แม่ค้ามือทองกับสามีทหารผู้คลั่งรัก ณ หมู่บ้านริมเขา•ตอนที่ 4

ผักสดรสเลิศที่ไม่มีใครเหมือน

ผลงานโดย ใบชาหอมหมื่นลี้
"ถ้าท่านยังกล้าเอาผักเน่าๆ เหล่านี้มาวางขายหน้าประตูบ้านฉันอีกแม่ล่ะก็ อย่าหาว่าฉันไม่เตือนเรื่องไม้เรียวในมือ!" เสียงตวาดแหลมสูงของป้าสะใภ้หลี่ดังทะลุรั้วไม้ไผ่เก่าคร่ำคร่าเข้ามาในลานบ้าน ร่างท้วมในชุดเสื้อผ้าฝ้ายสีมอเดินน่องสั่นด้วยความโกรธเกรี้ยว มือข้างหนึ่งเท้าสะเอว อีกข้างชี้หน้ากองผักกาดหอมที่ถูกวางกองไว้บนแผ่นไม้กระดานอย่างจงใจ หลินฟางไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นจากกะละมังไม้ที่นางกำลังล้างหัวไชเท้า นางเพียงใช้มือเรียวบางสะเด็ดน้ำออกจากรากพืชสีขาวอวบออ่นด้วยจังหวะที่มั่นคงและใจเย็น ราวกับเสียงเห่าหอนของสุนัขข้างบ้านไม่มีผลอันใดต่อความสงบสุขในอาณาจักรเล็กๆ ของตน "ผักเน่าหรือครับป้าสะใภ้?" น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลังดังขึ้นจากมุมห้องครัว จางเหว่ยในชุดเสื้อกล้ามสีเขียวเข้มเผยให้เห็นมัดกล้ามเนื้อหัวไหล่ที่ตึงแน่นจากการผ่าฟืน เขาก้าวเท้าออกมายืนซ้อนหลังภรรยาโดยสัญชาตญาณ ร่างสูงใหญ่เปรียบเสมือนกำแพงเหล็กที่แผ่ไอสังหารแบบนายทหารปลดประจำการออกมาอย่างเงียบเชียบ ทำให้ป้าสะใภ้หลี่ถึงกับชะงัก ถอยหลังกรูดไปหนึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว "จ-จางเหว่ย แก... แกจะทำร้ายคนแก่รึไง!" นางแสร้งทำเป็นไขว้เขวแต่สายตายังคงเหลือบมองกองผักสีเขียวมรกตที่วางอยู่ตรงหน้าด้วยความริษยา ลึกๆ แล้วต่อให้ตาบอดสนิทก็ยังมองออกว่าผักเหล่านี้สดกรอบราวกับเพิ่งเด็ดออกจากน้ำค้างยอดเขาเมื่อนาทีที่แล้ว ไม่มีรอยแมลงกัดกินแม้แต่ใบเดียว แถมยังมีกลิ่นหอมจางๆ ลอยเตะจมูกจนน่าประหลาดใจ หลินฟางวางหัวไชเท้าลง ค่อยๆ ยืดตัวขึ้นเต็มความสูง รอยยิ้มบางๆ ประดับอยู่บนมุมปากอย่างเหนือกว่า นางปัดเศษดินออกจากมือช้าๆ ก่อนจะก้าวเข้าไปประชิดรั้วไม้ "ถ้าป้าสะใภ้บอกว่ามันเน่า งั้นก็เชิญเดินกลับไปกินผักเหี่ยวๆ ในแปลงของตัวเองเถอะครับ... อ้อ ไม่สิ ผักพวกนั้นคงถูกน้ำค้างแข็งกัดจนเน่าคาต้นไปหมดแล้วกระมัง ถึงได้มีเวลามาเดินเพ่นพ่านเห่าหอนหน้าบ้านคนอื่นแบบนี้" หลินฟางใช้คำพูดสุภาพแต่เชือดเฉือนลึกถึงกระดูกดำ ทำให้ใบหน้าอวบอูมของป้าสะใภ้หลี่เปลี่ยนเป็นสีเขียวคล้ำสลับแดงด้วยความแค้นเคือง "นังตัวดี! แกกล้าดีนักนะ..." "หากไม่อยากซื้อ ก็เชิญครับ" หลินฟางตัดบทด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เด็ดขาด "เพราะต่อให้ท่านคุกเข่าอ้อนวอน ข้าก็ไม่มีวันแบ่งผักจากแปลงนี้ให้ท่านแม้แต่ใบเดียว" พูดจบ นางก็หันหลังให้ ปล่อยให้ป้าสะใภ้หลี่ได้แต่ยืนกระทืบเท้าคำรามฮึดฮัดด้วยความคับแค้นใจอยู่หน้าบ้านตามลำพัง โดยมีสายตาคมกริบของจางเหว่ยจ้องมองส่งท้ายจนนางต้องรีบจ้ำอ้าวหนีหายลับไปจากตรอก บรรยากาศในลานบ้านกลับคืนสู่ความสงบอีกครั้ง จางเหว่ยเดินเข้ามาใกล้ภรรยา มือหนายื่นผ้าสะอาดผืนหนึ่งมาซับหยาดเหงื่อบริเวณขมับให้นางอย่างเบามือ สายตาที่เขามองมาเต็มไปด้วยความห่วงใยและประกายระยิบระยับของความคลั่งรักที่ปิดไม่มิด "เหนื่อยไหมครับ ฟางฟาง?" เสียงทุ้มเอמהถามอย่างอ่อนโยน ผิดกับเมื่อครู่ราวกับคนละคน "ไม่เหนื่อยเลยสักนิดค่ะพี่เหว่ย..." หลินฟางชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเผลอใช้คำเรียกตามความคุ้นเคย แต่นางก็ไม่ได้แก้ตัว นางกลับส่งยิ้มหวานหยดย้อยให้สามีหนุ่มจนดวงตาคู่นั้นโค้งเป็นรูปเสี้ยวพระจันทร์ "มีสามีคอยยืนคุมเชิงให้แบบนี้ ต่อให้มีหมาบ้ามาเห่าอีกสักสิบตัว ข้าก็ไม่หวั่นหรอกค่ะ" จางเหว่ยหัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดี ความรู้สึกอุ่นวาบแผ่ซ่านไปทั่วอก ทุกก้าวที่ได้ใช้ชีวิตร่วมกับหญิงสาวผู้นี้ทำให้เขาพบว่าโลกใบนี้ช่างน่าอยู่ขึ้นกว่ายามที่เขาต้องเผชิญหน้ากับความโหดร้ายในกองทัพเสียอีก "ถ้าอย่างนั้น วันนี้เรามาลองทำเมนูพิเศษจากผักในสวนมิติของเจ้ากันเถอะครับ ข้าอยากรู้มานานแล้วว่า รสชาติของผักที่ปลูกด้วย 'เคล็ดลับพิเศษ' ของภรรยา จะยอดเยี่ยมสักแค่ไหน" หลินฟางดวงตาสว่างวาบขึ้นมาทันที ความคิดสร้างสรรค์ในฐานะอดีตเชฟฝีมือเยี่ยมพลุ่งพล่าน นางพยักหน้ารับอย่างกระตือรือร้น "ตกลงค่ะ! งั้นวันนี้เราจะทำ 'ซุปกระดูกหมูตุ๋นหัวไชเท้า' และ 'ผัดผักกาดหอมน้ำมันหอย' สูตรลับเฉพาะตัวรับรองว่ากลิ่นต้องหอมฟุ้งไปทั่วทั้งหมู่บ้านจนคนข้างบ้านต้องกลืนน้ำลายแทบไม่ทันแน่ๆ" ว่าแล้ว สองสามีภรรยาก็ช่วยกันจัดการวัตถุดิบอย่างรู้ใจ หลินฟางแอบดึงหัวไชเท้าและผักกาดหอมคุณภาพเยี่ยมยอดออกมาจากมิติลับสวนพฤกษา ผักแต่ละต้นอุดมไปด้วยพลังงานบริสุทธิ์และหยาดน้ำค้างทิพย์ที่ช่วยบำรุงร่างกาย เพียงแค่ใช้มีดหั่นลงไป เสียงกรอบของเนื้อผักก็ดังชัดเจน กลิ่นหอมสดชื่นของธรรมชาติโชยเข้าจมูกทันที เตาฟืนถูกจุดขึ้นเปลวไฟสีส้มแดงลุกโชนสะท้อนใบหน้าคมคายของจางเหว่ยที่กำลังทำหน้าที่คุมฟืนอย่างตั้งใจ ในขณะที่หลินฟางรับหน้าที่ปรุงรส นางโยนกระดูกหมูลงไปเคี่ยวในหม้อดินเผาจนน้ำซุปเริ่มเปลี่ยนเป็นสีขาวข้น ส่งกลิ่นหอมหวานของกระดูกผสมผสานกับความเผ็ดร้อนเล็กน้อยของขิงแก่ จากนั้นจึงใส่หัวไชเท้าหั่นชิ้นหนาลงไปเคี่ยวต่อด้วยไฟอ่อน เสียงเดือดปุดๆ ของน้ำซุปดังประสานไปกับเสียงหัวเราะพูดคุยเบาๆ ในห้องครัวแคบๆ กลิ่นหอมเย้ายวนของอาหารเริ่มแผ่ขยายตัวออกไปตามสายลมยามบ่าย ลอดผ่านช่องหน้าต่างและรั้วไม้ไผ่ ลอยฟุ้งไปทั่วทั้งตรอกซอกซอยของหมู่บ้านริมเขา ป้าสะใภ้หลี่ที่เพิ่งกลับถึงบ้านและกำลังนั่งบ่นกระพอดกระแปดอยู่บนแคร่ไม้ไผ่หน้าบ้านตนเอง ถึงกับต้องสูดจมูกฟุดฟิด นางขมวดคิ้วมุ่น กลิ่นหอมอะไรกันนี่? ทำไมมันถึงได้หอมเย้ายวนใจจนกระเพาะอาหารส่งเสียงร้องโครกคราดออกมาได้ขนาดนี้! ไม่เพียงแต่ป้าสะใภ้หลี่เท่านั้น เพื่อนบ้านละแวกใกล้เคียงที่ต่างก็กำลังนั่งพักผ่อน ต่างก็ต้องหยุดชะงัก ชะเง้อมองหาที่มาของกลิ่นหอมอันแปลกประหลาดนี้ ภายในครัว หลินฟางกำลังบรรจงตักผัดผักกาดหอมสีเขียวมรกตเงางามลงบนจานกระเบื้องเคลือบ สีสันสดใสน่ารับประทานราวกับงานศิลปะ นางส่งยิ้มให้จางเหว่ยที่กำลังมองนางด้วยสายตากรุ้มกริ่ม "เสร็จเรียบร้อย... อร่อยเหาะแน่นอนค่ะ" หลินฟางพูดพลางเตรียมยกจานอาหารออกไปจัดโต๊ะ ทว่า ในวินาทีที่นางกำลังจะหันหลังนั้นเอง เสียงเคาะประตูดังปังๆ ที่หน้าบ้านก็ขัดจังหวะขึ้นเสียก่อน ตามมาด้วยเสียงตะโกนกระหึ่มด้วยความตกใจของเพื่อนบ้านคนสนิทที่วิ่งหน้าตื่นเข้ามาในลานบ้าน "หลินฟาง! จางเหว่ย! พวกเธอรีบออกมาดูเร็วเข้า!... ที่หน้าทางเข้าหมู่บ้านตอนนี้... มีกองทหารม้าแปลกหน้ากลุ่มใหญ่กำลังมุ่งหน้ามาทางบ้านของพวกเธอแล้ว!" ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงตอนที่ 4 ด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ ใบชาหอมหมื่นลี้
สารจากนักเขียน (ใบชาหอมหมื่นลี้)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แม่ค้ามือทองกับสามีทหารผู้คลั่งรัก ณ หมู่บ้านริมเขา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%