"ถ้าคุณก้าวเท้าซ้ายลงไปบนแผ่นศิลาแผ่นนั้น อีกสามวินาทีต่อมา เราทุกคนจะได้กลายเป็นปุ๋ยบำรุงรากไม้โบราณร่วมกันนะครับ ดร.ศศิธร"
เสียงกระซิบต่ำทุบทำลายความเงียบงดงามน่าสะพรึงกลัวภายในห้องโถงใต้ดินของวิหารศิลาแลง แสงจากคบเพลิงในมือของภาคินสะท้อนวับวาวกับเม็ดเหงื่อที่ผุดพรายอยู่บนขมับของเขา ดวงตาคมกริบของนักประเมินวัตถุโบราณจ้องมองไปยังรองเท้าคอมแบทของหญิงสาวที่อยู่ห่างจากกลไกมรณะเพียงคืบเดียว
ศศิธรชะงักเท้าที่กำลังจะก้าวลงไป ลมหายใจของเธอสะดุดไปชั่วขณะ ไม่ใช่เพราะความกลัวความตาย แต่เป็นความหงุดหงิดที่เกือบพลาดท่าให้แก่ความประมาทของตัวเอง เธอกวาดสายตาผ่านแว่นกรอบบางสำรวจร่องรอยการสึกหรอของพื้นศิลา ก่อนจะค่อยๆ ถอยหลังกลับมาหนึ่งก้าวอย่างเงียบเชียบ
"ขอบคุณสำหรับคำเตือนครับ... ภาคิน" น้ำเสียงของเธอราบเรียบ เยือกเย็น ทว่าแฝงประกายความขุ่นเคืองจางๆ "แต่ฉันกำลังคำนวณน้ำหนักกดทับต่อตารางเซนติเมตรต่างหาก ไม่ได้สะเพร่าแบบที่คุณปรามาสในใจหรอกนะ"
"คำนวณด้วยสมอง หรือวัดดวงด้วยสัญชาตญาณแบบนักวิชาการที่ชอบเอาชีวิตมาทิ้งล่ะครับ" ภาคินแย้มยิ้ม มุมปากหยักลึกขึ้นเป็นรอยยิ้มเย้าหยอกที่มักทำให้เธอรู้สึกหมั่นไส้และสั่นไหวในเวลาเดียวกัน "จำคำเตือนของผมไม่ได้หรือครับว่า อารยธรรมที่สาบสูญเหล่านี้ไม่ได้สร้างวิหารขึ้นมาเพื่อให้พวกเราเข้ามาศึกษาประวัติศาสตร์ แต่มันถูกสร้างขึ้นเพื่อ 'ฆ่า' คนที่บัง-อาจ-ล่วง-ล้ำ"
บรรยากาศระหว่างคนทั้งสองตึงเครียดจนแทบมีประกายไฟแลบแปล๊บ แม้ในยามวิกฤตที่ความตายหายใจรดต้นคอ เคมีที่ขับเคลื่อนระหว่างความยึดมั่นในหลักฐานเชิงประจักษ์ของศศิธร กับสัญชาตญาณดิบที่เฉียบคมราวกับสัตว์ป่าของภาคิน ก็ยังคงทำหน้าที่ปะทะและดึงดูดกันอย่างทรงพลัง ทั้งคู่คือมืออาชีพที่ยืนอยู่คนละฟากฝั่งของอุดมการณ์ แต่กลับต้องเอาชีวิตมาผูกติดกันไว้ในซากปรักหักพังแห่งนี้
เป้าหมายเร่งด่วนในตอนนี้ไม่ใช่การถกเถียงเรื่องทฤษฎีการขุดค้น แต่เป็น "กริช" ผู้ช่วยหนุ่มไฟแรงผู้หายตัวลึกลงมาในเขตหวงห้ามก่อนหน้า
พวกเขารีบเร่งฝีเท้าผ่านทางเดินแคบๆ ที่สลักลวดลายภาพวาดอารยธรรมโบราณ เลี้ยวหักศอกเข้าสู่ห้องโถงทรงโดมกว้างที่ซ่อนอยู่ลึกที่สุดของโบราณสถาน กลิ่นอับชื้นของดินปืนผสมกลิ่นสนิมเหล็กและกลิ่นสาบของกาลเวลาโชว์เข้าจมูกทันทีที่ก้าวผ่านซุ้มประตูหิน
และที่นั่น... ภาพที่ปรากฏเบื้องหน้าก็ทำให้ลมหายใจของดร.ศศิธรขาดห้วง
ร่างของกริชผู้ช่วยหนุ่มนอนคว่ำหน้าแน่นิ่งอยู่บนแท่นหินใจกลางห้องโถง รอบตัวเขามีละอองสีขาวจางๆ ลอยคละคลุ้ง ก้านธนูสำริดโบราณนับสิบดอกที่อาบยาพิษ พุ่งปักทะลุกำแพงและพื้นหินโดยรอบราวกับหามฝน แขนข้างหนึ่งของกริชถูกหนีบติดไว้กับคานหินกลไกอัตโนมัติที่ซ่อนตัวอย่างแนบเนียนใต้พื้นดิน เลือดสีคล้ำไหลนองท่วมแผ่นศิลา ส่งกลิ่นคาวคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ
"กริช!" ศศิธิตร์อุทานด้วยความตกใจ ลืมมาตรการระมัดระวังตัวทั้งหมด เธอพุ่งพรวดเข้าไปหาลูกศิษย์หนุ่มทันที
"เดี๋ยวก่อน! ศศิ!"
ภาคินตะโกนห้ามพร้อมกับพุ่งตัวเข้าควחוแขนเรียวของเธอไว้เต็มแรง แรงฉุดกระชากทำให้ร่างบางเซถลาล้มลงไปอิงแอบแนบอกแกร่งของเขา ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันในระยะประชิด ทว่าเสี้ยววินาทีนั้นเอง พื้นศิลาที่ศศิธรเกือบจะเหยียบลงไปก็ยุบตัวลงเกิดเสียง "คลิก" ดังสนั่นหวั่นไหว
ครืนนนนน!
คมหอกหินขนาดมหึมาพุ่งแหวกอากาศจากผนังด้านข้างเฉียดศีรษะของทั้งคู่ไปเพียงไม่กี่มิลลิเมตร ปักเข้ากับเสาศิลาจนแตกละเอียดเป็นเสี่ยงๆ ฝุ่นผงคละคลุ้งตลบอบอวลไปทั่ว
ศศิธรเบิกตากว้าง หัวใจเต้นรัวระรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก เธอตระหนักได้ทันทีว่าความใจร้อนของตนเกือบส่งผลให้กลไกชุดที่สองทำงาน และหากไม่มีอ้อมแขนที่แข็งแกร่งของชายหนุ่มดึงรั้งไว้ในเสี้ยววินาทีแห่งความเป็นความตายเมื่อครู่ ตอนนี้ร่างของเธอคงไม่ต่างอะไรกับศพของกริช
"ข... ขอบคุณครับ" เสียงของเธอแผ่วเบาลงอย่างเห็นได้ชัด ความเยือกเย็นที่เคยมีมาตลอดถูกสั่นคลอนด้วยความจริงอันโหดร้ายตรงหน้า
"เก็บคำขอบคุณไว้ก่อนเถอะครับ ดร.ศศิธร" ภาคินกระซิบชิดริมหู น้ำเสียงของเขาจริงจังและปราศจากแววขี้เล่นโดยสิ้นเชิง สายตาของเขาไม่ได้มองที่ศศิธร แต่กำลังกวาดมองไปรอบห้องโถงด้วยความระแวดระวังขั้นสุดยอด "ที่นี่ถูกตั้งโปรแกรมการป้องกันไว้หลายชั้น... มันไม่ใช่แค่กับดักโบราณธรรมดา แต่มันคือ 'ระบบรักษาความปลอดภัย' ที่ออกแบบมาเพื่อปกป้องบางสิ่งที่มีค่ามากกว่าชีวิตคน"
ภาคินค่อยๆ ประคองศศิธรให้ลุกขึ้นยืนอย่างระมัดระวัง ทั้งคู่ก้าวเดินผ่านวงล้อมของกลไกมรณะอย่างเงียบเชียบ จนมาถึงร่างของกริชที่นอนหายใจรวยรินอยู่
ศศิธรคุกเข่าลงข้างๆ ผู้ช่วยหนุ่ม มือเรียวสั่นเทาเล็กน้อยขณะเอื้อมไปแตะชีพจรที่ต้นคอ "ชีพจรเต้นอ่อนมาก... พิษกำลังเข้าสู่กระแสเลือดแล้ว เราต้องรีบปฐมพยาบาลและดึงเขาออกจากกลไกนี้เดี๋ยวนี้"
"อย่าเพิ่งขยับตัวเขานะครับ ศศิ" ภาคินเอ่ยเสียงเข้ม มือหนาคว้าข้อมือเธอไว้ "มองดูรอบๆ ตัวกริชให้ดีสิครับ... สังเกตอะไรแปลกๆ ไหม"
ศศิธรขมวดคิ้ว นิ่วหน้าด้วยความสงสัย เธอกวาดสายตาสำรวจร่างของกริชและบริเวณรอบแท่นหินอีกครั้ง ชุดสนามของกริชฉีกขาด ร่องรอยบาดแผลไม่ได้เกิดจากการถูกธนูพิษยิงเพียงอย่างเดียว แต่มีร่องรอยของการถูกของมีคมเฉือนอย่างเป็นระเบียบ และที่สำคัญที่สุด... กระเป๋าเป้สนามคู่ใจที่บรรจุ "สมุดบันทึกการสำรวจภาคสนาม" และชิ้นส่วนโบราณวัตถุที่พวกเขาเพิ่งค้นพบเมื่อวาน กลับหายไปอย่างไร้ร่องรอย
หัวใจของนักโบราณคดีสาวกระตุกวูบ ความตระหนกตกใจเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความเย็นเยียบที่แล่นริ้วไปตามกระดูกสันหลัง
"ร่องรอยการต่อสู้..." ศศิธรพึมพำกับตัวเอง ดวงตาสีเข้มเบิกกว้างขึ้นเมื่อสมองเริ่มประติดประต่อภาพเหตุการณ์ทั้งหมด "นี่ไม่ใช่... อุบัติเหตุจากกับดักโบราณ"
"ถูกต้องครับ" ภาคินลุกขึ้นยืนเต็มความสูง สายตาดุดันกวาดมองไปรอบความมืดมิดของมุมห้องโถง "กับดักโบราณนี้ถูกกระตุ้น... แต่ไม่ได้ถูกกระตุ้นด้วยความสะเพร่าของกริช มันถูกปรับแต่งใหม่ด้วยลวดสลิงโลหะสมัยใหม่ และร่องรอยรองเท้าผ้าใบที่พิมพ์อยู่บนฝุ่นตรงนั้น..."
ภาคินชี้ไปยังมุมอับสายตาใกล้ซุ้มประตูทางออก รอยเท้าใหม่เอี่ยมปรากฏเด่นชัดตัดกับคราบฝุ่นหนาทึบของอารยธรรมโบราณ
"มีคนอื่นอยู่ในนี้กับเรา... และไอ้หมอนั่นก็จงใจต้อนกริชเข้ามาให้ติดกับดัก เพื่อชิงสมุดบันทึกและวัตถุโบราณชิ้นนั้นไป" ภาคินพูดต่อด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ ราวกับนักล่าที่กำลังจับตามองเหยื่อในกรงขัง
ศศิธรหันขวับมามองหน้าชายหนุ่ม สัญชาตญาณเตือนภัยในตัวพุ่งสูงถึงขีดสุด ความจริงที่ว่าพวกเขาไม่ได้อยู่กันตามลำพัง และมีบุคคลที่สามแฝงตัวอยู่ในความมืดคอยชักใยเกมมรณะนี้ ทำให้บรรยากาศรอบตัวอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก
ก่อนที่ใครจะทันได้เอ่ยประโยคใดออกมา เสียงฝีเท้าฝ่าความเงียบก็ดังแว่วมาจากอุโมงค์มืดเบื้องหลังซุ้มประตู... *กริ๊ก... กริ๊ก...* เสียงเหล็กกระทบหินดังสะท้อนก้องกังวาน บ่งบอกว่าผู้มาเยือนกำลังก้าวเข้ามาใกล้เรื่อยๆ พร้อมกับเงาดำทึบที่ทาบทับลงบนผนังถ้ำ
ภาคินดึงศศิธรให้หลบมาอยู่ด้านหลังแผ่นศิลาบังสายตา มือขวาปลดซองพกอาวุธปืนพกสั้นออกจากเอวอย่างคล่องแคล่ว สายตาจดจ่อไปยังความมืดมิดเบื้องหน้าด้วยความระแวดระวังขั้นสูงสุด
และในเสี้ยววินาทีนั้นเอง... แสงไฟฉายสว่างวาบสาดส่องตัดความมืดตรงมาที่พวกเขา พร้อมกับร่างของใครบางคนที่ก้าวออกมาจากเงาดำ รอยยิ้มเย้ยหยันปรากฏบนใบหน้าของบุคคลนั้นภายใต้แสงไฟวับแวม
บันทึกนักโบราณคดี
(ขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามการเดินทางอันยาวนานนี้ด้วยกันนะครับ)
ปริศนาซ่อนเงารักข้ามกาลเวลา•ตอนที่ 20
กับดักแห่งความโลภ
ผลงานโดย บันทึกนักโบราณคดี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บันทึกนักโบราณคดี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ปริศนาซ่อนเงารักข้ามกาลเวลา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!