กลิ่นหอมกรุ่นของชาไป๋ฮ่าวอินเจินลอยอบอวลอยู่เบื้องพระพักตร์ ทว่ากลับมิอาจกลบเกลื่อนบรรยากาศอันคุกรุ่นที่แผ่ซ่านออกมาจากร่างขององค์ชายรัชทายาทแห่งแคว้นเป่ยเหลียง นามว่า "ต้วนอี้ฟาน" ผู้ซึ่งกำลังทอดพระเนตรสตรีเบื้องหน้าด้วยสายตาพินิจพิเคราะห์ดั่งพยัคฆ์หมายตะครุบเหยื่อ
"คุณหนูหลี่... ฝีมือการฝังเข็มของท่านเมื่อครู่ ช่างทำให้เป่ยเหลียงอี้ฟานเปิดหูเปิดตาเสียจริง เกรงว่าทั่วทั้งแผ่นดินต้าหลี่นี้ คงหาผู้ใดมีฝีมือทัดเทียมได้ยากยิ่งแล้ว"
ต้วนอี้ฟานแย้มสรวลบางเบา แววตาพราวระยับแฝงความเจ้าเล่ห์ เขาจงใจโน้มพระวรกายเข้าไปใกล้ร่างบางของหลี่มู่เหยาที่กำลังเก็บอุปกรณ์แพทย์ลงในหีบไม้จันทน์หอม ท่ามกลางงานเลี้ยงรับรองทูตานุทูตที่จัดขึ้น ณ ตำหนักรับรองอู่หลัน
หลี่มู่เหยาชะงักมือเล็กน้อย ใบหน้างามสงบเยือกเย็นดั่งผิวน้ำในบึงลึก นางถอยหลังเว้นระยะห่างครึ่งก้าวอย่างนุ่มนวล แต่ยังคงรักษาไว้ซึ่งกิริยามารยาทอันสมบูรณ์แบบตามตำณีกุลสตรีทุกกระเบียดนิ้ว
"องค์ชายตรัสชมเกินไปแล้วเพคะ หม่อมฉันเป็นเพียงแพทย์หญิงต่ำต้อยผู้หนึ่ง มิกล้าอาจเอื้อมรับคำยกย่องอันใหญ่หลวงเช่นนี้หรอกเพคะ" น้ำเสียงของนางราบเรียบ เย็นชา แต่นั่นกลับยิ่งเพิ่มความท้าทายในสายตาขององค์ชายต่างแคว้นผู้นี้
"ต่ำต้อยเช่นนั้นหรือ? สตรีที่สามารถสยบอาการพิษกำเริบของฮ่องเต้ได้ในพริบตา ทั้งยังงดงามหยาดเยิ้มปานล่มเมือง หากเรียกว่าต่ำต้อย แผ่นดินนี้คงไม่มีสตรีใดสูงส่งอีกแล้วกระมัง" ต้วนอี้ฟานหัวเราะในลำคออย่างชอบใจ ก่อนจะยื่นมือหนาหมายจะแตะปอยผมที่คลอเคลียอยู่ข้างแก้มเนียนนุ่มของนาง "หากท่านยอมติดตามเป่ยเหลียงอี้ฟานกลับแคว้นเป่ยเหลียง ตำแหน่งพระชายาเอกย่อมรอท่านอยู่..."
เพล้ง!
เสียงถ้วยกระเบื้องเคลือบราคาแพงถูกกระแทกเข้ากับพื้นหินอ่อนอย่างแรงจนแตกกระจายละเอียด น้ำชาสีอำพันสาดกระเซ็นเปื้อนชายฉลองพระองค์ขององค์ชายต้วนอี้ฟาน ท่ามกลางความเงียบงันที่เข้าปกคลุมท้องพระโรงในชั่วพริบตา
บรรยากาศรอบกายพลันลดฮวบลงจนติดลบ อุณหภูมิในตำหนักราวกับถูกแช่แข็งด้วยความเย็นเยือกจากขั้วโลกเหนือ เงาร่างสูงใหญ่ในชุดคลุมผ้าไหมปักลายมังกรห้าเล็บสีดำสนิทก้าวเข้ามาอย่างเชื่องช้า ทว่าทุกย่างก้าวกลับสร้างแรงกดดันมหาศาลจนเหล่าข้าราชบริพารต่างพากันคุกเข่าหมอบกราบด้วยความหวาดกลัว
เฟยหรงอ๋อง... "หลี่เฟยหรง"
ดวงเนตรคมกริบดั่งเหยี่ยวอัคคีทอดมองไปยังพระหัตถ์ของต้วนอี้ฟานที่ยังค้างอยู่กลางอากาศด้วยแววตาดุร้ายราวกับจะฉีกร่างอีกฝ่ายเป็นชิ้นๆ รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกจากร่างสูงใหญ่อย่างไม่ปิดบัง ไอสังหารพวยพุ่งจนผู้คนแทบหยุดหายใจ
"มือข้างนี้... ดูท่าจะเกียจคร้านจนอยากลองเปลี่ยนให้มันหลุดออกจากบ่าเสียกระมัง องค์ชายต้วน"
สุ้มเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยขึ้นอย่างเชื่องช้า ทว่าเยือกเย็นเสียจนกระดูกสันหลังของผู้ฟังต้องเยือกสะท้าน เฟยหรงอ๋องก้าวเข้ามายืนขวางกั้นระหว่างหลี่มู่เหยากับองค์ชายรัชทายาทแห่งเป่ยเหลียงไว้ด้วยแผ่นหลังกว้างอันมั่นคง แขนแกร่งเอื้อมไปโอบกระชับรอบเอวบางของนางเข้าหาตัวอย่างแสดงความเป็นเจ้าของอย่างชัดเจน
ต้วนอี้ฟานชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะหัวเราะกลบเกลื่อนความตื่นตระหนก "ฮ่าๆๆ เฟยหรงอ๋องช่างหวงก้างเสียจริง เป่ยเหลียงอี้ฟานเพียงแค่ชื่นชมในความปรีชาสามารถของคุณหนูหลี่เท่านั้น ไยต้องเกรี้ยวกราดถึงเพียงนี้เล่า"
"ชื่นชม?" เฟยหรงอ๋องแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ นัยน์ตาคมกวาดมองอีกฝ่ายด้วยความเหยียดหยาม "สตรีของเป่ยเฟยหรง ต่อให้เป็นสิ่งของไร้ค่าในสายตาผู้อื่น ก็มิใช่สิ่งที่สุนัขจรจัดจากแคว้นอื่นจะอาจเอื้อมมาแตะต้องได้ตามอำเภอใจ จำใส่สมองของเจ้าเอาไว้ให้ดี!"
คำพูดเชือดเฉือนบาดลึกถึงกระดูกดำทำเอาต้วนอี้ฟานพระพักตร์ตึงเครียด ขากรรไกรขบเข้าหากันแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ทว่ายามเผชิญหน้ากับแม่ทัพผู้กุมกำลังพลครึ่งคลังหลวงและสนามรบชายแดนผู้ขึ้นชื่อเรื่องความโหดเหี้ยม องค์ชายต่างแคว้นผู้นี้จึงทำได้เพียงกัดฟันกรอดและฝืนแย้มพระสรวลกลบเกลื่อนความอัปยศ
"ท่านอ๋องทรงตรัสแรงเกินไปแล้ว... เช่นนั้นเป่ยเหลียงอี้ฟานขอตัวไปพักผ่อนก่อนก็แล้วกัน" ตรัสจบก็สะบัดพระนามาภิไธยเดินเลี่ยงออกไปทันทีท่ามกลางความอึดอัด
เมื่อผู้คนเริ่มทยอยถอยร่นออกไปจนหมด ตำหนักจึงหลงเหลือเพียงความเงียบงัน หลี่มู่เหยาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ นางเงยหน้าขึ้นสบตาชายหนุ่มผู้โอบกอดตนอยู่ แววตาของเขาในยามนี้เต็มไปด้วยเพลิงโทสะที่ยังมอดไหม้ไม่สลาย
"ปล่อยหม่อมฉันได้แล้วเพคะ ท่านอ๋อง" นางเอ่ยเสียงเรียบ พยายามแกะมือแกร่งที่ราวกับคีมเหล็กออก
"เจ้ากล้าเรียกหาผู้อื่นว่าสหายสนิทได้อย่างไร เมื่อครู่เขากำลังลวนลามเจ้า เจ้ากลับยืนนิ่งให้เขาแตะต้องเนื้อต้องตัวรึ!" เฟยหรงอ๋องก้มลงกระซิบชิดริมฝีปากอิ่ม น้ำเสียงเจือความตัดพ้อและหึงหวงอย่างไม่ปิดบัง ดวงตาคมก้าวร้าวคู่นั้นแดงก่ำเล็กน้อยยามนึกถึงภาพเมื่อครู่
"หม่อมฉันรู้จักวิธีเอาตัวรอดเพคะ มิพักต้องให้ท่านอ๋องต้องทรงกริ้วจนเสียกิริยาเช่นนี้" หลี่มู่เหยาตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความหวาดกลัว นางยื่นมือเรียวขึ้นแตะแผงอกกว้างเบาๆ เพื่อดันตัวให้ออกห่าง ทว่าอ้อมแขนกลับยิ่งรัดแน่นขึ้นกว่าเดิม
"ข้าไม่สนวิธีเอาตัวรอดของเจ้า!" เฟยหรงอ๋องกดเสียงต่ำลง ใบหน้าหล่อเหลาคมคายโน้มลงมาใกล้จนปลายจมูกเกือบชิดกัน "เจ้าเป็นของข้า... หลี่มู่เหยา จำไว้ หากมีบุรุษหน้าไหนกล้าแตะต้องเจ้าอีก แม้แต่เส้นผมเส้นเดียว ข้าจะกวาดล้างแคว้นมันให้ราบเป็นหน้ากลอง!"
น้ำเสียงหนักแน่นและแววตาที่จริงจังจนน่ากลัวทำให้หัวใจดวงน้อยของแพทย์หญิงสาวยุคปัจจุบันเต้นผิดจังหวะ นางชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะทันได้กล่าวสิ่งใด ขันทีคนสนิทของฮ่องเต้ก็วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาด้วยใบซีดเผือด
"ท่านอ๋อง! คุณหนูหลี่!แย่แล้วพ่ะย่ะค่ะ... เกิดเรื่องใหญ่ที่ตำหนักในแล้ว!"
ขันทีผู้นั้นคุกเข่าลงตัวสั่นเทา ยื่นมือกำราชโองการลับที่เปื้อนคราบเลือดส่งให้ทั้งสองด้วยความตื่นตระหนก "พระสนมเอก... พระสนมเอกสิ้นพระชนม์แล้วพ่ะย่ะค่ะ! และข้างพระศพ... พบปิ่นปักผมหยกเลือดมังกรประจำตัวของคุณหนูหลี่ตกอยู่พ่ะย่ะค่ะ!"
หลี่มู่เหยาเบิกเนตาเล็กน้อยด้วยความตกใจ ขณะที่เฟยหรงอ๋องแววตาวับวาวขึ้นด้วยความเหี้ยมเกรียมทันที
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดื่มด่ำไปกับเล่ห์กลอันล้ำลึกนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
เล่ห์รักเหนือบัลลังก์มังกรไร้ใจ•ตอนที่ 18
ความหึงหวงของท่านอ๋อง
ผลงานโดย ไป๋เหลียนฮวา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไป๋เหลียนฮวา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เล่ห์รักเหนือบัลลังก์มังกรไร้ใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!