คราบน้ำตาบนกระดาษสาแผ่นนั้น ไม่ใช่หมึกจีนราคาแพงที่รังสรรค์จากเขากวางผา หากแต่เป็นรอยหยดน้ำสีใสที่เจือจางความมืดมิดของรัตติกาลให้กระจ่างชัดขึ้น หลี่มู่เหยานั่งนิ่งอยู่เบื้อง
แสงเทียนวับแวม ตัวอักษรภาษาอังกฤษหวัดๆ ที่นางคุ้นเคยยิ่งกว่าลายสือไทยหรือตัวอักษรจีนโบราณ กลับปรากฏเด่นหรี่อยู่บนกระดาษแผ่นบางที่ซ่อนอยู่ใต้พื้นไม้ตู้ตำraลับ... มันคือลายมือของนางเอง ลายมือของแพทย์หญิงหลี่มู่เหยาแห่งศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ด ไม่ใช่สนเทพีมู่เหยาแห่งแคว้นต้าหลี่
"เป็นไปได้อย่างไร..." เสียงกระซิบของนางแหบพร่าราวกับลมหายใจที่รวยริน
ในความทรงจำสีจางที่นางพยายามปะติดปะต่อมาตลอดหลายปี นางคิดว่าตนเองคือนกที่หลุดพ้นจากกรงขังแห่งยุคสมัยมาเกิดใหม่ในร่างของคุณหนูสกุลหลี่ผู้ต่ำต้อย ทว่าข้อความในสมุดบันทึกเล่มเล็กที่หลุดร่วงออกมาจากพับซับในของชุดฮั่นfuโบราณ กลับบอกเล่าเรื่องราวที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่า...
*‘วันที่ 15 เดือนตุลาคม ปี ค.ศ. 2023... การผ่าตัดเคสสุดท้ายสิ้นสุดลงแล้ว ร่างกายนี้เหนื่อยล้าเหลือเกิน หากข้าพเจ้าข้ามผ่านความตายไปได้ ขอให้ปัญญาและวิญญาณจงนำพาข้าไปสู่ดินแดนที่ข้าสามารถใช้มันเพื่อปกป้องผู้คนที่ไร้ทางสู้ได้อย่างแท้จริง’*
ลายมือนี้... ปากกาหมึกซึมยี่ห้อโปรดที่นางใช้... แม้แต่หยดเลือดสีน้ำตาลแห้งกรังที่มุมกระดาษ ก็คือรอยแผลที่นางเคยถูกใบมีดผ่าตัดเฉี่ยวโดนในคืนก่อนที่สติจะดับวูบไปในห้องฉุกเฉินอันหนาวเหน็บ
มู่เหยาพลันรู้สึกราวกับโลกทั้งใบกำลังหมุนเคว้งคว้าง อากาศในตำหนักบูรพาที่อบอวลด้วยกลิ่นกำยานหอมกรุ่น บัดนี้กลับคล้ายเบาบางลงจนแทบหายใจไม่ออก นางไม่ได้มาเกิดใหม่โดยบังเอิญตามกฎแห่งวัฏสงสาร แต่วิญญาณและร่างกายทางจิตวิญญาณของนางถูก "ดึง" ข้ามมิติมาด้วยเจตจำนงบางอย่าง เจตจำนงที่นางเป็นผู้เอ่ยปากร้องขอด้วยตนเองในห้วงสุดท้ายแห่งลมหายใจ!
เสียงฝีเท้าหนักแน่นที่คุ้นเคยดังแว่วมาจากนอกประตูกระดาษสา กลิ่นอายอันทรงพลังที่แผ่ซ่านเข้ามาทำให้มู่เหยาต้องรีบซ่อนกระดาษแผ่นนั้นไว้ใต้สำรับผ้าไหมอย่างร้อนรน นางสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อปรับสีหน้าให้กลับมาเยือกเย็นดังเดิม ทว่าหัวใจกลับเต้นรัวระรัวดั่งกลองศึก
ประตูปิดลงเบื้องหลังร่างสูงใหญ่ของเฟยหรงอ๋อง พระองค์ทรงอยู่ในฉลองพระองค์ชุดคลุมสีดำปักลายมังกรทอง
ดวงพักตร์คมคายดุจเทพสงครามฉายแววเหนื่อยล้าเพียงชั่วพริบตาก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความลุ่มลึกยากหยั่งถึง พระเนตรคมกริบกวาดมองปราดเดียวก็สังเกตเห็นความผิดปกติบนพวงแก้มและร่องรอยความตื่นตระหนกที่ยังไม่ทันจางหายไปจากดวงตาของสตรีตรงหน้า
"เหตุใดดึกป่านนี้แล้ว เจ้าจึงยังไม่นอน" พระสุรเสียงทุ้มต่ำกังวานก้องในความเงียบ พระองค์ก้าวเข้ามาใกล้ ชายผ้าคลุมกวาดผ่านพื้นห้องเบาหวิว
มู่เหยาเงยหน้าขึ้นสบพระเนตรคมคลาวนั้น นางพยายามควบคุมน้ำเสียงไม่ให้สั่นเครือ "หม่อมฉันเพียงแต่... ตรวจสอบบัญชีสมุนไพรของกองแพทย์หลวงเพคะ ท่านอ๋องทรงกลับดึกยิ่งนัก มีเหตุการณ์ใดเกิดขึ้นที่ท้องพระโรงหรือเพคะ"
เฟยหรงอ๋องไม่ตอบทันที พระองค์ทรงยื่นพระหัตถ์หนาออกไปเกลี่ยปอยผมที่หลุดลุ่ยข้างขมับของนางทัดหูไว้อย่างเบามือสัมผัสที่อบอุ่นและคุ้นเคยนี้ทำให้ขอบตาของมู่เหยาร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ บุรุษผู้เย็นชาต่อคนทั้งหล้า ไร้ความปรานีต่อศัตรู แต่กลับอ่อนโยนกับนางเพียงผู้เดียว... หากเขารู้ว่านางไม่ใช่สตรีจากยุคสมัยนี้ เป็นเพียงวิญญาณแปลกหน้าที่พลัดหลงข้ามห้วงเวลามา เขาจะยังคงโอบกอดนางไว้ด้วยความรักอันหนักแน่นเช่นนี้อยู่หรือไม่?
"ในราชสำนักไม่มีสิ่งใดที่ข้าจัดการไม่ได้..." เฟยหรงอ๋องตรัสช้าๆ ขณะทอดพระเนตรลึกลงไปในดวงตาของนาง ราวกับจะมองทะลุเข้าไปถึงก้นบึ้งของดวงวิญญาณ "แต่สำหรับเจ้า... เหตุใดแววตาของเจ้าจึงดูเหมือนกำลังจะหายลับไปจากโลกนี้อีกครั้ง เล่าความจริงให้ข้าฟัง มู่เหยา"
น้ำคำของพระองค์เฉียบคมยิ่งกว่ากระบี่ในฝัก มู่เหยาชะงักงัน ลมหายใจสะดุดกึก นางรู้ว่าบุรุษผู้นี้ฉลาดล้ำเกินกว่าจะหลอกลวงได้ด้วยคำโกหกตื้นเขิน ความลับเรื่องการข้ามมิติที่นางพยายามปิดตายมาตลอด กำลังจะถูกเปิดออกด้วยสายตาคู่นั้น
ทว่า ก่อนที่นางจะได้เอ่ยคำใดออกไป เสียงฝีเท้าเร่งรีบของขันที
"กราบทูลท่านอ๋อง! เกิดเรื่องใหญ่แล้วเพคะ/พ่ะย่ะค่ะ!" ขันทีคนสนิทพุ่งพรวดเข้ามาคุกเข่าตัวสั่นเทาอยู่หน้าประตู สีหน้าซีดเผือดราวกับคนใกล้ตาย "กองกำลังลับของตระกูลหลินบุกเข้าล้อมตำหนักตระกูลสวีในยามวิกาลแล้วพ่ะย่ะค่ะ! และ... และพวกมันพบ 'สิ่งนั้น' ซ่อนอยู่ใต้เรือนรับรอง!"
เฟยหรงอ๋องทรงหรี่พระเนตรลงวูบหนึ่ง รัศมีสังหารแผ่ซ่านออกมาจากพระวรกายจนมู่เหยาต้องก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าว ทว่าสายตาของพระองค์กลับไม่ละไปจากร่างของนางแม้แต่วินาทีเดียว
"สิ่งนั้นคืออะไร" พระองค์ตรัสถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่น่าหวาดหวั่นถึงขีดสุด
ขันทีผู้นั้นก้มหน้าชิดพื้น เสียงสั่นเครือตอบกลับมาว่า "เป็น... เป็นตำรับยาพิษโบราณที่ประทับตราลัญจกรลับของ... ของพระชายาหลี่มู่เหยาพ่ะย่ะค่ะ!"
บรรยากาศในห้องพลันเย็นเยียบลงทันที ราวกับสายลมหนาวจากยอดเขาหิมะพัดผ่านเข้ามาในห้องบรรทม มู่เหยาเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อย กลยุทธ์การเมืองในวังหลังไม่ได้เพียงแค่พยายามกำจัดนาง แต่มันกำลังดึงเอา "ตัวตน" ในอดีตและปัจจุบันของนางเข้าสู่หลุมพรางที่ถูกขุดรอไว้ล่วงหน้าอย่างแยบยล
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดที่ร่วมเดินทางและดื่มด่ำไปกับกลยุทธ์อันล้ำลึกและหัวใจอันมั่นคงนี้ด้วยกันนะคะ
เล่ห์รักเหนือบัลลังก์มังกรไร้ใจ•ตอนที่ 35
จดหมายจากอดีต
ผลงานโดย ไป๋เหลียนฮวา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไป๋เหลียนฮวา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เล่ห์รักเหนือบัลลังก์มังกรไร้ใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!