กลิ่นอายของผงชาหลงจิ่งชั้นดีคละเคลุ้งผสมผสานกับกลิ่นอับชื้นของไม้เก่าภายในห้องพักชั้นสองของโรงเตี๊ยมเมฆาอุดร บรรยากาศรอบกายเงียบงันจนน่าประหลาด ราวกับเสียงอึกทึกครึกโครมจากชั้นล่างถูกตัดขาดด้วยม่านพลังอันมองไม่เห็น หลี่มู่เหยาในยามนี้สวมอาภรณ์เรียบง่ายของบัณฑิตหนุ่ม ปอยผมถูกรวบขึ้นตึงเผยให้เห็นลำคอระหงและกรอบหน้าที่คมคาย ทว่าดวงตากลับคมกริบดั่งใบมีดที่ซ่อนอยู่ในฝัก นางใช้ปลายนิ้วเรียวยาวเขี่ยกากชาในถ้วยอย่างเชื่องช้า ทว่าหัวใจกลับเต้นระรัวดั่งกลองศึกที่กำลังโหมกระหน่ำจากเหตุการณ์ราชโองการลวงเมื่อครู่
นี่คือกับดัก... และนางคือเหยื่อที่เดินเข้ามาติดบ่วงด้วยความสมัครใจ
"คุณชาย... เกรงว่าน้ำชานี้จะจืดชืดเกินกว่าจะลิ้ม1รสแล้วกระมัง"
เสียงแหบพร่าของเฒ่าแก่โรงเตี๊ยมดังขึ้นทำลายความเงียบ ร่างท้วมของเขาโค้งคำนับต่ำจนแทบติดพื้น รอยยิ้มบนใบหน้าเต็มไปด้วยความนอบน้อมปลอมเปลือก ทว่าประกายตาที่ลอดผ่านชั้นไขมันนั้นกลับเต็มไปด้วยความเหี้ยมเกรียมและระแวดระวัง
มู่เหยาไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมอง นางเพียงยกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มบางเบาที่ไปไม่ถึงดวงตา น้ำเสียงราบเรียบ ทว่าทรงอำนาจจนอีกฝ่ายต้องชะงัก
"ชาจืด... ย่อมดีกว่าชาที่มียาพิษเจือปน เฒ่าแก่เหอ ท่านว่าจริงหรือไม่?"
สิ้นคำพูดนั้น บรรยากาศในห้องก็พลันเย็นเยียบลงถนัดตา รอยยิ้มบนใบหน้าของเฒ่าแก่เหอแข็งค้าง ดวงตาหรี่แคบลงทันที ความตกใจฉายชัดผ่านแววตาเพียงเสี้ยววินาที ก่อนที่เขาจะหัวเราะออกมาเบาๆ เสียงหัวเราะที่แห้งแล้งและน่าขนลุก
"คุณชายท่านนี้กล่าวหาอะไรรุนแรงเช่นนี้ ข้าเป็นเพียงพ่อค้าสุจริตชน..."
"สุจริตชนผู้ซุกซ่อนตราประทับของกอง 11 แห่งค่ายทหารรุดรอน?" มู่เหยาขัดขึ้นอย่างไม่ไว้หน้า นางตวัดสายตาขึ้นสบตานิ่ง ปลายนิ้วดันแผ่นกระดาษยับยู่ยี่ที่แอบฉวยมาจากโต๊ะทำงานของขุนนางกังฉินเมื่อคืนวานออกมาวางไว้บนโต๊ะ "หรือท่านจะบอกว่า ตราประทับลับที่ใช้ประทับบนคำสั่งเคลื่อนพลสามหมื่นนายนี้ เป็นเพียงรอยเปื้อนหมึกของคนงานในโรงเตี๊ยมของท่านกัน?"
ความจริงถูกเปิดเผยอย่างไม่ไว้หน้า เฒ่าแก่เหอหน้าถอดสี รอยยิ้มจอมปลอมมลายหายไปสิ้น แทนที่ด้วยความดุดันดั่งสัตว์ร้ายจนมุม เขาสบถออกมาคำหนึ่งก่อนจะก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าว
"ในเมื่อเจ้าฉลาดถึงเพียงนี้ ก็อย่าโทษความโหดเหี้ยมของข้าก็แล้วกัน!"
พริบตาเดียว ประตูห้องพักก็ถูกถีบกระเด็นออกจนแหลกละเอียด เงาร่างนับสิบในชุดดำสนิทพร้อมดาบปลายปืนพุ่งทะยานเข้ามาปิดล้อมทุกTheทางออก กลิ่นอายสังหารแผ่ซ่านจนแทบหายใจไม่ออก ทว่าหลี่มู่เหยาหาได้มีความหวาดกลัวไม่ นางผุดลุกขึ้นยืนช้าๆ อาภรณ์บัณฑิตสะบัดตามแรงเคลื่อนไหว ใบหน้างามสงบเยือกเย็นดั่งเทพเซียนไร้ความรู้สึก นางรู้ดีว่าเฟยหรงอ๋องจะต้องตามรอยนางมา... แต่ก่อนที่เขาจะมาถึง นางต้องรีบควานหาเบาะแสสำคัญชิ้นสุดท้ายให้พบเสียก่อน
นางกวาดสายตามองกลุ่มมือสังหารที่พุ่งเข้ามาพร้อมกัน ดาบคมกริบสะท้อนแสงไฟวับวับวาววาว นางอาศัยความเพรียวบางหลบหลีกคมดาบแรกได้อย่างเฉียดฉิว พร้อมกับสะบัดแขนเสื้อซัดเข็มเงินอาบยาพิษเข้าที่จุดตายของมือสังหารคนแรกอย่างแม่นยำ ร่างนั้นล้มลงชักดิ้นชักงอก่อนจะสิ้นใจตายคาที่ในพริบตา
"อย่าให้มันหนีไปได้! ท่านอ๋องสั่งไว้ว่าต้องจับเป็น!" เฒ่าแก่เหอตะโกนสั่งเสียงกร้าว
มู่เหยาถอยร่นจนหลังชิดหน้าต่างบานใหญ่ ภายในใจประเมินสถานการณ์อย่างรวดเร็ว—ต่อให้รอดพ้นจากคมดาบพวกนี้ แผนกบฏที่ถูกซ่อนไว้เบื้องหลังโรงเตี๊ยมแห่งนี้ ย่อมไม่ใช่เรื่องเล็กๆ อย่างแน่นอน มันคือแผนการล้มล้างราชบัลลังก์ที่เชื่อมโยงไปถึงขุนนางชั้นผู้ใหญ่ในราชสำนัก!
ทว่า ในขณะที่คมดาบกำลังพุ่งตรงมายังลำคอระหงของนางราวกับห่าฝน และสติปัญญาของนางกำลังคำนวณหาทางหนีทีไล่ครั้งสำคัญ...
จู่ๆ เสียงระเบิดสนั่นหวั่นไหวก็ดังขึ้นจากชั้นล่าง แรงสั่นสะเทือนทำให้ผนังโรงเตี๊ยมสั่นสะท้าน ฝุ่นคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ พร้อมกับเสียงฝีเท้าหนักแน่นนับร้อยที่ควบม้าเข้ามาล้อมรอบโรงเตี๊ยมแห่งนี้ไว้ทุกด้าน กลิ่นอายอันทรงอำนาจและดุดันที่แผ่ขยายเข้ามาทำให้ทุกคนในห้องต้องหยุดชะงัก
มู่เหยาชะงักค้าง ดวงตาดอกท้อเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อรับรู้ได้ถึงกลิ่นอายบุรุษที่คุ้นเคย—กลิ่นอายของสนป่าและโลหิตที่นางจดจำได้แม่นยำยิ่งกว่าสิ่งใด
ประตูห้องที่พังเสียหายอยู่แล้วถูกแรงเตะมหาศาลซัดจนกระเด็นหายไป ร่างสูงสง่าในชุดเกราะสีดำสนิทประดับลวดลายมังกรทองทะยานเข้ามาดั่งเทพเจ้าแห่งสงคราม ดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยวพญาหงส์กวาดตามองสถานการณ์ภายในห้องเพียงปราดเดียว ก่อนที่มันจะหยุดนิ่งอยู่ที่ร่างเพรียวบางของนาง
เฟยหรงอ๋องเสด็จมาถึงแล้ว... และสายตาที่พระองค์ทอดมองมายังนางในยามนี้ ไม่เพียงแต่มีความโกรธเกรี้ยวที่นางกล้าเสี่ยงอันตรายเข้ามาในที่อัปมงคลนี้เพียงลำพัง ทว่ายังมีความรักลึกซึ้งอันบ้าคลั่งที่พร้อมจะแผดเผาทุกสิ่งให้เป็นจุลเพื่อปกป้องนาง
"กล้าดียังไง... ถึงบังaชาญกล้าเอาชีวิตมาแขวนไว้บนเส้นด้ายเช่นนี้, มู่เหยา?"
น้ำเสียงทุ้มต่ำที่ลอดไรฟันออกมานั้นเย็นเยียบถึงกระดูกดำ ทว่ายังไม่ทันที่นางจะได้เอ่ยปากอธิบายอันใด สายตาของท่านอ๋องก็เหลือบไปเห็นแผ่นกระดาษตราประทับบนโต๊ะ ทันใดนั้นเอง ทหารองครักษ์คนสนิทก็พุ่งเข้ามาคุกเข่า รายงานด้วยน้ำเสียงร้อนรน
"ทูลท่านอ๋อง! เราพบจดลับฉบับนี้ถูกส่งมาจากตำหนักใน... ประทับตราของ 'ไทเฮา' พ่ะย่ะค่ะ!"
หัวใจของหลี่มู่เหยาราวกับหยุดเต้นไปชั่วขณะ—เบื้องหลังแผนกบฏนี้ แท้จริงแล้วไม่ได้มีเพียงขุนนางกังฉิน... แต่มันคือเงื้อมมือของสตรีผู้ทรงอำนาจที่สุดในวังหลัง!
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดที่ร่วมเดินทางและดื่มด่ำไปกับกลยุทธ์อันล้ำลึกและหัวใจอันมั่นคงนี้ด้วยกันนะคะ
เล่ห์รักเหนือบัลลังก์มังกรไร้ใจ•ตอนที่ 33
กลลวงในโรงเตี๊ยม
ผลงานโดย ไป๋เหลียนฮวา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไป๋เหลียนฮวา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เล่ห์รักเหนือบัลลังก์มังกรไร้ใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!