เล่ห์รักเหนือบัลลังก์มังกรไร้ใจ•ตอนที่ 14

การแพทย์ที่ล้ำหน้า

ผลงานโดย ไป๋เหลียนฮวา
“พระราชโองการปลอม... ช่างกล้าหาญยิ่งนักองค์ชายรอง” น้ำเสียงราบเรียบดุจผิวน้ำในบึงลึก ทว่าแฝงไว้ด้วยกระแสลมพายุที่พร้อมจะพลิกคว่ำแผ่นดินได้ทุกเมื่อ ดังลอดผ่านม่านมุ้งแพรต่วนสีนวลในตำหนักรับรองชั่วคราว กลิ่นอายสนิมเหล็กและกลิ่นคาวเลือดจางๆ คลุ้งปะปนกับกลิ่นสมุนไพรจีนราคาแพง บ่งบอกถึงภาวะความเป็นความตายของบุรุษผู้ประทับอยู่เบื้องหลังม่านนั้น เฟยหรงอ๋องมิได้ทรงเปล่งพระสุรเสียงใดออกมา ทว่าบรรยากาศรอบกายกลับเยือกเย็นจนผู้ติดตามถึงกับต้องกุมกระบี่ในมือแน่น พระองค์ทรงได้รับพิษ ‘เกล็ดมังกรทมิฬ’ พิษร้ายที่สกัดจากดอกไม้ป่าแดนเถื่อน ซึ่งไร้ซึ่งหมอหลวงคนใดในราชสำนักกล้าแม้แต่จะเอ่ยชื่อ ยิ่งไม่ต้องกล่าวถึงการถอนพิษ ทว่าท่ามกลางเงื้อมมือมัจจุราชที่กำลังคืบคลานเข้ามา หลี่มู่หยาในอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์กลับยืนสงบนิ่งอยู่เบื้องหน้าเตาต้มยา ทองเหลืองขนาดเล็กส่งเสียงเดือดปุดๆ สะท้อนเงาใบหน้างملงามที่ไร้ซึ่งความตื่นตระหนกแม้แต่น้อย “พระชายา... ใต้เท้าหมอหลวงต่างถวายรายงานตรงกันว่า พิษนี้เข้าสู่ชีพจรหัวใจแล้ว ต่อให้เป็นเซียนตานจากสรวงสวรรค์ก็ไม่อาจยื้อชีวิตได้ พระนาง... พระนางยังจะทรงพยายามฝืนฟ้าลิขิตอีกหรือเพคะ” สาวใช้คนสนิทเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ หยาดน้ำตาคลอหน่วยด้วยความหวาดกลัวต่อราชโองการปลอมที่เพิ่งถูกประกาศกร้าวโดยพวกขององค์ชายรองเมื่อครู่ มู่หยาไม่ตอบนาง นางเพียงตวัดปลายเข็มเงินเล่มบางลงบนปลายนิ้วของตนเอง หยดโลหิตสีแดงสดหยดลงไปในถ้วยกระเบื้องเคลือบสีมรกตที่มีน้ำยาต้มสีดำสนิทส่งกลิ่นฉุนกึ้ง ท่วงท่าของนางสง่างามราวกับกำลังร่ายรำท่ามกลางหิมะโปรุปราย หาใช่การปรุงยาเพื่อช่วยชีวิตคนจากเงื้อมมือยมบาลไม่ ในยุคศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ด นางคือศาสตราจารย์แพทย์หญิงผู้เชี่ยวชาญด้านพิพากษาและสกัดสารพิษระดับโลก การเดินทางข้ามมิติมาอยู่ในร่างของคุณหนูตระกูลหลี่ผู้ถูกรังแก หาได้ทำให้ความรู้ในสมองของนางเลือนหายไปไม่ ตรงกันข้าม... มันกลับถูกลับให้คมกริบยิ่งกว่าเดิมท่ามกลางวังวนแห่งการแย่งชิงอำนาจนี้ “ฟ้าลิขิตงั้นหรือ?” มู่หยาแค่นหัวingเบาๆ ดวงตาหงส์หรี่ลงเล็กน้อยอย่างครุ่นคิด “ในเมื่อพวกมันกล้าใช้พระราชโองการปลอมเพื่อปิดปากเสด็จอาและกำจัดข้า เช่นนั้นข้าก็จะใช้ ‘ความเป็นความตาย’ ของเสด็จอาผู้นี้ ตบหน้าพวกมันกลับไปให้เลือดกลบปาก” ว่าแล้ว นางก็ยกถ้วยยาขึ้นจรดริมฝีปาก พลางก้าวผ่านม่านมุ้งเข้าไปในเขตพระราชฐานส่วนในที่หวงห้าม ภายในห้องบรรทมมืดสลัว มีเพียงแสงเทียนวับแวม เฟยหรงอ๋องประทับนั่งพิงพระoọngอยู่บนแท่นบรรทม พระพักตร์หล่อเหลาคมคายซีดเผือกจนน่าใจหาย ริมฝีปากหนามีรอยคล้ำม่วงจากพิษร้าย ทว่าพระเนตรคมกริบคู่นั้นยังคงฉายแววดุดันน่าเกรงขามราวกับพญาอินทรีที่บาดเจ็บ “เจ้ากล้าดียังไง... เข้ามาในเขตพระฐานชั้นในตามลำพัง” เฟยหรงอ๋องตรัสด้วยพระสุรเสียงแหบพร่าและติดจะขัดเคือง ทว่าแววตาที่ทอดมองนางกลับซ่อนความล้ำลึกที่ยากจะหยั่งถึง “หากหม่อมฉันไม่เข้ามา เกรงว่าท่านอ๋องคงจะได้กลายเป็นศพเย็นชืดก่อนที่ไก่ขันรอบแรกจะดังเสียอีกเพคะ” มู่หยาตอบกลับอย่างไม่เกรงกลัว นางก้าวเข้าไปประชิดแท่นบรรทมโดยไม่รออนุญาต มือเรียวบางเอื้อมไปจับพระอังสาของพระองค์ไว้อย่างมั่น “บังอาจ!” องครักษ์เงาที่ซ่อนตัวอยู่รอบตำหนักส่งเสียงตวาดพร้อมชักดาบออกจากฝักครึ่งหนึ่ง ทว่ากลับต้องชะงักกึกด้วยโบกพระหัตถ์ห้ามเพียงเล็กน้อยของเฟยหรงอ๋อง พระองค์ทรงจ้องมองสตรีตรงพระพักตร์อย่างพิจารณา หัวใจที่เคยด้านชาและเย็นเยียบมาตลอดชีวิตการรบพุ่งในสมรภูมิ กลับกระตุกวูบอย่างประหลาดเมื่อสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นจากปลายนิ้วของนางที่แตะลงบนชีพจรที่ข้อมือ “เจ้ามั่นใจแค่ไหนว่ายานี้จะไม่ทำให้เราตายเร็วยิ่งขึ้น?” พระองค์ตรัสถาม ชิดพระพักตร์ลงมาใกล้จนสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่น “หม่อมฉันไม่เคยเล่นพนันในสิ่งที่ไม่มีทางชนะเพคะท่านอ๋อง...” มู่หยาแย้มสรุปบางเบา รอยยิ้มนั้นงดงามจนคล้ายดั่งดอกบัวขาวที่เบ่งบานกลางหุบเหวอันมืดมิด “แต่หากท่านอ๋องทรงไม่อยากดื่ม... ก็ทรงรอรับราชโองการประหารชีวิตพร้อมกับศพของหม่อมฉันได้เลยเพคะ” สิ้นคำ มู่หยาไม่รอให้พระองค์ตรัสอนุญาต นางบรรจงประคองพระพักตร์ของบุรุษผู้กุมอำนาจสูงสุดในแผ่นดินให้เงยขึ้น ก่อนจะจรดขอบถ้วยยาลงที่ริมฝีปากหนา ถ่ายเทของเหลวรสขมฝาดลงไปในพระoọngด้วยความเด็ดเดี่ยวและนุ่มนวลในคราวเดียวกัน ความเงียบงันปกคลุมไปทั่วตำหนักชั่วอึดใจใหญ่... เฟยหรงอ๋องทรงขมวดพระขนงเข้าหากันแน่น พระวรกายกระตุกเกร็งวูบหนึ่งจนมู่หยาต้องรีบใช้เข็มเงินฝังลงที่จุดชีพจรกลางพระศอเพื่อสกัดการไหลเวียนของโลหิต ทันใดนั้นเอง! พระองค์ก็ทรงสำรอกโลหิตสีดำคล้ำออกมาคำโต กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งไปทั่วห้อง ก่อนที่ลมหายใจจะค่อยๆ กลับมาสม่ำเสมอและหนักแน่นขึ้น สีหน้าที่เคยซีดเผือกเริ่มมีเลือดฝาดกลับคืนมาทีละน้อย เหล่าองครักษ์และสาวใช้ที่แอบมองอยู่ต่างอ้าปากค้างด้วยความตื่นตะลึง พษร้ายที่แม้แต่หมอหลวงมือหนึ่งยังจนปัญญา... กลับถูกคุณหนูผู้ถูกกล่าวหาว่าคบชู้และร่วมมือกับโจรภูเขาขับออก1จนหมดสิ้นภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งเค่อ! มู่หยาถอนหายใจยาวเหยียด นางใช้แขนเสื้อซับเม็ดเหงื่อที่ผุดพรายตามกรอบหน้า ก่อนจะหันกลับมาเผชิญหน้ากับความจริงภายนอกตำหนักที่กำลังจะมาถึง นางประสานมือคำนับเฟยหรงอ๋องด้วยท่าทีสง่างามไร้ที่ติ “พิษในกายท่านอ๋องถูกกำจัดแล้ว เหลือเพียงพักฟื้นสามวันก็เป็นอันปลิดทิ้ง...” นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงกังวานใสที่จงใจให้ดังลอดออกไปนอกประตู “ส่วนพระราชโองการปลอมฉบับนั้น... ดูท่าทางว่าคนผู้นั้นคงจะต้องเตรียมตัวรับมือกับ ‘หมอเทวดา’ ที่กำลังจะเดินออกไปทวงความยุติธรรมด้วยตนเองเสียแล้วเพคะ” ขณะที่มู่หยากำลังจะหมุนตัวก้าวออกจากตำหนัก ประตูไม้บานใหญ่ก็ถูกถีบกระเด็นเปิดออกด้วยแรงมหาศาล พร้อมกับร่างของขันทีเฒ่าคนสนิทขององค์ชายรองที่ก้าวเข้ามาพร้อมหมายศาลและทหารองครักษ์นับร้อยชีวิตที่ปิดล้อมตำหนักไว้รอบด้าน “หลี่มู่หยา! เจ้ามีความผิดฐานวางยาพิษเฟยหรงอ๋องและฝ่าฝืนราชโองการ! ทหาร... จับตัวนางไปตัดหัวเสีย!” มู่หยายืนนิ่งอยู่กลางวงล้อม ใบหน้างามประดับด้วยรอยยิ้มเย้ยหยัน นางมิได้หวาดกลัวแม้แต่น้อย ทว่าก่อนที่ทหารพวกนั้นจะทันได้แตะต้องปลายนิ้วของนาง เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจที่เปี่ยมด้วยจิตสังหารอันเย็นเยียบก็ดังขึ้นจากด้านหลัง... สั่นสะเทือนไปถึงขั้วหัวใจของทุกคนในที่นั้น “ใครกล้า... ลองแตะต้องชายาของเราดูสิ” …………………………………………………… รี้ดเดอร์ที่รักทุกท่านคะ... เตรียมรับมือกับพายุลูกใหญ่ที่จะโหมกระหน่ำในราชสำนักบทถัดไปได้เลยนะคะ! - ไป๋เหลียนฮวา -
สารจากนักเขียน (ไป๋เหลียนฮวา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เล่ห์รักเหนือบัลลังก์มังกรไร้ใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%