"บอกตามตรงนะครับคุณหลิน ถ้าป้าสะใภ้หลี่ของท่านยังกล้าเอาหน้าหนาๆ เดินมาป้วนเปี้ยนแถวรั้วบ้านท่านอีกครั้ง ผมเกรงว่าด้ามจอบในมือผมคงอดใจไม่ไหวจนเผลอฟาดลงไปบนพื้นดินใกล้ๆ เท้าแกเข้าสักวัน"
เสียงทุ้มต่ำเจือแววขบขันแต่หนักแน่นดังขึ้น ท่ามกลางเสียงเหล็กกระทบดินดัง *เคร้ง!* เป็นจังหวะ หลินฟางชะงักมือจากการคัดแยกเมล็ดถั่วเขียวคุณภาพเยี่ยมที่เพิ่งหยิบออกมาจากมิติลับ นางเงยหน้าขึ้นมองชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อกล้ามสีเขียวเข้มที่เผยให้เห็นมัดกล้ามเนื้อสมส่วนตามแบบฉบับชายชาติทหาร ผิวเข้มแดดและหยาดเหงื่อที่ไหลซึมตามไรผม ทำให้ภาพของจางเหว่ยในยามนี้ดูมีเสน่ห์ดึงดูดสายตาอย่างยิ่ง
ตั้งแต่เหตุการณ์ที่นางจัดการตบหน้าสั่งสอนป้าสะใภ้จอมหน้าด้านและพวกพ้องในตลาดตำบลวันก่อน จางเหว่ยผู้นี้ก็มักจะมีเหตุผลร้อยแปดพันประการให้ต้องเดินผ่านหน้าบ้านริมเขาหลังนี้เสมอ เดี๋ยวมาช่วยซ่อมรั้ว เดี๋ยวมาช่วยขุดแปลงปลูกผัก หรือแม้แต่กระทั่งอ้างว่าเดินตรวจความเรียบร้อยรอบหมู่บ้าน ทั้งที่บ้านพักของเขาอยู่คนละฟากฝั่ง
"ท่านจางพูดจารุนแรงเกินไปแล้วครับ" หลินฟางแย้มยิ้มบางๆ ดวงตาคู่งามพราวระยับด้วยประกายความขบขัน นางหยิบผ้าขนหนูสะอาดส่งให้เขา "อีกอย่าง... คนอย่างป้าสะใภ้หลี่ ถ้าไม่ทำให้แกเสียหน้าจนมุมจริงๆ มีหวังตามรังควานไม่เลิกหรอกครับ ท่านเองก็เถอะ มาช่วยงานผมติดต่อกันหลายวันแบบนี้ ทางกองพลหรือแปลงนาของหมู่บ้านไม่ว่าเอาหรือครับ?"
จางเหว่ยรับผ้าขนหนูมาซับเหงื่อตามใบหน้าและลำคออย่างไม่ถือตัว สายตาคมกริบมองสบเข้ากับดวงตาของหญิงสาวนิ่งนาน แววตาคู่นั้นไหววับด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ลึกซึ้งเกินกว่าคำว่าเพื่อนบ้าน
"งานในไร่นาผมจัดการเสร็จตั้งแต่ไก่โห่แล้วครับ ส่วนเรื่องกองพล... ผมปลดประจำการมาพักฟื้นร่างกายตามสิทธิ์ ไม่ได้มีภารกิจอะไรเร่งด่วน" ชายหนุ่มเว้นจังหวะเล็กน้อย ก่อนจะโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิดจนหลินฟางได้กลิ่นอายแดดและบุรุษเพศจางๆ "อีกอย่าง การได้มาช่วยคนแถวนี้ทำงาน... มีค่าตอบแทนทางใจสูงกว่างานไหนๆ เสียอีกครับ"
หลินฟางแสร้งทำเป็นเสมองไปทางอื่นเพื่อซ่อนรอยแดงเรื่อที่จู่ๆ ก็ลามเลียขึ้นมาบนพวงแก้ม นางกระแอมเบาๆ กลบเกลื่อนความประหม่า หัวใจเจ้ากรรมดันเต้นผิดจังหวะเสียได้ ทั้งที่ผ่านโลกมาก็มาก ทั้งชีวิตก่อนและชีวิตนี้ นางไม่เคยคิดเลยว่าบุรุษร่างยักษ์ผู้พูดน้อยต่อยหนักคนนี้ จะมีลูกไม้แพรวพราวคอยหยอดคำหวานใส่กันอยู่เรื่อย
"ปากหวานเสียจริงนะครับ ระวังเถอะ... เดี๋ยวผมจะทำอาหารรสจัดจานเด็ดเผ็ดร้อนจนท่านกินไม่ลงจริงๆเสียหรอก" นางเอ่ยเปลี่ยนเรื่องพร้อมกับลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ปัดเศษฝุ่นตามชายเสื้อ
"ต่อให้เผ็ดจนลิ้นชาหรือร้อนจนแสบปากแค่ไหน หากเป็นฝีมือคุณหลิน... ผมกินหมดเกลี้ยงไม่เหลือแม้แต่น้ำซุปแน่นอนครับ" จางเหว่ยตอบกลับทันควันโดยไม่ต้องคิด รอยยิ้มมุมปากของชายหนุ่มทำให้ใบหน้าคมคายนั้นดูอบอุ่นและเป็นกันเองยิ่งขึ้น
หลินฟางส่ายหัวเบาๆ อย่างระอาในความคลั่งรักแบบไม่รู้เวล่ำเวลาของอีกฝ่าย แต่มุมปากกลับยกย่องขึ้นเป็นรอยยิ้มพึงพอใจ นางหมุนตัวเดินเข้าสู่ห้องครัวขนาดกะทัดรัดแต่สะอาดสะอ้าน วันนี้เป็นโอกาสดีที่นางตั้งใจจะใช้ผลผลิตชั้นยอดจากมิติลับสวนพฤกษามาปรุงเป็นอาหารมื้อใหญ่ เพื่อตอบแทนน้ำใจของชายหนุ่มที่คอยมาอารักขาและช่วยเหลือตักตวงงานหนักให้
ทันทีที่ก้าวเข้ามาในครัว กลิ่นหอมจางๆ ของสมุนไพรและเครื่องเทศก็ลอยอวลเตะจมูก หลินฟางจัดการหยิบวัตถุดิบชิ้นสำคัญออกมาจากมิติลับ—เนื้อหมูสามชั้นติดมันลายสวยราวกับงานศิลปะ ชิ้นหนานุ่มที่เลี้ยงด้วยธัญพืชชั้นดีในมิติ ขิงแก่สด พริกแห้งเม็ดโต หน่อไม้ดองกรุบกรอบ และที่ขาดไม่ได้คือเหล้าหมักพื้นบ้านชั้นดี
เตาฟืนถูกจุดขึ้นจนเปลวไฟสีส้มสว่างไสวสะท้อนใบหน้าเรียวสวยที่กำลังตั้งอกตั้งใจ หลินฟางลงมือหั่นหมูสามชั้นเป็นชิ้นพอดีคำอย่างคล่องแคล่ว เสียงคมมีดกระทบเขียงไม้ดัง *ทับๆๆ* เป็นจังหวะสม่ำเสมอ กลิ่นหอมของน้ำมันหมูที่เจียวในกระทะเหล็กเริ่มส่งกลิ่นหอมฟุ้งกระจายไปทั่วห้องครัว
นอกห้องครัว จางเหว่ยที่นั่งพักเหนื่อยอยู่บนม้าไม้ไผ่พลันสูดจมูกฟุดฟิด ดวงตาคมกริบเป็นประกายขึ้นมาทันที กลิ่นหอมเย้ายวนของอาหารที่กำลังปรุงอยู่เตะเข้าจมูกอย่างจัง กลิ่นหอมของเครื่องเทศที่ผัดเข้ากันกับเนื้อหมูและน้ำตาลเคี่ยวจนเป็นสีคาราเมล ช่างกระตุ้นความหิวโหยในกระเพาะอาหารให้ส่งเสียงร้องประท้วงออกมาอย่างเงียบๆ
ผ่านไปราวครึ่งชั่วยาม (หนึ่งชั่วโมง) บนโต๊ะไม้ตัวเก่ากลางห้องโถงก็เต็มไปด้วยสำรับอาหารหน้าตาน่ารับประทานถึงสี่อย่าง ควันร้อนกรุ่นลอยขึ้นพร้อมกับกลิ่นหอมตลบอบอวลชวนน้ำลายสอ
จานแรกคือ **"หมูสามชั้นตุ๋นซีอิ๊วฮวาเกอ"** ที่เคี่ยวจนเนื้อเปื่อยนุ่มละลายในปาก หนังหมูฉ่ำวาวด้วยน้ำซอสสีเข้มข้นรสชาติกลมกล่อม จานที่สองคือ **"ไก่ผัดพริกแห้งเสฉวน"** ที่หลินฟางแอบใส่พริกแห้งจากมิติลงไปผัดจนส่งกลิ่นหอมฉุนชวนจามแต่ก็น่าลิ้มลอง ตามด้วย **"ซุปหนหนาไม้ดองกระดูกหมู"** รสเปรี้ยวกำลังดีซดคล้องคอ และสุดท้ายคือ **"ผัดผักกาดขาวเห็ดหอมสด"** ที่กรอบหวานตามธรรมชาติ
"เชิญครับท่านจาง อาหารบ้านๆ อาจจะไม่ได้เลิศหรูเหมือนภัตตาคารในเมือง แต่รับรองว่าฝีมือผมไม่เป็นรองใครแน่ครับ" หลินฟางผายมือเชิญพลางตักข้าวสวยร้อนๆ ส่งให้ชามโต
จางเหว่ยไม่ได้เอ่ยคำพูดใดออกมาอีก ดวงตาของเขาเป็นประกายระยิบระยับเมื่อมองสำรับตรงหน้า ชายหนุ่มลงมือคีบหมูสามชั้นตุ๋นชิ้นโตเข้าปากทันที เคี้ยวอยู่ชั่วครู่ ดวงตาคมก็เบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความทึ่ง
"นี่มัน..." จางเหว่ยอุทานออกมาเบาๆ "เนื้อหมูนุ่มละลายในปาก รสชาติหวานเค็มกลมกล่อมกำลังดี ไม่เลี่ยนเลยสักนิด... ฝีมือคุณหลินนี่เยี่ยมยอดจริงๆ ครับ เก่งกว่าแม่ครัวเก่าแก่ในกองพลเสียอีก"
"ปากหวานอีกแล้วนะครับ กินข้าวเงียบๆ ไปเถอะครับ เดี๋ยวอาหารจะเย็นเสียหมด" หลินฟางอมยิ้มแก้มตุ่ย นางตักซุปหน่อไม้ดองร้อนๆ ใส่ถ้วยให้เขา ความเหน็ดเหนื่อยจากการทำงานมาทั้งวันมลายหาย Sไปสิ้นเมื่อเห็นคนตรงหน้าทานอาหารฝีมือตนเองด้วยความเอร็ดอร่อย
บรรยากาศภายในบ้านริมเขาอบอวลไปด้วยความอบอุ่นและเสียงหัวเราะเบาๆ ทั้งสองพูดคุยกันถึงเรื่องราววิถีชีวิต การค้าขายในตลาด และแผนการขยายแปลงผักในอนาคต เคมีที่เข้ากันอย่างลงตัวทำให้เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว ราวกับโลกใบนี้เหลือเพียงแค่คนทั้งสองคนเท่านั้น
ทว่า... ความสงบสุขมักอยู่ได้ไม่นาน
ในขณะที่จางเหว่ยกำลังจะเอื้อมมือไปหยิบตะเกียบเพื่อคีบไก่ผัดพริกแห้งชิ้นสุดท้าย เสียงฝีเท้าหนักหน่วงหลายคู่ก็ดังขึ้นที่บริเวณหน้าประตูรั้ว พร้อมกับเสียงทุบประตูดังปึงปังด้วยความเกรี้ยวกราด
*ปัง! ปัง! ปัง!*
"หลินฟาง! นังตัวดี! แกเปิดประตูให้อีป้าเดี๋ยวนี้เลยนะ! อย่าคิดว่าซ่อนตัวอยู่ข้างในแล้วจะรอด!"
เสียงแหลมสูงที่คุ้นเคยแผดเผาทำลายบรรยากาศอันรื่นรมย์ลงจนยับเยิน นั่นคือเสียงของป้าสะใภ้หลี่ผู้ไม่เคยเจียมตัว นางไม่ได้มาคนเดียว แต่ยังมีเสียงเอะอะโวยวายของพวกชาวบ้านมุงและชายฉกรรจ์ร่างกำยำอีกสองสามคนยืนล้อมอยู่รอบบ้าน
จางเหว่ยชะงักมือ ใบหน้าคมคายที่เมื่อครู่ยังแย้มยิ้ม บัดนี้พลันมืดครึ้มลงทันทีราวกับท้องฟ้าก่อนพายุฝนจะโหมกระหน่ำ ดวงตาสีเข้มฉายแววดุดันน่ากลัวจนหลินฟางยังต้องเผลอกลืนน้ำลาย
ชายหนุ่มค่อยๆ วางตะเกียบลงบนโต๊ะอย่างช้าๆ
เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูงจนเกือบชนคานบ้าน ก่อนจะหันมามองหญิงสาวด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความห่วงใยเจือความเยียบเย็น
"ดูท่าทาง... อาหารมื้อนี้คงต้องพักไว้ก่อนเสียแล้วกระมั้งครับคุณหลิน" จางเหว่ยเอ่ยเสียงต่ำลอดไรฟัน "ดูเหมือนจะมีสุนัขจรจัดแถวนี้... อยากลองดีกับด้ามจอบของผมอีกรอบสินะครับ"
หลินฟางผุดลุกขึ้นยืนตาม ดวงตากลมโตหรี่ลงเล็กน้อย รอยยิ้มเย็นเยียบปรากฏขึ้นที่มุมปาก นางไม่ได้รู้สึกหวาดกลัวแม้แต่น้อย กลับกัน... ในแววตาคู่นั้นสะท้อนประกายความสนุกสนานราวกับเหยื่อกำลังเดินเข้าปากเสือด้วยความเต็มใจ
"สุนัขอยากโดนตีหัว... เราที่เป็นเจ้าของบ้านก็ควรต้อนรับให้สมเกียรติหน่อยสิครับ" หลินฟางแค่นหัวเราะเบาๆ พลางหยิบขวดกระปุกผงสมุนไพรลับติดมือไว้ข้างกาย
แต่ก่อนที่หลินฟางจะทันก้าวเท้าเดินไปที่ประตูบ้าน จางเหว่ยกลับคว้าข้อมือนางไว้เบาๆ ด้วยสัมผัสที่อบอุ่นแต่มั่นคง ดวงตาคมกริบมองตรงมาที่นางด้วยประกายแสงที่ทำให้หัวใจของหญิงสาวสั่นไหวอย่างรุนแรง
"อยู่ข้างหลังผมครับคุณหลิน... วันนี้ ผมขออนุญาตแสดงฝีมือ 'จัดการขยะ' ให้คุณดูสักตั้งนะครับ"
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงตอนที่ 6 ด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ
ใบชาหอมหมื่นลี้
แม่ค้ามือทองกับสามีทหารผู้คลั่งรัก ณ หมู่บ้านริมเขา•ตอนที่ 6
เมนูเด็ดมัดใจนายทหาร
ผลงานโดย ใบชาหอมหมื่นลี้
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ใบชาหอมหมื่นลี้)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แม่ค้ามือทองกับสามีทหารผู้คลั่งรัก ณ หมู่บ้านริมเขา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!