"แปแป... แปแป..."
เสียงเคาะตะหลิวเหล็กกระทบกระทะใบบัวดังรัวเป็นจังหวะ เร่งเร้าประสาทสัมผัสของผู้คนที่เดินผ่านไปมาในตลาดประจำตำบลให้หยุดชะงัก กลิ่นหอมฟุ้งของน้ำมันหมูที่เจียวกับกระเทียมจีนทุบแตกและพริกแห้งคั่วจนสีแดงเข้ม ลอยละล่องฝ่าไอหมอกยามสาย พัดพาเอาความหิวโหยเข้าจู่โจมกระเพาะของชาวบ้านที่เพิ่งเริ่มตั้งแผงค้าขายกันอย่างไม่ทันตั้งตัว
หลินฟางในชุดเสื้อผ้าฝ้ายสีครามเรียบง่าย ทว่าสะอาดสะอ้านและเข้ารูปพอดีตัว ยืนอยู่หลังแผงไม้ไผ่สานขนาดกลาง ใบหน้าเรียวรูปไข่ประดับด้วยรอยยิ้มบางเบาที่ฉาบความมั่นใจเอาไว้เต็มเปี่ยม เบื้องหน้าของเธอไม่ใช่แค่ผักกาดขาวหรือหัวไชเท้ารูปร่างหน้าตาธรรมดาเหมือนชาวสวนคนอื่น แต่เป็นผลผลิตจากสวนพฤกษาในมิติลับที่ผ่านการบำรุงด้วยน้ำทิพย์บริสุทธิ์ ทุกหัว ทุกก้าน และทุกพวงองุ่น ล้วนเปล่งประกายออร่าความสดชื่นราวกับเพิ่งเด็ดออกจากต้นเมื่อวินาทีนี้เอง
"นี่แม่หนูหลิน... ผักกาดนี่เจ้าปลูกเองจริงหรือ ทำไมใบมันถึงได้เขียวสดแล้วก็อวบอิ่มขนาดนี้ ราวกับใส่ปวิณวิเศษอย่างนั้นแหละ"
ป้าเฉิน แม่ค้าขายไข่ไก่ที่ตั้งแผงอยู่ติดกัน ชะโงกหน้าข้ามลังไม้มามองด้วยความฉงน ดวงตาฝ้าฟางตามวัยเบิกกว้างขึ้นเมื่อเห็นหัวกะหล่ำปลีสีเขียวอ่อนที่ห่อตัวแน่นสนิท ผิวสัมผัสมันวาวราวกับเคลือบด้วยหยาดน้ำค้างค้างปี
"ป้าเฉินพูดเกินไปแล้วครับ ผักพวกนี้อาศัยน้ำจากลำธารหลังเขาและแดดดีๆ ทั้งนั้นครับ ถ้าไม่เชื่อ ลองดมกลิ่นดูสิครับ ไม่มีกลิ่นปุ๋ยเคมีแม้แต่น้อย" หลินฟางส่งยิ้มหวาน พพลางหยิบกิ่งสะระแหน่สดๆ ส่งให้ป้าสะใภ้ผู้ใจดีดม
ในขณะเดียวกัน จางเหว่ย สามีหนุ่มร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อทหารเก่าสีเขียวขี้ม้าที่ซักจนซีด แต่ร่างกายกำยำและไหล่กว้างนั้นกลับขับเน้นให้เขาดูโดดเด่นท่ามกลางฝูงชน ยืนค้ำร่างตระหง่านอยู่ด้านหลังแผง ใบหน้าคมเข้มเรียบเฉยไร้รอยยิ้ม ดวงตาคมกริบกวาดมองสำรวจรอบด้านอย่างระมัดระวังราวกับพญาอินทรีย์เฝ้ารัง มือหนาใหญ่ที่ผ่านการจับปืนและถือดาบ บัดนี้กำลังทำหน้าที่จัดเรียงมะเขือเทศสีแดงสดให้เป็นระเบียบด้วยความทะมัดทะแมงและอ่อนโยนอย่างไม่น่าเชื่อ
การปรากฏตัวของอดีตทหารผู้ขึ้นชื่อเรื่องความดุและฝีมือการต่อสู้ ทำให้พ่อค้าแม่ค้าคนอื่นไม่กล้าเข้ามาวุ่นวายหรือกดราคา แม้ว่าพวกเขาจะแอบมองด้วยความอิจฉาในความงดงามของผักผลไม้บนแผงนั้นก็ตาม
"เหว่ยเกอ ช่วยหยิบถุงกระดาษทางโน้นให้ฉันหน่อยค่ะ... เอ๊ย ให้ผมหน่อยครับ" หลินฟางเกือบหลุดปากเรียกตามความคุ้นเคย แต่ก็เปลี่ยนคำสรรพนามได้อย่างแนบเนียนในเสี้ยววินาทีเมื่อเห็นสายตาคมกริบที่หันมามองด้วยความเอ็นดู
จางเหว่ยพยักหน้ารับน้อยๆ ริมฝีปากหยักลึกยกขึ้นเป็นรอยยิ้มจางๆ ที่มีเพียงภรรยาตัวน้อยเท่านั้นที่มีสิทธิ์ได้เห็น เขาหยิบถุงกระดาษสีน้ำตาลส่งให้อย่างรู้ใจ โดยไม่ต้องรอให้เอ่ยปากซ้ำสอง
ทันใดนั้นเอง บรรยากาศที่กำลังครึกครื้นก็พลันสะดุดลง เสียงฝีเท้าหนักหน่วงและเสียงบ่นงึมงำด้วยความไม่พอใจดังแทรกเข้ามาใกล้
"หลบไปนะ! เกะกะจริง! ตลาดแค่นี้ทำไมต้องเดินขวางทางด้วย!"
ร่างอวบอ้วนของป้าสะใภ้หลี่ปรากฏขึ้นในระยะสายตา นางสวมเสื้อลายดอกไม้สีฉูดฉาด มือข้างหนึ่งถือตะกร้าหวายใบโต อีกข้างเท้าสะเอว ใบหน้าที่เต็มไปด้วยริ้วรอยแห่งความโลภกวาดตามองหาเป้าหมายอย่างรวดเร็ว ก่อนที่ดวงตาคู่เล็กจะมาหยุดอยู่ที่แผงขายผักของหลินฟาง
เมื่อเห็นผักสีเขียวสดและผลไม้ที่ส่งกลิ่นหอมหวานจางๆ ลอยมาเตะจมูก ป้าสะใภ้หลี่ถึงกับกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ ความอิจฉาริษยาพุ่งพล่านขึ้นมาถึงขั้วหัวใจ นางคิดไม่ถึงว่านังเด็กเหลือขอที่ถูกขับไล่ให้ไปอยู่กระท่อมร้างท้ายหมู่บ้าน จะสามารถปลูกผักหน้าตาประหลาดและน่ากินขนาดนี้ออกมาได้
"อ๋อ ที่แท้ก็มาแอบตั้งแผงขายของอยู่ที่นี่เองนะนังหลินฟาง!" ป้าสะใภ้หลี่กระแทកเสียงใส่ เดินดุ่มๆ เข้ามาประชิดแผงทันทีโดยไม่เกรงสายตาใคร "ผักพวกนี้ขโมยมาจากแปลงรวมของหมู่บ้านใช่ไหม! แกมีสิทธิ์อะไรเอาของส่วนรวมมาขายเอาเงินเข้ากระเป๋าตัวเองคนเดียว ฮะ!"
เสียงแหลมสูงของนางดึงดูดความสนใจของชาวบ้านในตลาดให้หันมามองเป็นตาเดียว หลินฟางไม่ได้แสดงอาการตกใจหรือหวาดกลัวแม้แต่น้อย เธอยังคงยืนถือมีดเล่มเล็กหั่นแตงกวาในมืออย่างใจDเยือกเย็น หันไปสบตาป้าสะใภ้ด้วยแววตานิ่งสงบที่แฝงประกายความคมกริบ
"ป้าสะใภ้หลี่ครับ พูดจาระวังปากหน่อยดีกว่านะครับ แปลงผักตรงนั้นเป็นที่ดินมรดกของตระกูลจางที่สามีผมได้รับมาอย่างถูกต้องตามกฎหมาย และเมล็ดพันธุ์พวกนี้ก็เป็นน้ำพักน้ำแรงของผมกับเหว่ยเกอ จะบอกว่าขโมย... ใช้สมองส่วนไหนคิดหรือครับ ถึงได้พูดจาเลอะเลือนไร้สาระเช่นนี้"
คำพูดที่นิ่มนวลแต่เชือดเฉือนทุกคำ ทำเอาป้าสะใภ้หลี่หน้าชาดล ใบหน้าที่เคยอวบอิ่มเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำด้วยความโกรธจัด นางชี้หน้าหลินฟางสั่นระริก
"นัง... นังเด็กปากดี! แกกล้าดียังไงมาเถียงฉัน! แกแต่งเข้าบ้านตระกูลจางแล้ว สมบัติทุกอย่างในบ้านหลังนั้นก็ต้องเป็นของตระกูลหลี่อย่างพวกเราครึ่งหนึ่งด้วยสิ! รีบส่งเงินที่ขายผักวันนี้มาให้หมด ไม่งั้นฉันจะไปฟ้องหัวหน้าหมู่บ้านว่าพวกแกคิดคดทรยศต่อส่วนรวม!"
ความโลภและความหน้าไม่อายของป้าสะใภ้หลี่ทำเอาชาวบ้านรอบข้างเริ่มซุบซิบและส่ายหัวด้วยความเอือมระอา ใครๆ ในหมู่บ้านต่างก็รู้ดีว่าตระกูลหลี่คอยสูบเลือดสูบเนื้อและเอาเปรียบหลินฟางมานานแค่ไหนแล้ว
หลินฟางวางมีดลงบนเขียงช้าๆ ริมฝีปากบางยกยิ้มเยาะที่มุมปากเล็กน้อย เธอก้าวเท้าออกมาข้างหน้าหนึ่งก้าว บรรยากาศรอบตัวพลันกดดันขึ้นมาทันทีโดยไม่ต้องเอ่ยคำขู่
"ถ้าป้าอยากไปฟ้องหัวหน้าหมู่บ้านนัก เชิญเลยครับ... แต่ก่อนไป ผมอยากเตือนความจำสักหน่อยว่า สัญญาแบ่งแยกครอบครัวที่ท่านลงลายมือชื่อประทับตราไว้เมื่อเดือนก่อน ระบุไว้อย่างชัดเจนว่า ข้าพเจ้า หลินฟาง และจางเหว่ย ได้ตัดขาดจากตระกูลหลี่และตระกูลจางสายรองโดยสมบูรณ์ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น หากผู้ใดเข้ามารังควานหรือลักทรัพย์ จะต้องถูกปรับเงินสามเท่าตามกฎหมายหมู่บ้าน... ป้าสะใภ้ อยากลองเสียเงินสามเท่าดูไหมล่ะครับ?"
น้ำเสียงที่ราบเรียบแต่เด็ดขาดราวกับคมมีดกรีดลงบนเนื้อ ทำให้ป้าสะใภ้หลี่ถึงกับชะงักกึก อ้าปากพะงาบๆ พูดไม่ออก นางจำได้ทันทีว่าเคยเซ็นสัญญาบ้าๆ นั่นไปเพื่อแลกกับเงินก้อนเล็กๆ จากตระกูลจางในอดีต
ในจังหวะที่สถานการณ์กำลังตึงเครียดและป้าสะใภ้หลี่กำลังอับจนหนทางจนหน้าเขียวหน้าเหลืองอยู่นั้นเอง จางเหว่ยที่ยืนนิ่งเงียบมานานก็ก้าวขาออกมายืนบังร่างของภรรยาไว้ครึ่งหนึ่ง ร่างสูงใหญ่แผ่รังสีอำมหิตออกมาเบาๆ จนป้าสะใภ้หลี่ต้องถอยหลังกรูดด้วยความหวาดกลัวสัญชาตญาณ
"ถ้ายังไม่ไป... ผมเกรงว่ามือคู่นี้อาจจะเผลอทำอะไรที่ทำให้ป้าต้องเสียใจภายหลังนะครับ" น้ำเสียงทุ้มต่ำและเย็นเยียบของชายชาติทหารดังขึ้นเพียงแผ่วเบา แต่กลับมีพลังกดดันมหาศาล
ป้าสะใภ้หลี่หน้าซีดเผือด นางถอยกรูดไปสามก้าว ลิ้มรสความพ่ายแพ้และเจ็บใจจนอกแทบระเบิด แต่ด้วยความกลัวบารมีของอดีตทหารหนุ่ม นางจึงทำได้เพียงสะบัดหน้าหนีและพึมพำคำด่าทอด้วยความอาฆาตมาดร้าย ก่อนจะเดินหนีหายไปในฝูงชนอย่างทุลักทุเล
เสียงปรบมือเบาๆ ดังขึ้นจากป้าเฉินและชาวบ้านแถวนั้น เป็นการแสดงออกถึงความสะใจและชื่นชมในความเด็ดเดี่ยวของสองสามีภรรยา
"แม่หนูหลินกับพ่อหนุ่มจางนี่เยี่ยมจริงๆ จัดการคนพาลได้สะใจนัก!" ป้าเฉินหัวเราะร่า
หลินฟางคลายยิ้มออก ก้มตัวโค้งขอบคุณเล็กน้อย ก่อนหันกลับมาจัดการกับแผงค้าของตนเอง โดยมีจางเหว่ยช่วยหยิบจับอย่างคล่องแคล่ว เคมีที่เข้ากันอย่างลงตัวของทั้งคู่ทำให้ผู้คนเริ่มสนใจและกรูเข้ามามุงซื้อผักและผลไม้กันอย่างเนืองแน่นจนแทบไม่มีเวลาพักหายใจ
เวลาผ่านไปไม่นานนัก แสงอาทิตย์เริ่มเคลื่อนตัวสู่ช่วงบ่ายแก่ๆ ผักและผลไม้ล็อตแรกบนแผงถูกขายจนเกลี้ยงเกลา ไม่เหลือแม้แต่ใบเดียว เงินในกล่องไม้ไผ่ส่งเสียงกระทบกันกรุ๊งกริ๊งเป็นสัญญาณแห่งความสำเร็จ
"หมดเกลี้ยงเลยนะครับ เก่งมากครับภรรยา" จางเหว่ยเอ่ยชมด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความรักและความภาคภูมิใจ มือหนายื่นไปลูบกลุ่มผมนุ่มของภรรยาเบาๆ อย่างลืมตัว
"เพราะได้เหว่ยเกอช่วยต่างหากล่ะครับ" หลินฟางยิ้มตาหยี เหงื่อเม็ดเล็กๆ ผุดขึ้นตามไรผมขาวเนียน ทำให้เธอดูลึกล้ำและน่ารักน่าเอ็นดูในเวลาเดียวกัน
ทั้งคู่เก็บแผงและเตรียมตัวจะเดินทางกลับกระท่อมริมเขาเพื่อฉลองความสำเร็จในวันนี้ ทว่า ในจังหวะที่จางเหว่ยกำลังยกตะกร้าเปล่าขึ้นพาดบ่า สายตาคมกริบของเขากลับเหลือบไปเห็นเงาร่างคุ้นตาของชายแต่งกายแปลกประหลาดผู้หนึ่ง กำลังยืนหลบอยู่หลังต้นไม้ใหญ่ริมทางเดินเข้าป่า
ชายคนนั้นสวมเสื้อคลุมสีดำสนิท ใบหน้าครึ่งหนึ่งถูกบังด้วยหมวกปีกกว้าง และในมือถือห่อผ้าลึกลับที่ส่งกลิ่นอายประหลาดบางอย่าง—กลิ่นอายที่คุ้นเคยอย่างน่าประหลาด... กลิ่นเดียวกับสมุนไพรโบราณที่หายสาบสูญไปจากมิติลับของหลินฟางเมื่อสามวันก่อน!
จางเหว่ยชะงักกึก ร่างกายเกร็งขึ้นทันทีด้วยสัญชาตญาณนักรบ เขาดึงหลินฟางมาหลบอยู่ด้านหลังด้วยความรวดเร็ว ดวงตาดุจพญาอินทรีย์จ้องเขม็งไปยังชายปริศนาผู้นั้นที่กำลังค่อยๆ เปิดห่อผ้าออกเผยให้เห็นวัตถุบางอย่างที่ส่องแสงเรืองรองในความมืดสลัวของชายป่า!
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงตอนที่ 8 ด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ
ใบชาหอมหมื่นลี้
แม่ค้ามือทองกับสามีทหารผู้คลั่งรัก ณ หมู่บ้านริมเขา•ตอนที่ 8
ของดีที่ต้องแบ่งปัน
ผลงานโดย ใบชาหอมหมื่นลี้
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ใบชาหอมหมื่นลี้)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แม่ค้ามือทองกับสามีทหารผู้คลั่งรัก ณ หมู่บ้านริมเขา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!