให้กลับมาเป็นฝ่ายกุมความได้เปรียบอย่างเบ็ดเสร็จ เฟยหรงอ๋องทอดพระเนตรแผ่นหลังบอบบางที่ยืนหยัดอย่างองอาจเคียงข้างพระองค์ ความรู้สึกภาคภูมิใจและลุ่มหลงระคนความรักลึกซึ้งเอ่อล้นขึ้นในพระทัย พระหัตถ์หนาเอื้อมไปกุมมือเรียวของนางไว้ใต้โต๊ะบดบังสายตาผู้คน บีบกระชับเบาๆ เพื่อสื่อความนัยว่าพระองค์ทรงอยู่เคียงข้างนางเสมอ "ท่านราชทูตฝาน..." เฟยหรงอ๋องตรัสขึ้นด้วยพระสุรเสียงเยียบเย็นดุจน้ำแข็งแกะสลัก ทรงโน้มพระ V นั่งไปข้างหน้า รัศมีแห่งผู้กุมอำนาจแผ่ขยายกดทับจนฝานเจี้ยนต้องผถอยหลังไปครึ่งก้าว "ดูท่าทางแคว้นเป่ยจิงของพวกท่านในยามนี้ จะเดือดร้อนเสียยิ่งกว่าต้าหลี่เสียอีกกระมัง ถ้าเช่นนั้น... ข้อเสนอเรื่องการลดภาษีและการค้าชายแดน คงต้องเปลี่ยนเป็น 'ต้าหลี่จะส่งแพทย์หลวงไปช่วยระงับโรคระบาดให้พวกท่าน' แลกกับการที่เป่ยจิงต้องยกดินแดนสองเมืองหน้าด่านให้เราเพื่อแลกเปลี่ยนเสบียงอาหาร... เจ้าว่าข้อเสนอนี้ ยุติธรรมดีหรือไม่เล่า?" ฝานเจี้ยนตัวสั่นเทาด้วยความโกรธและความจนมุม เหงื่อกาฬไหลซึมเต็มแผ่นหลัง ชัยชนะที่เคยคิดว่าจะกำชัยไว้ในมือ กลับพังทลายลงในพริบตาเพราะสตรีเพียงนางเดียวและการตัดสินใจอันเฉียบขาดของอ๋องหนุ่มผู้เหี้ยมเกรียม ทว่า ในขณะที่เกมการทูตกำลังดำเนินมาถึงจุดไคลแม็กซ์และชัยชนะอยู่แค่เอื้อม ขันทีรับใช้คนสนิทนอกตำหนักก็วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาด้วยความตกใจ พร้อมกับถาดทองคำที่วางราชโองการด่วนพิเศษประทับตราหยกมังกรสีชาด ซึ่งส่งตรงมาจากตำหนักในโดยไม่ทันตั้งตัว... และข้อความด้านในนั้นเอง ที่ทำให้สี พระพักตร์ของเฟยหรงอ๋องแปรเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดดุดันขึ้นในทันที ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและหัวใจเต้นระรัวไปกับตัวละครอันเป็นที่รักของเรานะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (ไป๋เหลียนฮวา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เล่ห์รักเหนือบัลลังก์มังกรไร้ใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%