ปริศนาซ่อนเงารักข้ามกาลเวลา•ตอนที่ 8

เบาะแสจากสมุดบันทึก

ผลงานโดย บันทึกนักโบราณคดี
“คุณกำลังทำลายหลักฐาน หรือกำลังหาทางปกป้องมันกันแน่ครับ ภาคิน?” เสียงของ ดร.ศศิธร เย็นเยียบราวกับน้ำค้างแข็งท่ามกลางห้องเก็บเอกสารใต้ดินที่อับชื้น กลิ่นกระดาษเก่าและฝุ่นละอองที่สะสมมานานนับทศวรรษอบอวลอยู่ในอากาศ เธอไม่หันไปมองชายหนุ่มที่ยืนพิงกรอบประตูอยู่ด้านหลัง มือที่สวมถุงมือหนังเนื้อบางของเธอกำลังสั่นเล็กน้อยขณะใช้นิ้วคีบสมุดบันทึกเล่มหนึ่งออกมาจากซอกหลืบของชั้นวางที่ถูกปิดตาย ภาคินขยับตัวก้าวเข้ามาในแสงไฟสลัวจากคบเพลิงพกพาของเขา เงาของเขาทอดยาวทาบทับลงบนโต๊ะทำงานที่เต็มไปด้วยชิ้นส่วนเครื่องปั้นดินเผา เขายกยิ้มมุมปาก—รอยยิ้มที่ศศิธรเกลียดชังพอๆ กับที่เธอยอมรับว่ามันมีเสน่ห์เหลือเกินในยามที่เขาต้องวิเคราะห์สัญลักษณ์ปริศนา “ผมเป็นนักล่าสมบัติ ไม่ใช่นักบุญ คุณก็รู้ดี ศศิ” ภาคินตอบพลางกวาดสายตามองสมุดในมือเธอ “และสิ่งที่คุณกำลังถืออยู่ ไม่ใช่แค่สมุดบันทึกธรรมดา แต่มันคือตั๋วเดินทางไปสู่ความหายนะที่อาจารย์ของคุณเคยทิ้งไว้เมื่อสิบปีก่อน” ศศิธรชะงัก ลมหายใจของเธอสะดุดไปครู่หนึ่ง อาจารย์ของเธอ... คนที่หายตัวไปพร้อมกับปริศนาอารยธรรมที่สาบสูญ เธอค่อยๆ เปิดหน้ากระดาษที่กรอบเกรียมด้วยกาลเวลา กระดาษบางแผ่นติดกันเป็นปึก แต่ลายมือที่คุ้นเคยเริ่มปรากฏชัดเจนขึ้น มันไม่ใช่ลายมือของอาจารย์เพียงคนเดียว “ดูนี่สิ” เธอพึมพำ น้ำเสียงสั่นพร่าโดยไม่อาจควบคุม “นี่ไม่ใช่บันทึกของอาจารย์ทั้งหมด... ดูตัวอักษรพวกนี้ มันคือรหัสลับที่ใช้เฉพาะในกลุ่มคณะโบราณคดีที่ปรึกษาของผมเท่านั้น แต่คนที่จดมันลงไป... คือ ‘เขา’” ภาคินโน้มตัวลงมาใกล้จนศศิธรสัมผัสได้ถึงไออุ่นจากกายเขา เขามองไปยังหน้ากระดาษที่เต็มไปด้วยสัญลักษณ์ทางดาราศาสตร์และแผนผังเส้นทางใต้ดินที่ดูซับซ้อน คิ้วเข้มของเขาขมวดมุ่น สายตาคมกริบนั้นกวาดอ่านราวกับสแกนเนอร์ที่กำลังประมวลผลข้อมูลมหาศาล “ลายมือของพ่อคุณ” ภาคินเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงความนัย “ศศิ คุณรู้ดีว่าพ่อของคุณเสียชีวิตไปก่อนที่โครงการนี้จะเริ่มขึ้นเกือบห้าปี แล้วลายมือของคนตาย จะไปปรากฏอยู่ในบันทึกที่เพิ่งถูกปิดตายไว้เมื่อสิบปีก่อนได้อย่างไร?” ศศิธรนิ่งงัน ความเย็นวาบแล่นผ่านสันหลัง ความขัดแย้งในใจเธอตีรวน เธอถูกสอนมาให้เชื่อในหลักฐานเชิงประจักษ์ เชื่อในวิทยาศาสตร์ และเชื่อในสิ่งที่มองเห็น แต่สิ่งที่อยู่ตรงหน้ากลับตบหน้าทฤษฎีทั้งหมดที่เธอเคยยึดถือ พ่อของเธอ... คนที่เธอสูญเสียไปตั้งแต่จำความได้ คือจิ๊กซอว์ชิ้นสุดท้ายที่เธอไม่เคยคาดคิดว่าจะได้เจอ “คุณรู้อะไรมากกว่านี้ใช่ไหม ภาคิน?” เธอหันไปเผชิญหน้ากับเขา ดวงตาคู่งามจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเขา พยายามหาความจริงจากแววตาที่ยากจะคาดเดานั้น “คุณไม่ได้บังเอิญมาที่นี่เพื่อช่วยผมขุดสมบัติ แต่คุณตามหา ‘บางอย่าง’ ที่เกี่ยวข้องกับครอบครัวของผมมาตลอด” ภาคินไม่ตอบ เขาหยิบอุปกรณ์ส่องสว่างขึ้นมาส่องไปที่หน้ากระดาษอีกหน้าหนึ่ง แสงสีนวลเผยให้เห็นร่องรอยการกดปากกาที่หนักหน่วงจนทะลุไปอีกฝั่ง มันไม่ใช่บันทึกการสำรวจ แต่มันคือ ‘คำเตือน’ “เราไม่ได้อยู่ที่นี่กันแค่สองคนแล้ว ศศิ” ภาคินกระซิบเบาๆ แต่เด็ดขาด เขาคว้าแขนเธอให้ถอยไปทางมุมมืดของห้อง เสียงฝีเท้าหนักๆ ของคนหลายคนเริ่มดังขึ้นจากทางเดินหลักที่ควรจะไม่มีใครเข้าถึงได้ในเวลาวิกาลนี้ พวกเขาไม่ใช่เจ้าหน้าที่ดูแลสถานที่ และแน่นอนว่าไม่ใช่คนของทางการ ศศิธรขมวดคิ้ว มือของเธอกำสมุดบันทึกแน่นจนสันปกบาดผิวหนัง ความตึงเครียดพุ่งขึ้นสู่จุดสูงสุดเมื่อแสงเลเซอร์สีแดงจุดหนึ่งเล็งตรงมายังอกเสื้อของภาคิน แล้วไต่ระดับขึ้นมาหยุดอยู่ที่หน้าผากของเขา “ดูเหมือนว่า ‘เจ้าของตัวจริง’ ของบันทึกเล่มนี้ จะไม่อยากให้เราอ่านหน้าต่อไปนะครับ” ภาคินเอ่ยพร้อมรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก เขาหันมาสบตาเธอ “เรามีสองทางเลือกครับ... วิ่งออกไปตายข้างนอกนั่น หรือจะเชื่อใจผม แล้วข้ามไปในรอยแยกที่พ่อของคุณทิ้งคำใบ้ไว้ให้ในหน้าสุดท้าย” ศศิธรพลิกหน้ากระดาษไปหน้าสุดท้ายตามคำบอกของเขา ลมหายใจของเธอแทบหยุดเต้น เมื่อสิ่งที่เห็นไม่ใช่ตัวอักษร แต่มันคือรูปถ่ายใบเก่าที่ถูกเก็บรักษาไว้อย่างดี รูปถ่ายที่แสดงภาพของเธอในวัยเด็กกำลังยืนอยู่ในอารามแห่งหนึ่งที่เธอไม่เคยไป... และข้างกายเธอในรูปนั้น คือชายหนุ่มที่ใบหน้าเหมือนกับภาคินในปัจจุบันไม่มีผิดเพี้ยน! ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งลงไปในปริศนาแห่งกาลเวลานี้กับผม แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ
สารจากนักเขียน (บันทึกนักโบราณคดี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ปริศนาซ่อนเงารักข้ามกาลเวลา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%