ปริศนาซ่อนเงารักข้ามกาลเวลา•ตอนที่ 11

รอยแผลเป็นในใจ

ผลงานโดย บันทึกนักโบราณคดี
“คุณกำลังประเมินค่าของชีวิตต่ำไป หรือว่าคุณแค่กลัวความจริงกันแน่ครับ ดร.ศศิธร?” ภาคินวางมีดพับเล่มเล็กที่เขาใช้แกะสลักเศษไม้ค้างไว้บนโต๊ะไม้เก่าๆ ในเพิงพักชั่วคราว แสงไฟจากตะเกียงน้ำมันเพียงดวงเดียวในห้องทำให้เงาของเขาทอดยาวไปบนผนังดินดิบ บรรยากาศเงียบงันจนได้ยินเพียงเสียงแมลงกลางคืนที่กรีดร้องแว่วมาจากพงไพรข้างนอก ศศิธรที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามไม่ได้เงยหน้าขึ้นจากบันทึกการขุดค้นของเธอ ปลายนิ้วเรียวที่เปื้อนฝุ่นดินค่อยๆ ลากเส้นร่างโครงสร้างวิหารที่เธอเพิ่งถอดรหัสได้จากแผ่นศิลาเมื่อช่วงเย็น เธอนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะวางดินสอลงเบาๆ แล้วเงยหน้าขึ้นสบตาเขา แววตาของเธอไม่ได้มีความโกรธเคืองอย่างที่เขามักจะคาดหวัง แต่มันกลับเป็นแววตาที่ว่างเปล่าราวกับหลุมศพที่ถูกเปิดออก “การประเมินค่าชีวิตไม่ใช่หน้าที่ของนักโบราณคดีค่ะภาคิน” เธอใช้คำที่เขาเกลียด “หน้าที่ของเราคือการรักษาความจริงที่ถูกกาลเวลาฝังกลบ ส่วนอาจารย์ของฉัน... ท่านเลือกทางเดินของท่านเอง ท่านเชื่อว่าความรู้ที่ได้รับมานั้นคุ้มค่าที่จะแลกด้วยลมหายใจ” “ความรู้หรือความหลงใหล?” ภาคินสวนกลับทันควัน น้ำเสียงของเขาทุ้มต่ำและแฝงไปด้วยความร้าวรานที่เขามักซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากของนักล่าสมบัติผู้เย็นชา “เราต่างก็รู้ดีว่าท่านไม่ได้ตายเพราะ ‘ความรู้’ ท่านตายเพราะความดื้อรั้นที่จะพิสูจน์ทฤษฎีที่โลกไม่มีวันยอมรับ เหมือนกับที่คุณกำลังทำอยู่ตอนนี้... คุณกำลังเดินตามรอยเท้าของท่านไปสู่ความตายที่ไม่มีใครจดจำ” ศศิธรชะงัก ลมหายใจของเธอสะดุดไปครู่หนึ่ง เธอรู้ดีว่าภาคินพยายามจะพูดอะไร เขาไม่ใช่แค่คนแปลกหน้าที่มาร่วมงาน แต่นี่เป็นครั้งแรกที่เขาแตะต้องเรื่องราวที่เธอปิดผนึกไว้ในใจอย่างแน่นหนาที่สุด “ทำไมคุณถึงแคร์นักล่ะ?” ศศิธรย้อนถาม เสียงของเธอเบาหวิวแต่กลับทรงพลัง “คุณบอกเสมอว่าคุณเป็นเพียงนักประเมินของเก่า คุณอยู่เพื่อผลกำไร แต่ทุกครั้งที่ฉันเกือบจะก้าวพลาดในหลุมขุดค้น คนแรกที่ดึงฉันไว้เสมอคือคุณ... ทำไมถึงต้องทำตัวเป็นคนขัดแย้งในตัวเองขนาดนั้นครับ?” คำถามนั้นเปลี่ยนสถานการณ์ไปโดยสิ้นเชิง ภาคินลุกขึ้นเดินไปที่หน้าต่างไม้ที่ปิดสนิท เขาจ้องมองออกไปในความมืดมิดของผืนป่าที่ปกคลุมด้วยไอหมอกยามค่ำคืน ก่อนจะหมุนตัวกลับมา สายตาของเขาเปลี่ยนไป มันไม่ได้มีประกายเจ้าเล่ห์เหมือนทุกครั้ง แต่มันคือความรู้สึกที่เปลือยเปล่าและเปราะบาง “เพราะผมเคยเป็นคนหนึ่งที่ยืนอยู่ตรงจุดที่อาจารย์ของคุณยืนอยู่” ภาคินพูดเสียงเรียบ “ผมเคยเชื่อว่าประวัติศาสตร์เป็นสมบัติที่รอการครอบครอง จนกระทั่งผมเห็นสิ่งที่ผมไม่ควรเห็น... ในหลุมขุดค้นที่โสมมที่สุดแห่งหนึ่งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ผมสูญเสียพาร์ทเนอร์ไปต่อหน้าต่อตา เพราะความ ‘อยากรู้อยากเห็น’ ของผมเอง” เขาเดินกลับมาหยุดอยู่ข้างโต๊ะของเธอ กลิ่นอายของยาสูบจางๆ และกลิ่นดินเปียกชื้นที่ติดตัวเขามาทำให้ศศิธรรู้สึกเหมือนอากาศในห้องเริ่มเบาบางลง “ผมไม่ได้ช่วยคุณเพราะอุดมการณ์ศศิธร ผมช่วยคุณเพราะผมไม่อยากเห็นคนฉลาดๆ อีกคนต้องกลายเป็นเพียงจารึกบนแผ่นหินที่ไม่มีใครอ่านออก” ศศิธรลุกขึ้นยืน เธอพบว่าตัวเองยืนอยู่ใกล้เขามากจนรับรู้ได้ถึงไออุ่นที่แผ่ออกมาจากร่างกายของเขา ความเป็นศัตรูทางความคิดที่เคยผลักดันให้พวกเขาทะเลาะกันตลอดทาง ดูเหมือนจะถูกแทนที่ด้วยความเข้าใจบางอย่างที่ก่อตัวขึ้นเงียบๆ ในใจ “ถ้าอย่างนั้น” เธอเอ่ยขึ้น มือของเธอสั่นเล็กน้อยขณะเอื้อมไปแตะรอยแผลเป็นจางๆ ที่พาดผ่านหลังมือของเขาโดยไม่ได้ตั้งใจ “เราจะพิสูจน์ให้โลกเห็น... ว่าสิ่งที่เราตามหา มันมีค่ามากกว่าชีวิตของเราทั้งคู่” ภาคินมองมือของเธอที่สัมผัสผิวหนังของเขา เขาไม่ถอยหนี แต่กลับเอื้อมมืออีกข้างมาจับข้อมือเธอไว้เบาๆ แววตาทั้งคู่ประสานกัน ความเงียบงันในห้องไม่ได้น่าอึดอัดอีกต่อไป แต่มันเต็มไปด้วยความหมายที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะหาคำนิยาม ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังจะเปลี่ยนไปสู่ระดับที่ลึกซึ้งขึ้น เสียงบางอย่างก็ดังขึ้นจากข้างนอก เสียงฝีเท้าที่เหยียบลงบนกิ่งไม้แห้ง... ไม่ใช่เสียงของสัตว์ป่า แต่มันเป็นจังหวะที่มั่นคงและตั้งใจ ภาคินปล่อยมือจากศศิธรทันที เขากระชับปืนพกที่เหน็บอยู่ข้างเอวด้วยสัญชาตญาณ ก่อนจะหันไปดับตะเกียงไฟในห้องจนเหลือเพียงความมืดมิด “มีคนตามเรามา” เขากระซิบข้างหูเธอ เสียงนั้นแหบพร่าและเคร่งขรึม “และดูเหมือนว่ามันจะไม่ใช่แค่คนธรรมดาที่ต้องการสมบัติ” เสียงฝีเท้าหยุดลงที่หน้าประตูเพิงพัก ตามด้วยเสียงเคาะประตูสามครั้งที่แผ่วเบาแต่กึกก้องไปถึงกระดูกดำ ทันใดนั้น แผ่นไม้กระดานที่ถูกตีตราด้วยสัญลักษณ์โบราณซึ่งศศิธรเพิ่งนำกลับมาจากวัดร้างเมื่อตอนกลางวัน ก็เกิดรอยร้าวและแผ่รังสีสีครามจางๆ ออกมากลางความมืด “เปิดประตูเถอะครับศศิธร...” เสียงทุ้มต่ำจากภายนอกดังขึ้น เป็นน้ำเสียงที่ศศิธรจำได้แม่นยำจนหัวใจแทบหยุดเต้น “อาจารย์กลับมาตามหาสิ่งที่ท่านทำหายไปแล้ว” ภาคินเบิกตากว้าง เขามองสลับไปมาระหว่างประตูและร่างของอาจารย์ที่ศศิธรยืนยันว่าเสียชีวิตไปนานแล้ว... นี่ไม่ใช่เหตุบังเอิญ แต่มันคือการเริ่มต้นของปริศนาที่กำลังจะกลืนกินพวกเขา ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งลงไปในปริศนาแห่งกาลเวลานี้กับผม แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ
สารจากนักเขียน (บันทึกนักโบราณคดี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ปริศนาซ่อนเงารักข้ามกาลเวลา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%