แม่ค้ามือทองกับสามีทหารผู้คลั่งรัก ณ หมู่บ้านริมเขา•ตอนที่ 11

แผนการร้ายของญาติผู้ละโมบ

ผลงานโดย ใบชาหอมหมื่นลี้
เสียงตบโต๊ะไม้สนกระแทกเสียงดังลั่นจนถ้วยชาเซรามิกบนรางน้ำชาสั่นสะเทือน น้ำชาสีเขียวเข้มกระฉอกเปื้อนผ้าปูโต๊ะหยาบกร้าน ดวงตาเรียวเล็กของป้าสะใภ้หลี่หรี่แคบลงจนแทบเป็นเส้นตรง ริมฝีปากที่ทาด้วยสีชาดราคาถูกบิดเบี้ยวด้วยความริษยาจนแทบเสียรูป ขณะที่นางตบโต๊ะซ้ำอีกครั้งด้วยความเคียดแค้น "แกพูดว่าอะไรนะ! นังเด็กเหลือขอคนนั้น... มันเอาเงินที่ไหนมาซื้อเกวียนเทียมวัว แถมยังเหมาแป้งสาลีขาวสะอาดไปตั้งสามกระสอบใหญ่ในคราเดียว!" สายตาของป้าสะใภ้หลี่กวาดมองหน้าหลานชายคนโตที่ยืนคอตกอยู่หน้าประตูกระท่อม สายตาคู่นั้นเต็มไปด้วยความโลภและความอิจฉาริษยาที่พวยพุ่งราวกับไฟป่า ข่าวลือในหมู่บ้านริมเขาแพร่สะพัดยิ่งกว่าไฟลามทุ่ง เมื่อสัปดาห์ก่อนหลินฟางยังเป็นแค่หญิงสาวเนื้อตัวมอมแมมที่เกือบเอาชีวิตไม่รอดจากการถูกตระกูลสามีทอดทิ้ง แต่วันนี้ กลับมีข่าวว่านางทำซาลาเปาไส้เนื้อสูตรพิเศษขายหมดเกลี้ยงในตลาดมืด แถมยังมีเงินสดเป็นกอบเป็นกำซุกซ่อนไว้ในบ้าน "จริงครับแม่... ผมเห็นกับตาตัวเองที่หน้าตลาดตำบล เมื่อวานนี้นังฟางมันแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าเนื้อดี ผ้าฝ้ายสีครามสะอาดสะอ้านไม่มีรอยปะชุนเลยสักนิดแถมยังถือตะกร้าสานไม้ไผ่บรรจุไข่ไก่สดฟองโตเต็มตะกร้า คนพวกนั้นแย่งกันซื้อจนเงินแทบจะยัดใส่มือมันไม่ทันด้วยซ้ำ" ลูกชายคนโตของป้าสะใภ้หลี่เอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ พลางลอบกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากเมื่อนึกถึงภาพเงินหยวนปึกหนาในมือของหญิงสาวที่ตนเคยดูถูกเหยียดหยาม ป้าสะใภ้หลี่แค่นเสียงฮึดฮัดในลำคอ นางลุกพรวดขึ้นจนเก้าอี้ไม้ล้มคว่ำไม่เป็นท่า สมองอันเจ้าเล่ห์เพทุบายเริ่มคำนวณผลประโยชน์อย่างรวดเร็ว สมบัติที่ควรจะเป็นของตระกูลหลี่ เหตุใดจึงปล่อยให้นังเด็กไม่มีหัวนอนปลายเท้าคนนั้นครอบครองแต่เพียงผู้เดียว ที่ดินผืนงามแปลงนั้น บ้านหลังน้อยที่ตั้งอยู่ติดเชิงเขาซึ่งมีลำธารไหลผ่าน ย่อมต้องตกเป็นของบุตรชายของนางแต่เพียงผู้เดียวเท่านั้น "เหลวไหลที่สุด! สมบัติพวกนั้นเป็นของพี่ใหญ่ที่ตายไป มันก็ต้องตกเป็นของเครือญาติอย่างเราสิทธิ์โดยชอบธรรม! นังเด็กนี่ช่างอกตัญญูนัก อยู่กินสุขสบายจนลืมบุญคุณคนตระกูลหลี่ ถึงเวลาที่ข้าผู้เป็นป้าต้องไป 'อบรมสั่งสอน' มันเสียใหม่แล้ว" ในเวลาเดียวกัน ห่างออกไปไม่ถึงสองลี้ ณ บ้านพักปลายหมู่บ้านริมเขา กลิ่นหอมกรุ่มของน้ำซุปกระดูกหมูเคี่ยวเคียงคู่กับรากบัวและสมุนไพรจีนกำลังส่งกลิ่นอบอวลไปทั่วบริเวณ หลินฟางกำลังยืนอยู่หน้าเตาฟืน ใบหน้างามนวลเนียนเปื้อนเขม่าจางๆ แต่ดวงตากลับเปล่งประกายระยิบระยับด้วยความสุข นางใช้ทัพพีไม้คนซุปในหม้อดินเผาใบใหญ่อย่างเบามือ ก่อนจะแย้มยิ้มออกมาเมื่อสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นจากอ้อมแขนแกร่งที่สวมกอดมาจากด้านหลัง จางเหว่ยไม่พูดพร่ำทำเพลง ชายหนุ่มวางฟืนท่อนสุดท้ายลงกองข้างเตา ก่อนจะเดินเข้ามาสวมกอดภรรยาตัวน้อยจากด้านหลัง ร่างกายกำยำหนาแน่นด้วยกล้ามเนื้อตามแบบฉบับชายชาติทหารแนบชิดแผ่นหลังบาง ปลายจมูกโด่งคมสูดดมกลิ่นกายหอมละมุนจากเรือนผมของนางอย่างหลงใหล "เหนื่อยหรือไม่?" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยถามชิดริมหู ลมหายใจอุ่นๆ รดต้นคอจนหลินฟางต้องย่นคอหนีด้วยความจั๊กจี้ แต่นางก็ไม่ได้ขัดขืน ปล่อยให้สามีหนุ่มแสดงความคลั่งรักออกมาตามอำเภอใจ "ไม่เหนื่อยเลยค่ะ... เอ๊ย! ไม่เหนื่อยเลยครับพี่เหว่ย" หลินฟางเกือบเผลอหลุดปากคำพูดคุ้นเคย รีบเปลี่ยนสรรพนามแทบไม่ทัน นางหันกลับไปค้อนสามีหนุ่มวงใหญ่ ทว่ากลับถูกวงแขนแข็งแรงรวบเอวคอดกิ่วเข้าหาตัวเสียแน่นจนแทบจมอก "เจ้าเรียกข้าผิดอีกแล้วนะ... หืม?" จางเหว่ยกระเซ้าด้วยรอยยิ้มอบอุ่น ดวงตาคมกริบที่เคยใช้มองข้าศึกในสมรภูมิ บัดนี้กลับฉายแววอ่อนโยนและทอประกายความคลั่งรักยามมองใบหน้าของภรรยา มือหนายื่นไปเกลี่ยเส้นผมที่หลุดลุ่ยข้างแก้มให้อย่างทะนุถนอม "เจ้าขยันเกินไปแล้วฟางฟาง สัปดาห์เดียวนำเงินเก็บเข้าบ้านจนข้าตามไม่ทัน เจ้าไม่จำเป็นต้องเหนื่อยขนาดนี้ก็ได้ ข้าเลี้ยงเจ้าได้" หลินฟางหัวเราะคิกคัก นางหยิกหมับเข้าที่ต้นแขนแกร่งของสามีเบาๆ เป็นการหมั่นไส้ "ท่านทหารจาง ท่านอย่าได้ดูถูกฝีมือการค้าของภรรยาเชียวนะคะ... อู๊ย! ของผมเชียวนะ เงินพวกนี้ไม่ใช่แค่เก็บไว้กินเท่านั้น แต่ฉัน... ผมกำลังวางแผนจะซื้อที่ดินแปลงข้างๆ เพิ่ม เพื่อปลูกพืชสมุนไพรและแปลงผักปลอดสารพิษต่างหากเล่า" นางขยับตัวออกเล็กน้อยเพื่อตักซุปกระดูกตุ๋นรากบัวใส่ชามเคลือบกระเบื้องลายครามส่งให้สามี น้ำซุปร้อนๆ ส่งควันกรุ่นพร้อมกลิ่นหอมชวนน้ำลายสอ เมนูนี้คือผลผลิตจาก 'สวนพฤกษา' มิติลับในห้วงจิตสำนึกของนาง รากบัวอวบอ้วนเนื้อแน่นและกระดูกหมูชั้นดีที่หาไม่ได้ในตลาดทั่วไป รสชาติกลมกล่อมละมุนลิ้นจนจางเหว่ยถึงกับพยักหน้ารับอย่างพึงพอใจ ทว่า... ความสงบสุขและกลิ่นหอมกรุ่นของอาหารมื้อเที่ยงกลับถูกขัดจังหวะลงอย่างกะทันหัน *ปัง! ปัง! ปัง!* เสียงทุบประตูรั้วไม้ไผ่หน้าบ้านดังสนั่นหวั่นไหว ราวกับมีคนจงใจจะพังมันให้พังทลายลงมาในคราเดียว ตามมาด้วยเสียงแหลมสูงที่คุ้นเคยและเต็มไปด้วยความเกรี้ยวกราดของหญิงวัยกลางคน "นังตัวดี! หลินฟาง! แกกล้าดียังไงถึงหลบหน้าพวกเรา ออกมาเปิดประตูเดี๋ยวนี้! คิดจะรวยคนเดียวโดยไม่เห็นหัวญาติผู้ใหญ่หรือไง ออกมาเซ็นสัญญาแบ่งทรัพย์สินของตระกูลหลี่เดี๋ยวนี้ ไม่อย่างนั้นฉันจะพังประตูบ้านแกให้พังคามือ!" รอยยิ้มบนใบของหลินฟางเลือนหายไปในพริบตา ดวงตากลมโตฉายแววเย็นเยียบและคมกริบ นางวางชามซุปในมือลงบนโต๊ะไม้ช้าๆ ก่อนจะหันไปสบตากับจางเหว่ยที่ใบหน้าบึ้งตึงขึ้นทันที รังสีอำมหิตแผ่ออกมาจากร่างของอดีตนายทหารหนุ่มจนอากาศรอบตัวราวกับลดอุณหภูมิลงวูบหนึ่ง จางเหว่ยขยับตัวจะลุกขึ้นยืน แต่มือเรียวบางของหลินฟางกลับเอื้อมไปแตะแขนเขาไว้เสียก่อน นางยกย่องมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มเยдяวที่ซ่อนความแสบสันเอาไว้เต็มเปี่ยม "พี่เหว่ย... อย่าเพิ่งใจร้อนครับ ปล่อยให้ผมต้อนรับ 'แขกผู้มีเกียรติ' ที่มาเยือนถึงหน้าบ้านในวันนี้ด้วยตัวเองดีกว่า ดูซิว่าป้าสะใภ้ผู้แสนดีคนนี้ จะมีมุกตลกอะไรมาแสดงให้เราดูอีก" หลินฟางก้าวเดินออกจากห้องครัวด้วยท่าทีมั่นอกมั่นใจ ขณะที่จางเหว่ยเดินตามหลังเงียบๆ ร่างสูงใหญ่ราวกำแพงเหล็กคอยปกป้องคุ้มครองอยู่ไม่ห่าง เสียงทุบประตูยังคงดังต่อเนื่อง แต่วินาทีที่สลักไม้ถูกดึงออกและประตูกระท่อมเปิดอ้าออกกว้าง ภาพเหตุการณ์เบื้องหน้ากลับทำให้ป้าสะใภ้หลี่ที่อ้างปากเตรียมจะด่าทอถึงกับสำลักน้ำลายตัวเอง ทว่า สิ่งที่ไม่มีใครคาดคิดคือ เงาร่างของบุคคลปริศนาอีกคนหนึ่งที่ก้าวตามหลังป้าสะใภ้หลี่เข้ามาในเขตบ้าน พร้อมกับรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมที่ซ่อนอยู่ใต้เงาหมวกฟาง และเอกสารตราประทับทางการที่ถูกชูขึ้นมาขู่ตรงหน้าหลินฟาง! ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงตอนที่ 11 ด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ ใบชาหอมหมื่นลี้
สารจากนักเขียน (ใบชาหอมหมื่นลี้)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แม่ค้ามือทองกับสามีทหารผู้คลั่งรัก ณ หมู่บ้านริมเขา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%