"ถ้าเจ้ายังกล้าเอาหน้าหนาๆ มาเหยียบบริเวณรั้วบ้านของฟางฟางอีกแม้แต่ก้าวเดียว อย่าหาว่าฉันไม่เตือนเรื่องกำปั้นคู่นี้ก็แล้วกัน!"
น้ำเสียงทุ้มต่ำทรงพลังของจางเหว่ยดังสะท้อนก้องกังวาน ทะลุผ่านความเงียบสงบยามพลบค่ำของหมู่บ้านริมเขาจนร่างท้วมของป้าสะใภ้หลี่ถึงกับสะดุ้งสุดตัว นางที่กำลังถือตะกร้าผักหมายจะมาเนียนขอแบ่งวัตถุดิบชั้นดีจากครัวของหลินฟาง ยามนี้จำต้องถอยร่นกรูดด้วยความหวาดกลัว ดวงตาเรียวรีมองสบเข้ากับดวงตาดุคมราวกับพยัคฆ์หนุ่มที่จ้องเขม็งราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ ร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อผ้าเรียบง่ายแต่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อจากการฝึกฝนอย่างหนักหน่วงแผ่ไอสังหารจางๆ ออกมา จนป้าสะใภ้หลี่ไม่กล้าแม้แต่จะเอ่ยคำแก้ตัวสักครึ่งคำ นางทำได้เพียงส่งเสียงฮึดฮัดในลำคอด้วยความแค้นเคือง ก่อนจะหมุนตัวเดินจ้ำอ้าวหายลับไปในความมืดอย่างทุลักทุเล
หลินฟางที่ยืนกอดอกพิงวงกบประตูครัว แอบอมยิ้มบางๆ กับท่าทางเกรี้ยวกราดแต่น่าเอ็นดูของนายทหารหนุ่มผู้พิทักษ์ความสงบ นางปัดมือเบาๆ จากแป้งทำอาหารที่ติดอยู่ แล้วเดินสาวเท้าเข้าไปใกล้ชายหนุ่มที่มีแผ่นหลังกว้างใหญ่ราวกับภูเขาผืนน้อยๆ
"ไล่คนเก่งเช่นนี้ ระวังนางจะไปเป่าหูชาวบ้านว่าท่านรังแกหญิงสูงวัยนะพี่จางเหว่ย" หลินฟางเอ่ยเย้าแหย่ น้ำเสียงเจือความขบขันและประกายตาระยิบระยับ ท่ามกลางแสงตะเกียงน้ำมันก๊าดที่ส่องประกายสลัว
จางเหว่ยรีบหันขวับ ใบหน้าที่มักจะนิ่งขรึมและเคร่งขรึมยามเผชิญหน้ากับคนนอก กลับพลันเปลี่ยนเป็นอ่อนโยนลงทันทีราวกับพลิฝ่ามือ หูทั้งสองข้างขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างเห็นได้ชัดเมื่อสบเข้ากับดวงตาพราวระยับของหญิงสาว ชายหนุ่มยกมือขึ้นเกบท้ายทอยแก้เก้อ พลางตอบด้วยน้ำเสียงที่เบาลงกว่าเดิมครึ่งส่วน
"ปล่อยให้นางพูดไปเถอะครับ ข้าไม่ได้สนใจคำพูดของคนเช่นนั้น... ข้าแค่ไม่อยากให้สายตาของใครมาทำให้ช่วงเวลาพักผ่อนของเจ้าต้องขุ่นมัว"
คำพูดซื่อตรงไร้ชั้นเชิงแต่จริงใจจนทะลุถึงก้นบึ้งของหัวใจ ทำให้รอยยิ้มบนริมฝีปากของหลินฟางยิ่งกว้างขึ้น นางทอดมองชายหนุ่มตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่เปลี่ยนไปจากวันแรกอย่างสิ้นเชิง จาก "เพื่อนบ้าน" ผู้มีบุญคุณต่อกัน และ "ผู้ช่วย" ยามจำเป็น ยามนี้เส้นแบ่งเขตความสัมพันธ์ได้ถูกถักทอเข้าหากันอย่างแนบเนียน ผ่านกลิ่นหอมของอาหาร รอยยิ้มยามเหนื่อยล้า และความใส่ใจที่อีกฝ่ายมอบให้อย่างเสมอต้นเสมอปลาย
กลิ่นหอมกรุ่นของชาสมุนไพรชั้นดีที่หลินฟางต้มเคี่ยวไว้ในเตาดินยังคงลอยอบอวลผสมผสานไปกับกลิ่นดินหลังฝนตก ทว่าในยามค่ำคืนนี้ อาหารมื้อสำคัญไม่ได้ถูกจัดเตรียมไว้สำหรับกินคนเดียวเหมือนเช่นเคย โต๊ะไม้ตัวเก่าหน้าบ้านถูกขัดจนสะอาดสะอ้าน บนนั้นถูกประดับประดาด้วยสำรับอาหารฝีมือหลินฟางที่ตั้งใจรังสรรค์ขึ้นเป็นพิเศษเพื่อตอบแทนน้ำใจของชายหนุ่มที่ช่วยจัดการปัญหาเรื่องที่ดินและขับไล่ญาติจอมป่วนให้ตลอดยุคสมัยที่ผ่านมา
ปีกไก่ตุ๋นน้ำแดงสีสันเงางามส่งกลิ่นหอมของเครื่องเทศจีนโชยเตะจมูก ตามด้วยผัดผักกาดเขียวกรอบกรุบที่เก็บสดๆ จากมิติสวนพฤกษา ซึ่งมีความหวานตามธรรมชาติอย่างไม่น่าเชื่อ และซุปไก่ตุ๋นโสมภูเขาซดร้อนๆ ที่ช่วยบำรุงกำลังวังชา
"นั่งสิครับ มัวยืนทื่อเป็นเสาหลักเมืองอยู่ทำไม อาหารเย็นนี้ข้าตั้งใจทำเป็นพิเศษเพื่อขอบคุณท่านเรื่องเมื่อครู่ และ... เรื่องทั้งหมดที่ผ่านมาด้วย" หลินฟางผายมือเชิญพลางตักข้าวสวยร้อนๆ ใส่ถوانยื่นให้
จางเหว่ยรับถ้วยข้าวจากมือเรียวบาง ปลายนิ้วของทั้งคู่บังเอิญสัมผัสกันเพียงเสี้ยววินาที ความอบอุ่นที่ส่งผ่านผิวสัมผัสนั้นทำให้หัวใจของนายทหารผู้ผ่านศึกมาโชกโชนถึงกับเต้นระส่ำไม่เป็นจังหวะ ชายหนุ่มนั่งลงบนเก้าอี้ไม้ไผ่ ดวงตาคมกริบมองสำรับอาหารตรงหน้าสลับกับใบงดงามของหญิงสาวที่นั่งฝั่งตรงข้าม
แสงดาวระยิบระยับบนท้องฟ้าไร้เมฆหมอกทอประกายระยิบระยับราวกับเพชรเม็ดงามที่ถูกโปรยปรายลงมาปกคลุมหมู่บ้านริมเขา บรรยากาศยามค่ำคืนเงียบสงบ มีเพียงเสียงจิ้งหรีดเรไรร้องระงมเป็นแบ็คกราวด์ธรรมชาติ ขับเน้นให้มื้อค่ำใต้แสงดาวมื้อนี้มีความพิเศษเกินกว่าจะบรรยาย
"อาหารฝีมือเจ้า... หอมน่ากินทุกอย่างเลยครับ" จางเหว่ยเอ่ยชมด้วยความจริงใจ พลางคีบปีกไก่ตุ๋นเข้าปาก รสชาติกลมกล่อม ละมุนลิ้น ความเค็มหวานที่เคี่ยวจนเข้าเนื้อผสานกับความนุ่มเปื่อยแทบละลายในปากทำให้ชายหนุ่มถึงกับดวงตาเป็นประกาย "อร่อยมาก... อร่อยกว่าภัตตาคารในเมืองหลวงเสียอีก"
"ปากหวานเสียจริง ท่านพูดเช่นนี้เพราะกลัวข้าไม่ยอมทำให้อกินในวันพรุ่งนี้หรือเปล่า" หลินฟางหัวเราะคิกคัก ดวงตาโค้งลงเป็นรูปจันทร์เสี้ยว นางรินชาหอมหมื่นลี้อุ่นๆ ใส่จอกดินเผายื่นให้เขา "ดื่มชานี่เสียหน่อยนะ คลายความเหนื่อยล้าจากการทำงานในไร่มาทั้งวัน"
จางเหว่ยรับจอกชามาดื่มอย่างทะนุถนอม รสชาติหอมละมุนของชาชั้นดีกระจายซ่านไปทั่วโพรงปาก ช่วยชะล้างความเหนื่อยล้าทางร่างกายให้มลายหายไปจนสิ้น ความเงียบสงบที่เกิดขึ้นไม่ได้น่าอึดอัด หากแต่เต็มไปด้วยความอบอุ่นและลึกซึ้งที่ต่างฝ่ายต่างรับรู้ได้ผ่านบรรยากาศรอบตัว
ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา หลินฟางผู้เคยชินกับการต่อสู้ดิ้นรนในโลกยุคใหม่และต้องมาเผชิญชะตากรรมในร่างเดิมพันชีวิต ณ ยุค 70 นี้ นางไม่เคยคิดเลยว่าจะมีมุมเวลาที่หัวใจอันแข็งกระด้างของตนเองจะยอมเปิดรับใครสักคนเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในพื้นที่ส่วนตัว จางเหว่ยไม่ใช่ชายหนุ่มปากหวานหรือเจ้าสำราญ เขาเป็นเพียงบุรุษร่างใหญ่ผู้ซื่อตรง ปากหนักแต่การกระทำชัดเจนราวกับเหล็กกล้า ทว่าการกระทำเหล่านั้นกลับสร้างความปลอดภัยและความมั่นคงในจิตใจให้นางได้อย่างน่าประหลาด
จางเหว่ยเงยหน้าขึ้นมองหญิงสาวที่กำลังนั่งเท้าคางมองดวงดาวบนท้องฟ้า แสงจันทร์นวลตาอาบไล้ไปทั่วกรอบหน้าเนียนละเอียด เส้นผมสีดำสนิทปล่อยสยายคลอเคลียลาดไหล่บาง ภาพตรงหน้าสวยงามราวกับภาพวาดในตำนาน ชายหนุ่มกำตะเกียบในมือแน่นขึ้นเล็กน้อย ราวกับกำลังรวบรวมความกล้าครั้งใหญ่ในชีวิตเพื่อเอ่ยบางสิ่งบางอย่างที่อัดอั้นอยู่ในใจมาเนิ่นนาน
"ฟางฟาง..." น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยเรียกชื่อนางอย่างแผ่วเบา
หลินฟางหันกลับมาสบตา ประกายความสงสัยฉายชัดในดวงตากลมโต "มีอะไรหรือครับ? หรือว่าอาหารรสชาติไม่ถูกปาก..."
"เปล่าเลยครับ" จางเหว่ยส่ายหน้าช้าๆ ดวงตาคมกริบมองลึกเข้าไปในดวงตาของนาง สะท้อนภาพเงาของหญิงสาวไว้อย่างชัดเจนไร้ที่สิ้นสุด "ข้าแค่อยากบอกว่า... ตั้งแต่ท่านแม่ของข้าเสียไป บ้านหลังนี้และชีวิตของข้าก็ไม่เคยมีคำว่า 'มื้อค่ำ' ที่มีความหมายเช่นนี้อีกเลย"
หัวใจของหลินฟางกระตุกวูบ จังหวะการหายใจสะดุดไปชั่วขณะเมื่อได้ยินคำสารภาพที่แฝงไปด้วยความรู้สึกเปราะบางจากปากของนายทหารหนุ่มผู้แข็งแกร่ง
"ถ้า... ถ้าไม่รังเกียจ..." จางเหว่ยสูดลมหายใจเข้าลึก พลางโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย สายตาเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและจริงจัง "หลังจากนี้ ให้ข้าได้เป็นคนดูแลจัดการมื้อค่ำให้เจ้าทุกวัน... และให้ข้าได้อยู่ข้างกายเจ้าในทุกๆ คืนที่มีดาวแบบนี้ต่อไป ได้ไหมครับ?"
บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกหยุดเวลาไว้ในเสี้ยววินาทีนั้น กลิ่นหอมของชาและไก่ตุ๋นยังคงลอยวนเวียน ทว่าความเงียบงันกลับถูกแทนที่ด้วยเสียงหัวใจที่เต้นรัวเป็นจังหวะเดียวกัน หลินฟางอ้าปากค้างเล็กน้อย กำลังจะอ้าปากเอ่ยคำตอบรับด้วยรอยยิ้ม
*ปัง! เสียงทุบประตูกลอนไม้หน้าบ้านดังสนั่นหวั่นไหว ทำลายบรรยากาศโรแมนติกยามค่ำคืนลงในพริบตา!*
ตามมาด้วยเสียงโวยวายแหลมสูงที่คุ้นเคยจนน่ารำคาญของป้าสะใภ้หลี่ ที่ตะโกนแผดเสียงลั่นซอยเข้ามาในความมืด
"หลินฟางนังตัวดี! แกออกมาเดี๋ยวนี้! ลูกชายผู้ว่าการอำเภอมาหาแกถึงหน้าบ้านแล้ว!"
---
*ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดื่มด่ำไปกับรสชาติแห่งความรักและวิถีชีวิตในบทนี้นะครับ*
- ใบชาหอมหมื่นลี้ -
แม่ค้ามือทองกับสามีทหารผู้คลั่งรัก ณ หมู่บ้านริมเขา•ตอนที่ 17
มื้อค่ำใต้แสงดาว
ผลงานโดย ใบชาหอมหมื่นลี้
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ใบชาหอมหมื่นลี้)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แม่ค้ามือทองกับสามีทหารผู้คลั่งรัก ณ หมู่บ้านริมเขา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!