กลิ่นอายของโสมภูเขาป่าร้อยปีและควันธูปกฤษณาอบอวลจนแน่นขนัดไปทั่วตำหนักเหอเซียง ความเงียบงันที่ปกคลุมอยู่ ณ ที่นี้ไม่ได้แปลว่าสงบ หากแต่เป็นความเงียบก่อนที่พายุใหญ่จะโหมซัดสาด ณ เบื้องหน้าคือแผ่นป้ายผ้าแพรปักดิ้นทองคำขาวระบุพระนามของผู้ป่วย—ใต้เท้าหลิว เสนาบดีกรมการคลัง ผู้กุมเส้นเลือดใหญ่แห่งท้องพระคลังหลวง ซึ่งบัดนี้กำลังนอนหายใจรวยรินอยู่บนเตียงมังกรจำหลักลายวิจิตร อาการพิษลึกลับที่กัดกินชีพจรของเขาทำให้หมอหลวงนับสิบชีวิตต่างพากันส่ายหน้าด้วยความจนปัญญา
หลี่มู่เหยากวาดสายตาเรียบนิ่งประเมินสถานการณ์รอบกาย นางอยู่ในชุดอาภรณ์ผ้าไหมปักลายเหมันต์สีขาวบริสุทธิ์ ปักลวดลายกิ่งเหมันต์ด้วยด้ายเงินละเอียดอ่อน ไร้ซึ่งเครื่องประดับฟุ่มเฟือย มีเพียงปิ่นหยกขาวชิ้นเดียวที่ปักอยู่บนมวยผมอันเรียบร้อย เรือนร่างระหงสง่างามดั่งภาพวาดพู่กันจีน ทว่าแววตาคู่คมกลับฉายประกายความเยือกเย็นเฉียบขาดดั่งคมกระบี่
การแข่งขันรักษาผู้ป่วยในวังหลวงครั้งนี้หาใช่เพียงการประลองฝีมือทางการแพทย์ หากแต่เป็นสนามประหารชีวิตที่ไร้ซึ่งเสียงดาบ เดิมพันคือตำแหน่ง 'ชายาเอก' แห่งเฟยหรงอ๋อง และอาจลามไปถึงชีวิตของตัวนางเอง หากวันนี้รักษาใต้เท้าหลิวไม่สำเร็จ ความผิดฐาน "อวดอุตริหมิ่นเบื้องสูง" ก็พร้อมจะถูกหยิบยกมาตัดศีรษะนางได้ทุกเมื่อ
"แม่นางหลี่... ถึงตาเจ้าแล้ว" น้ำเสียงแหบพร่าทว่าทรงอำนาจของขันทีเฒ่าผู้ดูแลพระราชสำนักดังขึ้น ทำลายความเงียบงันลง ทุกสายตานับร้อยคู่ในโถงพระโรง ไม่ว่าจะเป็นเหล่าพระสนม ขุนนางฝ่ายซ้ายขวา หรือแม้แต่ฮองเฮาผู้ประทับอยู่เบื้องสูง ต่างก็พากันจับจ้องมาที่นางเป็นตาเดียว
มู่เหยาไม่ได้แสดงอาการหวั่นวิตกแม้แต่น้อย นางก้าวเท้าเดินอย่างมั่นคง กลิ่นหอมจางๆ ของดอกเหมันต์ลอยตามการเคลื่อนไหว นางย่อกายทำความเคารพตามธรรมเนียมราชสำนักอย่างงดงามไร้ที่ติ ก่อนจะก้าวเข้าไปใกล้เตียงของผู้ป่วย
"หม่อมฉันหลี่มู่เหยา ถวายพระพรฝ่าบาท ถวายพระพรฮองเฮาเพคะ" เสียงหวานใสกังวานก้องกังวานไปทั่วตำหนัก ทว่าหนักแน่นและทรงพลัง
"เจ้ามั่นใจเพียงใดว่าจะรักษาใต้เท้าหลิวให้หายได้ภายในหนึ่งก้านธูป?" พระสุรเสียงเยียบเย็นดุจน้ำค้างแข็งของโอรสสวรรค์ตรัสถามลงมา แววตาคมกริบทอดมองนางด้วยความระแวงสงสัย พระองค์ทรงรู้ดีว่าการเดิมพันครั้งนี้เกี่ยวข้องกับอำนาจการเมืองในราชสำนักโดยตรง
มู่เหยาเงยหน้าขึ้นสบพระพักตร์อย่างไม่เกรงกลัว นางยิ้มบางเบา รอยยิ้มนั้นงดงามจนแม้แต่บุรุษผู้ทรงอำนาจที่สุดในแผ่นดินยังต้องชะงัก "ทูลฝ่าบาท โรคภัยไข้เจ็บไม่เคยเลือกชนชั้น ยาและเข็มเงินในมือหม่อมฉันก็เช่นกันเพคะ การรักษาหาใช่ปาฏิหาริย์ แต่คือความเข้าใจในสมดุลแห่งหยินและหยาง หากสวรรค์ยังเมตตาให้ใต้เท้าหลิวได้ทำหน้าที่เพื่อแผ่นดินต่อ หม่อมฉันย่อมดึงเขากลับมาจากประตูนรกได้พ่ะย่ะค่ะ... เอ๊ย เพคะ"
คำพูดที่อาจหาญและเปี่ยมด้วยความมั่นใจนั้นเรียกเสียงฮือฮาจากเหล่าขุนนางทันที หลายคนส่ายหัวด้วยความเวทนา หลายคนยิ้มเยาะรอสมน้ำหน้า โดยเฉพาะคุณหนูตระกูลจ้าว คู่แข่งคนสำคัญที่ยืนลอบยิ้มมุมปากด้วยความสะใจ เพราะนางรู้ดีว่าพิษที่ใต้เท้าหลิวได้รับนั้นคือ 'พิษจันทร์เสี้ยว' ที่ไร้ทางแก้ในตำราแพทย์แผนปัจจุบัน
มู่เหยาไม่สนใจเสียงรอบข้าง นางทรุดตัวลงนั่งคุกเข่าลงข้างเตียง มือเรียวบางดั่งหยกขาวหยิบผ้าเช็ดหน้าสีขาวสะอาดขึ้นมาวางบนข้อมือของเสนาบดีหลิว ก่อนจะใช้นิ้วเรียวแตะชีพจรเพื่อตรวจจับจังหวะการเต้น
*ชีพจรเต้นรัวและตื้นเขิน... สัญญาณของพิษที่เริ่มกระจายเข้าสู่หัวใจ* นางวิเคราะห์ในใจอย่างรวดเร็ว สมองทำงานด้วยความเร็วสูงดั่งเครื่องจักรกล
ทว่า ในวินาทีที่มู่เหยาเอื้อมมือไปหยิบซองเข็มเงินทองคำออกมาจากสาบเสื้อ สายตากลับเหลือบไปเห็นความผิดปกติบางอย่างที่ข้อมือซ้ำซ้อนของเสนาบดีหลิว รอยเข็มเล็กๆ ที่ถูกอำพรางไว้ด้วยผงแป้งสมุนไพรสีขาว!
*มีคนจงใจเร่งฤทธิ์พิษให้กำเริบเร็วขึ้นก่อนที่นางจะลงมือ...*
หัวใจของมู่เหยาเต้นแรงขึ้นเล็กน้อย แต่นางยังคงรักษาความสงบเยือกเย็นไว้ได้เป็นอย่างดี นางรู้ทันทีว่านี่คือการหักเหลี่ยมเฉือนคมในวังหลังที่สกปรกยิ่งกว่าสนามรบ หากนางรักษาตามตำราปรกติ ใต้เท้าหลิวจะต้องเสียชีวิตคามือและนางจะกลายเป็นแพะรับบาปในทันที
ทว่า ในขณะที่นางกำลังจะดึงเข็มเล่มแรกออกมาเพื่อใช้วิธีฝังเข็มสลายพิษฉุกเฉิน ม่านมุกสีมุกราตรีที่กั้นอยู่เบื้องหลังก็ถูกมือใหญ่หนาแหวกออก บุรุษในชุดคลุมสีดำสนิทปักลายมังกรทองห้ากรงเล็บ กลิ่นอายอำนาจอันน่าเกรงขามที่แผ่ซ่านออกมาทำให้ทุกคนในห้องต้องก้มหน้าหลบสายตาโดยอัตโนมัติ
**เฟยหรงอ๋อง!**
ท่านอ๋องผู้เยือกเย็นและดุดัน พระพักตร์หล่อเหลาดั่งเทพสลักไร้ซึ่งรอยยิ้ม พระเนตรคมกริบดั่งเหยี่ยวทะเลทรายทอดมองมาที่นางด้วยความรู้สึกที่อ่านไม่ออก ทว่าแฝงไว้ด้วยความห่วงใยอันลึกล้ำที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความเหี้ยมเกรียม
เฟยหรงอ๋องก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่เบื้องหลังนาง ระยะห่างเพียงไม่กี่คืบ กลิ่นอายบุรุษอันคุ้นเคยและทรงพลังโชยเข้าปะทะนาสิก มู่เหยารู้สึกได้ถึงแรงกดดันอันมหาศาลจากบุรุษผู้พร้อมจะพลิกแผ่นดินเพื่อปกป้องนางคนนี้
"หากเจ้าช่วยเขาไม่ได้..." พระสุรเสียงทุ้มต่ำกระซิบข้างหูของนาง แผ่วเบาจนมีเพียงแค่เขากับนางที่ได้ยิน "เจ้าก็จงเตรียมตัวไปเป็นชายาร่วมโลงศพกับเขา... แต่หากเจ้าทำได้ บัลลังก์มังกรนี้ ข้าก็จะคว่ำมันลงเพื่อให้เจ้าได้ยืนเคียงข้างข้าอย่างสมเกียรติ"
มู่เหยาชะงักไปชั่วลมหายใจ นางแหงนหน้าขึ้นสบตากับดวงตาคู่นคมืดสนิทคู่นั้น หัวใจที่เคยเยือกเย็นและชาชินกับการแก้แค้นกลับไหววับด้วยความรู้สึกแปลกประหลาด
นางสูดลมหายใจเข้าลึก ริมฝีปากบางยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความมั่นใจและท้าทายชะตาฟ้าดิน
"หม่อมฉันไม่เคยพลาดในสิ่งที่เดิมพันด้วยชีวิตเพคะ... ท่านอ๋อง"
มู่เหยาตวัดมือปักเข็มเงินลงบนจุดชีพจรสำคัญของเสนาบดีหลิวทั้งเก้าเล่มในคราเดียว เสียงเข็มกระทบผิวเนื้อดังขึ้นท่ามกลางความเงียบสงัด ทว่าทันใดนั้นเอง เลือดสีดำคล้ำพุ่งทะลักออกจากมุมปากของเสนาบดีหลิว พร้อมกับเสียงลมหายใจที่ขาดห้วงไปอย่างกะทันหัน!
สีหน้าของฮองเฮาและเหล่าขุนนางเปลี่ยนสีทันที บรรยากาศในตำหนักเหอเซียงดิ่งลงสู่จุดเยือกแข็งในพริบตา
*ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดื่มด่ำไปกับเล่ห์กลอันล้ำลึกนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!*
---
(ไป๋เหลียนฮวา)
เล่ห์รักเหนือบัลลังก์มังกรไร้ใจ•ตอนที่ 19
เดิมพันด้วยชีวิต
ผลงานโดย ไป๋เหลียนฮวา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไป๋เหลียนฮวา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เล่ห์รักเหนือบัลลังก์มังกรไร้ใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!