"รอยยิ้มบนใบหน้าของเจ้านั้นช่างน่ารังเกียจเสียจริง มู่เหยา... เจ้าคิดว่าการได้ถวายตัวรับใช้ใกล้ชิดท่านอ๋อง จะทำให้กิ้งก่ากลายเป็นหงส์เหินขึ้นฟ้าได้เช่นนั้นหรือ?"
สุ้มเสียงหวานหยาดเยิ้มทว่าแฝงไว้ด้วยพิษร้ายราcscงพثิจิกของพระชายารองกุ้ยเฟย ดังสะท้อนก้องขึ้นภายในตำหนักบูรพาอันโอ่อ่า กลิ่นกำยานดอกกุ้ยฮวาที่ลอยอวนอยู่ในอากาศแทบไม่ช่วยเจือจางบรรยากาศอันคุกรุ่นที่ถูกถักทอขึ้นจากสายตาชิงชังนับสิบคู่ของเหล่าอนุภรรยาและสนมในเฟยหรงอ๋อง ที่ต่างมารวมตัวกันตามธรรมเนียมการเข้าเฝ้าคารวะในยามสาย
หลี่มู่เหยายืนนิ่งสงสงบอยู่กลางห้องโถง ร่างระหงในอาภรณ์ผ้าไหมปักลายเหมันต์สีฟ้าอ่อนทิ้งตัวลงอย่างงดงาม เส้นผมสีดำสนิทถูกเกล้าเป็นมวยประดับด้วยปิ่นหยกขาวสลักลายดอกบัว—ของขวัญล้ำค่าที่เฟยหรงอ๋องเพิ่งมอบให้เมื่อค่ำคืนก่อน นางไม่ได้แสดงอาการหวาดกลัวต่อแรงกดดันรอบตัวแม้แต่น้อย ดวงตาคู่คมกริบดั่งกวางป่าทอดมองกลุ่มสตรีเบื้องหน้าด้วยความเยือกเย็น ดุจดั่งแพทย์หญิงผู้กำลังประเมินอาการของโรคเรื้อรังที่ลุกลามจนเกินเยียวยารักษา
ในโลกยุคปัจจุบัน นางคือศัลยแพทย์มือหนึ่งผู้ผ่านการเฉือนคมมีดบนโต๊ะผ่าตัดท่ามกลางความเป็นความตายมานับไม่ถ้วน ไฉนเลยจะมาหวั่นเกรงกับสงครามน้ำลายในเรือนหลังของบุรุษผู้กุมอำนาจสูงสุดในกองทัพเล่า
"พระชายารองตรัสสิ่งใดเพคะ หม่อมฉันเป็นเพียงแพทย์หญิงที่เข้ามาทำหน้าที่ถวายการรักษาอาการประชวรของท่านอ๋อง มิได้มีความทะเยอทะยานอยากก้าวล่วงสู่ตำแหน่งใดดังที่ท่านระแวงแม้แต่น้อย" มู่เหยาเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่าราบเรียบไร้รอยสั่นเครือ คำพูดที่อ่อนน้อมแต่แฝงไว้ด้วยความคมกริบนี้ ยิ่งทำให้เพลิงริษยาในอกของกุ้ยเฟยโหมกระพือยิ่งขึ้น
"สามห่าว!" พระชายารองกุ้ยเฟยตบโต๊ะชาไม้จันทน์เสียงดังสนั่นจนถ้วยกระเบื้องเคลือบสั่นสะเทือน นางผุดลุกขึ้นยืน นัยน์ตาดอกท้อแดงก่ำด้วยความโกรธเกรี้ยว "เจ้าเป็นแค่หญิงสามัญชนไร้หัวนอนปลายเท้า อาศัยเล่ห์เหลี่ยมมารยาใดจึงทำให้ท่านอ๋องผู้เย็นชาดั่งน้ำแข็งพันปีหลงใหลจนยอมละเลยพวกเราที่เป็นภรรยาเอกสารและอนุผู้มีตระกูลสูงส่งมานานแรมปี! วันนี้ หากไม่สั่งสอนให้เจ้าสำนึกถึงกฎเกณฑ์ของวังหลังเสียบ้าง คงลืมตัวไปแล้วกระมังว่าที่นี่ใครคือเจ้าของที่แท้จริง!"
สิ้นคำสั่ง พลันมีนางกำนัลร่างกำยำสองคนก้าวพรวดเข้ามาประกบซ้ายขวา หมายจะกดร่างของมู่เหยาให้คุกเข่าลงกับพื้นหินอ่อนเย็นเฉียบ
ทว่า มู่เหยามิได้ขยับเขยื้อนหลบหนี นางเพียงปรายตามองนางกำนัลทั้งสองด้วยรอยยิ้มบางเบาที่มุมปาก—รอยยิ้มที่ทำให้ผู้พบเห็นรู้สึกหนสันหลังวาบอย่างประหลาด
"กฎเกณฑ์ของวังหลังกระนั้นหรือเพคะ..." มู่เหยาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงกังวานใส ชัดถ้อยชัดคำ "เกรงว่าพระชายารองคงจะทรงลืมพระราชหฤทัยของท่านอ๋องไปเสียแล้ว ว่าผู้ใดที่กล้าแตะต้องตัวหม่อมฉัน แม้แต่ปลายเส้นผม... จุดจบในคุกใต้ดินย่อมไม่ใช่เรื่องไกลเกินฝัน"
คำพูดนั้นราวกับมีน้ำเย็นราดลงบนกองเพลิง บรรยากาศภายในตำหนักพลันเงียบกริบลงชั่วขณะ เหล่าอนุภรรยาต่างลอบสบตากันด้วยความหวาดหวั่น ไม่มีใครกล้าปฏิเสธความจริงข้อนี้ เฟยหรงอ๋องขึ้นชื่อเรื่องความโหดเหี้ยมเด็ดขาด ผู้ใดขัดใจเขามีแต่ความตายเป็นเดิมพัน และข่าวลือเรื่องที่เขาทุ่มเทอำนาจทั้งหมดเพื่อปกป้องสตรีผู้นี้ก็ไม่ใช่เรื่องเกินจริงเลย
แต่กุ้ยเฟยผู้มืดบอดด้วยความริษยาและศักดิ์ศรีที่ถูกเหยียบย่ำ มีหรือจะยอมถอย
"ปากกล้าดีนี่! งั้นเรามาดูกันว่า เจ้าจะเอาความตายของใครมาขู่ข้าได้!" กุ้ยเฟยแค่น 6ยิ้มหยัน หันไปพยักเพยิดให้กับนางกำรนัลคนสนิทที่ถือถาดเครื่องดื่มอยู่ด้านหลัง "ยกชาต้อนรับน้องหญิงเข้าจวนขึ้นมา! นี่คือชาสมุนไพรบำรุงโลหิตสูตรพิเศษที่ข้าตั้งใจต้มด้วยตนเองเพื่อต้อนรับเจ้าโดยเฉพาะ... หากเจ้ากล้าปฏิเสธ ก็เท่ากับไม่ไว้หน้าพระชายารองเช่นข้า ความผิดฐานหมิ่นพระเกียรติย่อมมีโทษถึงโบยสามสิบไม้!"
นางกำนัลรีบก้าวเข้าไปใกล้มู่เหยา พร้อมกับยื่นถ้วยกระเบื้องเคลือบสีเขียวก้านบัวที่มีไอความร้อนกรุ่นพวยพุ่งออกมา กลิ่นอับจางๆ ของสมุนไพรแปลกปลอมโชยแตะจมูกมู่เหยาในเสี้ยววินาที นางหรี่ตาลงทันทีด้วยสัญชาตญาณของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านพิษวิทยา
*ผงหญ้าอัคคีโลหิต...*
สารพิษชนิดนี้หากดื่มเข้าไปจะทำให้เส้นโลหิตใน4กายตีบตัน เลือดจะกระอักออกมาทางทวารทั้งเจ็ดภายในหนึ่งกิหาร นึกไม่ถึงว่าสตรีพวกนี้จะกล้าลงมือวางยาถึงในตำหนักบูรพาต่อหน้าธารกำนัลเช่นนี้!
มู่เหยายกมือขึ้นรับถ้วยชามาถือไว้ด้วยท่าทางนิ่งสงบ ปลายนิ้วเรียวยาวสัมผัสกับความร้อนของถ้วยกระเบื้อง นางแหงนหน้าขึ้นสบตากับกุ้ยเฟยที่กำลังแย้มยิ้มอย่างผู้กำชัยชนะ
"พระชายารองทรงมีน้ำพระทัยยิ่งนัก... หม่อมฉันย่อมไม่กล้าปฏิเสธความปรารถนาดีนี้"
มู่เหยาเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ขณะที่ค่อยๆ ยกถ้วยชาขึ้นจรดริมฝีปาก เหล่าอนุภรรยาต่างกลั้นหายใจ ลุ้นระทึกด้วยความตื่นเต้น นัยน์ตาแต่ละคู่เปล่งประกายความสะใจที่กำลังจะได้รับการชำระแค้น
ทว่า ในวินาทีที่ริมฝีปากของมู่เหยาเกือบจะสัมผัสกับขอบถ้วยชา จู่ๆ เสียงฝีเท้าหนักแน่นอันทรงพลังราวกับเสียงคำรามของพยัคฆ์ร้ายก็ดังสะเทือนเลื่อนลั่นมาจากด้านนอกตำหนัก ตามมาด้วยเสียงตะโกนด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือกจนอากาศรอบตัวราวกับแข็งตัวในพริบตา
"ใครกล้าบังอาจ... สั่งให้ชายารักของเปิ่นหวางดื่มสิ่งใด!"
ร่างสูงสง่าในชุดคลุมยาวปักลายมังกรห้าเล็บสีดำสนิทก้าวเข้ามาหยุดอยู่ที่ธรณีประตู รังสีอำมหิตแผ่ซ่านปกคลุมไปทั่วทุกตารางนิ้ว ดวงตาคมกราบดั่งเหยี่ยวป่ากวาดมองไปรอบห้องโถงด้วยความดุดันราศีกษัตริย์ที่ทรงอำนาจสูงสุด เฟยหรงอ๋องเสด็จกลับมาก่อนกำหนด!
กุ้ยเฟยและเหล่าอนุภรรยาหน้าถอดสี ทรุดฮวบลงคุกเข่ากับพื้นด้วยความหวาดกลัวจนตัวสั่นเทา
มู่เหยายังคงถือถ้วยชาอยู่ในมือ นางช้อนตาขึ้นมองบุรุษผู้ก้าวเข้ามาช่วยชีวิตนางไว้ได้อย่างเฉียดฉิว รอยยิ้มลึกลับปรากฏขึ้นที่มุมปากอีกครั้ง ก่อนที่นางจะยื่นถ้วยชาในมือส่งตรงไปเบื้องหน้าพระพักตร์ของท่านอ๋องผู้เกรียงไกร ท่ามกลางความเงียบงันที่น่าสะพรึงกลัว
"ท่านอ๋องเพคะ... พระชายารองทรงเมตตาต้มชาถ้วยนี้ให้หม่อมฉันด้วยพระองค์เอง แต่เนื่องจากหม่อมฉันเป็นแพทย์ เกรงว่าส่วนผสมในชานี้อาจจะมี 'สมุนไพรล้ำค่า' เกินกว่าที่ร่างกายคนธรรมดาจะรับไหว... ท่านอ๋องทรงโปรดทดลองชิมดูสักคำดีหรือไม่เพคะ?"
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามการเดินทางอันเข้มข้นนี้ร่วมกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ
เล่ห์รักเหนือบัลลังก์มังกรไร้ใจ•ตอนที่ 15
ความริษยาของนางในวัง
ผลงานโดย ไป๋เหลียนฮวา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไป๋เหลียนฮวา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เล่ห์รักเหนือบัลลังก์มังกรไร้ใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!