ไอหมอกควันสีขาวจางๆ ที่ลอยกรุ่นขึ้นมาจากถ้วยกระเบื้องเคลือบลายครามบางเบาดุจปีกจักจั่นนั้น มิได้ให้ความรู้สึกผ่อนคลาย หากแต่กลับแฝงไว้ด้วยความหนาบึงอันเยียบเย็นที่แผ่ซ่านไปทั่วทั้งตำหนักใหญ่
ความเงียบงันเข้าปกคลุมจนได้ยินเพียงเสียงสะท้อนของลมหายใจแผ่วเบา สายตาของทุกคู่ในท้องพระโรงและเรือนรับรองต่างจดจ้องไปยังจุดเดียวกัน—ร่างระหงของหลี่มู่เหยาที่ยืนหยัดอย่างสง่างาม นางมิได้หลบสายตาคมกริบดุจพญาเหยี่ยวของเฟยหรงอ๋อง และยิ่งมิได้สะดุ้งสะเทือนต่อรอยยิ้มปั้นแต่งที่ซ่อนความอาฆาตมาดร้ายไว้ภายใต้ใบหน้าอันงดงามของฮองเฮา
"เจ้ากล่าวอันใดออกมา มู่เหยา..." สุ้มเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจของเฟยหรงอ๋องเอื้อนเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบงันนั้นลง ทว่ากลับเต็มไปด้วยแรงกดดันที่สามารถบดขยี้กระดูกคนให้แหลกสลายได้ในคราเดียว
มู่เหยาแย้มสรุปริมฝีปากขึ้นน้อยๆ เป็นรอยยิ้มที่หาได้มีความอบอุ่นไม่ นางค่อยๆ คom กายคำนับผู้เป็นสามีอย่างได้สัดส่วนตามธรรมเนียมราชสำนักทุกกระเบียดนิ้ว ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาเขาตรงๆ ความเยือกเย็นฉายชัดในนัยน์ตาคู่สวยคู่นั้น
"ทูลท่านอ๋อง... ชาถ้วยนี้ พระชายารองเมตตาต้มให้หม่อมฉันด้วยมือของนางเอง เพื่อกระชับความสัมพันธ์ฉันพี่น้องในจวนหลังนี้เพคะ" นางจงใจเน้นเสียงคำว่า 'เมตตา' อย่างมีความหมาย ก่อนจะหันไปสบตากับพระชายารองอี้หลานที่บัดนี้ใบเริ่มซีดเผือดลงทีละน้อย "ทว่า เป็นที่ทราบกันดีว่าหม่อมฉันร่ำเรียนวิชาแพทย์มาจากตระกูลหลี่ ย่อมมีความไวต่อกลิ่นและรสชาติของสมุนไพรเป็นพิเศษ"
ฮองเฮาผู้ประทับอยู่บนเก้าอี้มุกสลักลายหงส์ทรงขยับพระองค์เล็กน้อย แววพระเนตรวับวามด้วยความไม่พอใจ ทว่าทรงรักษาพระพักตร์ไว้อย่างแนบเนียน ตรัสขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบขาด
"พระชายาเอก... เจ้ากำลังกล่าวหาผู้อื่นโดยไร้หลักฐานเช่นนั้นหรือ? การที่พระชายารองมีน้ำใจตบแต่งชาถ้วยนี้ให้ ไฉนเจ้าจึงต้องทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่ สร้างความระคายเคืองเบื้องพระเนตรเช่นนี้"
มู่เหยาหาได้เกรงกลัวต่อพระพักตร์อันทรงอำนาจของฮองเฮาไม่ นางหันกลับมาประจันหน้ากับมารดาแผ่นดินผู้อยู่เบื้องหลังเกมการเมืองในวังหลังแห่งนี้ด้วยความนิ่งสงบดุจผืนน้ำในบึงลึก
"ทูลฮองเฮา... หม่อมฉันมิกล้ากล่าวหาผู้ใดลอยๆ เพคะ หากแต่สิ่งที่อยู่ในถ้วยชานี้ หาใช่ใบชาชั้นดีไม่..." มู่เหยาผายมือออกเล็กน้อย ส่งสัญญาณให้สาวใช้คนสนิทก้าวออกไปพร้อมกับสำรับไม้จันทน์หอม บนนั้นมีเข็มเงินเล่มยาวที่ถูกจุ่มลงในน้ำชา และขวดแก้วเจียระไนขนาดเล็กที่บรรจุผงสมุนไพรบางชนิดอยู่
นางหยิบขวดแก้วนั้นขึ้นมา ชูให้ทุกคนได้เห็นประจักษ์ "นี่คือผง 'บุปผาพันราตรี'... เป็นสมุนไพรหายากจากแดนใต้ แม้จะมีสรรพคุณช่วยบำรุงโลหิตในคราแรก แต่หากนำมาต้มรวมกับใบชาตระกูลอวิ๋นที่พระชายารองทรงเลือกใช้ มันจะกลายเป็นยาพิษฤทธิ์เย็นที่ออกฤทธิ์กัดกร่อนอวัยวะภายในอย่างช้าๆ ผู้ที่ดื่มเข้าไปจะรู้สึกราวกับมีเข็มพันเล่มทิ่มแทงในยามวิกาล และจะสิ้นใจอย่างทรมานภายในสามราตรี โดยไม่ทิ้งร่องรอยว่าถูกวางยา!"
สิ้นคำกล่าวนั้น บรรยากาศภายในตำหนักพลันพุ่งทะยานสู่จุดตึงเครียดถึงขีดสุด พระชายารองอี้หลานถึงกับทรุดฮวบลงคุกเข่ากับพื้น ร่างกายสั่นเทาดุจลูกนกตกน้ำ นางละล่ำละลักเอ่ยแก้ตัวเสียงสั่น
"มะ... ไม่จริงนะเพคะ! ท่านอ๋อง! ฮองเฮา! หม่อมฉันมิเคย... หม่อมฉันมิเคยคิดร้ายต่อพระชายาเอกเลยเพคะ! นาง... นางใส่ร้ายหม่อมฉัน!"
ฮองเฮาขมวดพระพักตร์มุ่น ความกดดันแผ่ซ่านออกมาจากพระองค์ "หลี่มู่เหยา! เจ้าเอาอะไรมาD อ้างว่านี่คือยาพิษ? เพียงแค่เข็มเงินเปลี่ยนเป็นสีคล้ำ เจ้าก็ปรักปรำผู้อื่นแล้วหรือ? ช่างบังอาจนัก!"
มู่เหยาหาได้สะท้านสะเทือน นางแย้มยิ้มเยือกเย็นยิ่งกว่าเดิม ดั่งเซียนสาวผู้มองเห็นทะลุปรุโปร่งถึงกลลวงทั้งปวง
"ฮองเฮาย่อมตรรัสถูกแล้วเพคะ... ลำพังเข็มเงินย่อมอาจผิดพลาดได้เนื่องจากสภาพอากาศหรือภาชนะ แต่ทว่า..." นางกวาดสายตามองไปรอบๆ ก่อนจะสะบัดแขนเสื้อเผยให้เห็นกำไลหยกโบราณที่สวมอยู่ข้อมือ "กำไลหยกสลักลายมังกรคู่นี้ เป็นสมบัติพัสถานที่ได้รับพระราชทานจากไทเฮา ยามใดที่สัมผัสถูกสารพิษจำพวก 'บุปผาพันราตรี' หยกเนื้อดีนี้จะแปรเปลี่ยนเป็นสีดำสนิททันที... เช่นนี้แล้ว ฮองเฮายังจะทรงคิดว่าหม่อมฉันกุเรื่องขึ้นเพื่อใส่ร้ายผู้อื่นอีกหรือเพคะ?"
มู่เหยาพลิกข้อมือให้ทุกคนได้ประจักษ์ หยกสีขาวนวลบัดนี้ได้แปรเปลี่ยนเป็นสีดำสนิทราวกับหมึกจีนไร้ก้นบึ้ง ภาพนั้นประจักษ์แก่สายตาทุกคู่จนไม่อาจหาข้อแก้ตัวใดๆ มาหักล้างได้อีก
พระชายารองอี้หลานหน้าถอดสี ร่างกายไร้เรี่ยวแรงจะค้ำจุน ล้มพับลงไปกองกับพื้น พยายามคลานเข้าไปหาเฟยหรงอ๋องเพื่อเกาะชายฉลองพระองค์ "ท่านอ๋องเพคะ... โปรดทรงเมตตา หม่อมฉันถูกใส่ร้าย หม่อมฉันมิได้..."
"หุบปาก!"
สุ้มเสียงตวาดกร้าวของเฟยหรงอ๋องดังก้องกังวานไปทั่วสารทิศ แววตาของแม่ทัพผู้เหี้ยมโหดวับโรจน์ด้วยเพลิงโทสะ รังสีอำมหิตแผ่ขยายออกมารอบตัวจนแทบจะทำให้ผู้คนรอบข้างหายใจไม่ออก สายตาที่เขามองพระชายารองในยามนี้ เย็นชาดุจมองซากศพไร้ค่าผู้หนึ่ง
เฟยหรงอ๋องมิได้เหลือบแลสตรีที่กำลังร่ำไห้อ้อนวอนผู้นั้นแม้แต่น้อย หากแต่สายตาคมกริบกลับเบนกลับมาจดจ้องที่หลี่มู่เหยา สตรีผู้ยืนหยัดอย่างองอาจท่ามกลางพายุฝนทางการเมือง นางมิได้หลบสายตาเขา นางกลับเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย ท่วงท่าสง่างามดั่งหงส์เหนือเมฆา
ในขณะที่ทุกคนคิดว่าเรื่องราวกำลังจะยุติลงด้วยความพ่ายแพ้ราบคาบของฝ่ายฮองเฮาและพระชายารองนั้นเอง...
ขันทีเฒ่าผู้ดูแลพระราชสำนักคนสนิทของฮ่องเต้ ก็ก้าวพรวดพราดย่างสามขุมเข้ามาในตำหนักด้วยใบหน้าตื่นตระหนก สีหน้าซีดเซียวราวกับพบเห็นผีสางกลางวันแสกๆ
"กราบทูลท่านอ๋อง... ฮองเฮา..." ขันทีเฒ่าคุกเข่าลงโขกศีรษะจนหน้าผากแทบกระแทกพื้นด้วยความเร่งรีบ น้ำเสียงสั่นเครือจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์ "มี... มีพระราชโองการด่วนจากท้องพระโรงหลวง... เกิดเหตุการณ์ใหญ่หลวงขึ้นที่ชายแดนประจิมแล้วเพคะ!"
เฟยหรงอ๋องขมวดคิ้วแน่น สัญชาตญาณนักรบเตือนภัยขึ้นทันที เขายื่นมือมารับราชโองการสีทองประทับตราหยกจากมือขันที ทว่าสายตายังคงเหลือบมองหลี่มู่เหยาด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อนยากจะหยั่งถึง
เมื่อม้วนพระราชโองการถูกคลี่ออก... สีพระพักตร์ของบุรุษผู้ไม่เคยเกรงกลัวผู้ใดในใต้หล้า กลับแปรเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดดุดันถึงขีดสุด!
(โปรดติดตามตอนต่อไปนะคะ)
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดื่มด่ำไปกับกลยุทธ์อันล้ำลึกของมู่เหยาด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
เล่ห์รักเหนือบัลลังก์มังกรไร้ใจ•ตอนที่ 16
เฉือนคมด้วยปัญญา
ผลงานโดย ไป๋เหลียนฮวา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไป๋เหลียนฮวา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เล่ห์รักเหนือบัลลังก์มังกรไร้ใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!