กลิ่นอายความอับชื้นของดินโคลนผสมกับกลิ่นควันไฟจาง ๆ ลอยอวลอยู่ในห้องครัวเล็ก ๆ ของบ้านพักตระกูลจาง หลินฟางใช้ปลายนิ้วเรียวสวยปาดคราบเขม่าสีดำที่ติดอยู่ข้างเตาฟืนออกอย่างเบามือ ดวงตากลมโตคู่นั้นกวาดมองรอบห้องด้วยความระแวดระวัง ก่อนที่เธอจะตัดสินใจพลิกข้อมือเบา ๆ เรียกแผ่นกระดาษม้วนเล็กที่เรืองแสงสีเขียวมรกตจาง ๆ ออกมาจากมิติลับ
เหตุการณ์เมื่อวานซืนยังคงติดอยู่ในความทรงจำ ป้าสะใภ้หลี่เกือบจะเดินพุ่งเข้ามาชนแผงผักสมุนไพรวิเศษที่เธอแอบดึงออกมาจากสวนพฤกษาในมิติ หากไม่ใช่เพราะจางเหว่ยโผล่เข้ามาขวางไว้ด้วยท่าทางดุดันและเสียงทุ้มต่ำที่น่าเกรงขาม ป่านนี้ความลับเรื่อง "มิติลับ" ที่เธอถือครองคงรั่วไหลไปถึงหูชาวบ้านครึ่งหมู่บ้านแล้ว
“ฟางฟาง... เจ้ากำลังทำอะไรอยู่หรือครับ”
เสียงทุ้มห้าวที่ดังขึ้นอย่างกะทันหันทำให้หลินฟางสะดุ้งสุดตัว รีบเก็บแผ่นม้วนนั่นกลับเข้าไปในอากาศธาตุด้วยความเร็วแสง เธอหันขวับกลับไปมอง ก็พบกับร่างหนาของจางเหว่ยที่ยืนกอดอกพิงกรอบประตู สายตาคมกริบแต่ทอประกายความอ่อนโยนทอดมองมาที่เธออย่างไม่วางตา
จางเหว่ยในชุดเสื้อกล้ามสีเขียวเข้มเผยให้เห็นมัดกล้ามเนื้อแน่นหนาตามแบบฉบับชายชาติทหาร แม้จะปลดประจำการมาทำไร่ทำนาแล้ว แต่รัศมีน่าเกรงขามยังคงอยู่ครบถ้วน เขาเดินเข้ามาใกล้ทีละก้าว กลิ่นอายบุรุษเพศอบอุ่นเจือกลิ่นไอฝนจาง ๆ ลอยมาแตะจมูก หลินฟางใจเต้นระส่ำไม่เป็นจังหวะ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะตกใจกลัวความลับแตก หรือเป็นเพราะสายตาเร่าร้อนที่สามีหนุ่มมักจะใช้มองเธอกันแน่
“เปล่าเสียหน่อยครับ... ข้าแค่กำลังจัดระเบียบวัตถุดิบทำอาหารอยู่” หลินฟางเอ่ยแก้ตัวเสียงอ้อมแอ้ม พยายามซ่อนพิรุธด้วยการหยิบเข่งไม้ขึ้นมาเช็ด
จางเหว่ยไม่ได้ซักไซ้ไล่เลียงต่อ เขาเดินเข้ามาประชิดตัวจนหลินฟางต้องถอยหลังไปจนแผ่นหลังชนกับผนังปูนเย็นเฉียบ มือหนาข้างหนึ่งยันขอบโต๊ะไว้เพื่อกักตัวเธอเอาไว้ในอ้อมแขน ก้มหน้าลงกระซิบชิดริมหูด้วยน้ำเสียงแหบพร่าที่ชวนให้ใบหน้าร้อนผ่าว
“ข้าไม่รู้หรอกนะครับว่าภรรยาของข้ามีความลับอะไรซ่อนอยู่... แต่ไม่ว่าเจ้าจะมีสิ่งวิเศษมาจากไหน ข้าก็ยังคงเป็นจางเหว่ย คนเดิมที่จะปกป้องเจ้าด้วยชีวิต ต่อให้ฟ้าถล่มลงมา ข้าก็จะไม่ยอมให้ใครมาแตะต้องเจ้าเด็ดขาด”
คำพูดจริงจังที่แฝงไปด้วยความคลั่งรักแบบไม่ปิดบังทำเอาหลินฟางถึงกับพูดไม่ออก ใบงบหน้างามแดงก่ำลามไปถึงใบหู เธอเงยหน้าขึ้นสบตาชายหนุ่ม เม้มริมฝีปากแน่นก่อนจะผลอกตัวออกจากวงแขนเขาเบา ๆ
“ใครเขาให้ท่านมาพูดจาเลี่ยน ๆ แบบนี้เล่า ไปผ่าฟืนต่อให้เสร็จเลยนะครับ เดี๋ยวค่ำมืดเสียก่อน” เธอเอ่ยตัดบทเพื่อกลบเกลื่อนความเขินอาย แต่ดวงตาคู่นั้นกลับระบายรอยยิ้มบาง ๆ ออกมาอย่างไม่รู้ตัว
จางเหว่ยหัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดี เขายอมถอยออกไปแต่โดยดี แต่ก่อนจะเดินพ้นประตูครัว เขายังไม่วายหันมาหยิกแก้มเนียนของเธอเบา ๆ ทีหนึ่งอย่างหมั่นเขี้ยว ทิ้งให้หลินฟางยืนหายใจติดขัดอยู่ลำพังในห้องครัว
เมื่อความเงียบกลับมาเยือนอีกครั้ง หลินฟางจึงดึงสติกลับมาสู่เรื่องสำคัญ วันนี้เธอตั้งใจจะใช้พื้นที่ในมิติลับเพาะปลูกโสมป่าอายุสั้นและสมุนไพรหายากสำหรับนำไปขายส่งให้กับร้านขายยาในอำเภอเพื่อสร้างทุนก้อนโต แต่บทเรียนจากเกือบถูกจับได้เมื่อวานทำให้เธอตระหนักว่า การใช้ชีวิตอย่างประมาทแม้แต่ในบ้านของตัวเอง ก็อาจนำมาซึ่งหายนะได้
หลินฟางหลับตาลง ตั้งสจิตั้งมั่น แล้วก้าวผ่านม่านหมอกสีมรกตเข้าสู่ "สวนพฤกษา" ในมิติลับของตนเอง
บรรยากาศภายในยังคงเงียบสงบและงดงามราวกับสรวงสวรรค์ แสงแดดอุ่น ๆ สาดส่องลงมายังแปลงเกษตรที่อุดมสมบูรณ์ ดินร่วนซุยสีดำสนิทส่งกลิ่นหอมของแร่ธาตุธรรมชาติ ต้นโสมที่เธอเพิ่งโรยเมล็ดไปเมื่อสามวันก่อน บัดนี้เติบโตงอกงามจนรากแก้วอวบออuน่ากิน ใบสีเขียวเข้มเป็นมันวาวส่งกลิ่นหอมเย็นชื่นใจ ข້າງ ๆ กันคือแปลงพริกหมาล่าและขิงแดงภูเขาที่ออกผลผลิตดกสะพรั่ง
เธอลงมือเก็บเกี่ยวผลผลิตอย่างคล่องแคล่ว รอยยิ้มพึงพอใจประดับอยู่บนใบหน้า หากนำโสมเหล่านี้ไปขายในตลาดมืดรับรองว่าจะต้องได้ราคาดีจนสามารถซื้อที่ดินแปลงใหญ่ริมเขาเพิ่มได้อย่างแน่นอน ระหว่างที่เธอกำลังก้ม ๆ เงย ๆ อยู่กับการเก็บโสมลงตะกร้าสานไม้ไผ่ เสียงกระซิบแผ่วเบาราวกับเสียงลมพัดก็ดังขึ้นแว่ว ๆ จากนอกมิติ
*“นังหลินฟางมันต้องซ่อนของดีไว้ในบ้านแน่ ๆ ข้าเห็นมันหิ้วตะกร้าผักสด ๆ ออกมาทั้งที่หน้าแล้งแบบนี้... พวกเราช่วยกันพังประตูเข้าไปดูให้รู้รอดกันไปเลย!”*
เสียงแหลมสูงคุ้นหูของป้าสะใภ้หลี่ดังทะลุมิติเข้ามาจนหลินฟางชะביกักค้าง เธอนัยน์ตาเบิกกว้างด้วยความตกใจ ป้าสะใภ้หลี่ไม่ได้มาคนเดียว แต่ยังมีเสียงฝีเท้าหนัก ๆ ของคนหลายคนกำลังกรูเข้ามาล้อมรอบบ้านพักของเธอ พร้อมกับเสียงทุบประตูไม้เสียงดังสนั่นหวั่นไหว
หลินฟางรีบวางตะกร้าโสมลงกับพื้นดินในมิติ หัวใจเต้นรัวด้วยความตื่นตระหนก สถานการณ์ตอนนี้บีบคั้นให้เธอต้องรีบตัดสินใจ หากเธอโผล่ออกจากมิติออกไปตอนนี้โดยไม่มีหลักฐานแก้ตัว พวกมันจะต้องเห็นเธอกำลังหยิบจับสิ่งของที่ไม่อาจหาได้ทั่วไปในยุคนี้แน่ แต่หากเธอหลบอยู่ในนี้ต่อแล้วพวกมันพังประตูเข้ามาเจอความว่างเปล่า ป้าสะใภ้หลี่จะต้องประกาศข่าวลือว่าเธอเป็นปีศาจหรือแม่มดอย่างแน่นอน
ในจังหวะที่เธอกำลังจะก้าวเท้าออกจากมิติเพื่อเผชิญหน้า เสียงทุ้มต่ำอันคุ้นเคยและทรงพลังของจางเหว่ยก็คำรามลั่นขึ้นจากด้านนอกบ้าน ขัดจังหวะการพังประตูของกลุ่มคนพวกนั้นเสียก่อน
“ใครกล้าบังAาญมาพังบ้านของภรรยาผม... ถอยออกไปให้หมด ไม่อย่างนั้นอย่าหาว่าผมไม่เตือน!”
รังสีอำมหิตและจิตสังหารของนายทหารผ่านศึกแผ่ซ่านออกไปจนแม้แต่คนในมิติยังรู้สึกได้ หลินฟางชะงักฝีเท้า หัวใจที่เต้นระรัวเริ่มสงบลงเมื่อรู้ว่าสามีของเธอกำลังยืนหยัดอยู่เคียงข้าง ทว่า... ก่อนที่เธอจะได้ทันถอนหายใจด้วยความโล่งอก เสียงหัวingเราะเยาะหยันของป้าสะใภ้หลี่ก็ตะโกนสวนกลับมาด้วยความสะใจ
“ไอ้ทหารไร้น้ำยา! แกคิดว่าจะปกป้องนังสารเลวพรรค์นี้ได้หรือไง? วันนี้แหละ ข้าจะลากคอมันออกมาให้ชาวบ้านดูว่ามันแอบซ่อนของโจรและของสมบัติลับที่ขโมยมาจากตระกูลเราไว้ที่ไหนบ้าง!”
ป้าสะใภ้หลี่ตะโกนพร้อมกับออกแรงผลักบานประตูไม้เก่า ๆ จนเกิดเสียงดังเอี๊ยดอาร์ดใกล้จะพังมิพังแหล่ และในวินาทีที่บานประตูไม้กำลังจะหลุดออกจากวงกบ เผยให้เห็นเงาร่างของป้าสะใภ้หลี่ที่ถือท่อนไม้เตรียมพุ่งเข้ามา—
หลินฟางที่ยืนอยู่หน้าประตูมิติก็ตัดสินใจบางอย่างได้ เธอสูดลมหายใจเข้าลึก 100% แล้วเอื้อมมือไปคว้า "ขวดน้ำค้างสวรรค์" ที่มีฤทธิ์ทำให้คนพูดความจริงออกมาทั้งหมดติดมือมาด้วย ก่อนจะก้าวขาพ้นผ่านม่านหมอกมิติออกไปเผชิญหน้ากับความวุ่นวายเบื้องหน้า!
---
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงตอนที่ 7 ด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ
ใบชาหอมหมื่นลี้
แม่ค้ามือทองกับสามีทหารผู้คลั่งรัก ณ หมู่บ้านริมเขา•ตอนที่ 7
ความลับที่เก็บซ่อนไว้
ผลงานโดย ใบชาหอมหมื่นลี้
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ใบชาหอมหมื่นลี้)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แม่ค้ามือทองกับสามีทหารผู้คลั่งรัก ณ หมู่บ้านริมเขา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!