“เอาล่ะ... ถึงเวลาส่งมอบของที่เธอเก็บไว้ให้ผมได้แล้ว”
เสียงทุ้มต่ำของภาคินดังขึ้นท่ามกลางความมืดทึบของห้องใต้ดิน กลิ่นอับชื้นของอิฐโบราณและฝุ่นผงที่สะสมมานานนับทศวรรษคละคลุ้งอยู่ในอากาศ แสงไฟฉายคาดหัวของเขาฉายวาบไปยังใบหน้าของดร.ศศิธร สะท้อนแววตาที่เต็มไปด้วยความระแวดระวังแต่ไม่ยอมจำนน
ศศิธรยืนพิงผนังอิฐเย็นเฉียบ มือเรียวข้างหนึ่งซุกอยู่ในกระเป๋าเสื้อโค้ท นิ้วเรียวกระชับวัตถุโลหะทรงกระบอกขนาดเท่าฝ่ามือที่ซ่อนอยู่ภายในแน่น หัวใจของเธอเต้นระส่ำไม่เป็นจังหวะ ไม่ใช่ด้วยความกลัว แต่เป็นเพราะความตระหนักรู้ว่า บัดนี้เธอกำลังยืนอยู่ ณ จุดศูนย์กลางของปริศนาที่อาจพลิกหน้าประวัติศาสตร์—หรือฝังกลบพวกเขาไว้ที่นี่ตลอดกาล
"คุณคิดว่าผมเป็นแค่พวกฉวยโอกาสที่อยากได้สมบัติไปขายทอดตลาดอย่างนั้นหรือครับ, ด็อกเตอร์?"
ภาคินเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ น้ำเสียงของเขาเจือความเย้าหยวนและรอยยิ้มมุมปากที่อ่านยาก แม้ในยามที่สถานการณ์รอบตัวตึงเครียดจนแทบหายใจไม่ออก เขากลับถอดถุงมือหนังออกอย่างใจเย็น แสงไฟสลัวจากหลอดนีออนดวงเดียวบนเพดานเผยให้เห็นรอยแผลเป็นจางๆ ที่มุมปากด้านขวา ซึ่งทำให้ใบหน้าคมคายนั้นดูอันตรายยิ่งขึ้นไปอีก
ศศิธรปรายตามองวัตถุแปลกปลอมในห้องนั้น—แผนที่โบราณนับร้อยแผ่นที่กางอยู่บนโต๊ะไม้สักขนาดยักษ์ ชิ้นส่วนศิลาจารึกที่แตกหักซึ่งถูกจัดเรียงอย่างเป็นระบบบนแท่นวางตัวอย่าง และที่สะดุดตาที่สุดคือหน้าจอคอมพิวเตอร์สามจอที่กำลังรันโค้ดถอดรหัสภาษาโบราณอย่างต่อเนื่อง
นี่ไม่ใช่ห้องเก็บของธรรมดา... นี่คือศูนย์บัญชาการใต้ดิน
"คุณไม่ได้แค่ตามหาวัตถุโบราณ ภาคิน" ศศิธรกล่าวด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นและมั่นคง สายตาคมกริบกวาดมองไปรอบห้อง "เครื่องมือเหล่านี้... ระบบสแกนคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าในพื้นที่ปิดทึบ ระบบสื่อสารเข้ารหัสระดับเดียวกับหน่วยงานความมั่นคง... คนธรรมดาที่หาเงินจากการซื้อขายของเก่าไม่จำเป็นต้องใช้เทคโนโลยีพวกนี้"
ภาคินหัวเราะในลำคอเบาๆ เสียงนั้นทุ้มต่ำและก้องกังวานในความเงียบ เขาเดินเข้าไปใกล้เธอทีละก้าวอย่างไม่รีบร้อน ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงจนศศิธรได้กลิ่นจางๆ ของสนิมเหล็กและกลิ่นอายเฉพาะตัวของชายหนุ่มที่ผ่านการเดินทางเสี่ยงตายมาโชกโชน
"บางที... สิ่งที่คุณกับผมกำลังตามหา อาจไม่ใช่แค่สมบัติในตำนาน แต่เป็นความจริงที่ถูกฝังกลบโดยคนที่ยังมีชีวิตอยู่ต่างหากล่ะครับ" ภาคินหยุดยืนห่างจากเธอเพียงแค่เอื้อมมือ ดวงตาคมเข้มคู่นั้นจ้องลึกลงไปในดวงตาของเธอ ราวกับต้องการอ่านทะลุถึงก้นบึ้งความคิด "ของชิ้นนั้นในกระเป๋าของคุณ... มันไม่ใช่แค่แผ่นทองคำโบราณ แต่มันคือ 'กุญแจ' ที่จะไขความลับการตายของอาจารย์คุณ... และอาจรวมถึงความลับที่ผมตามหามาครึ่งค่อนชีวิต"
ชื่อของ 'อาจารย์' หลุดออกมาจากปากของเขา ทำให้ลมหายใจของศศิธรสะดุดไปชั่วขณะ ความทรงจำอันเจ็บปวดเมื่อสามปีก่อน—วันที่อาจารย์ของเธอหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยในแหล่งโบราณคดีต้องห้าม—พรั่งพรูขึ้นมาในห้วงคำนึง กล้ามเนื้อทั่วร่างของเธอเกร็งแน่นโดยอัตโนมัติ
"คุณรู้เรื่องอาจารย์ของฉันได้ยังไง?" เสียงของเธอดังลอดไรฟัน แววตาคู่นั้นเต็มไปด้วยความคาดคั้นและระแวงระวัง
"เพราะผมเป็นคนสุดท้ายที่เห็นเขาก่อนที่เขาจะทิ้งสมุดบันทึกเล่มนั้นไว้" ภาคินยื่นมือออกไป ช้าๆ และเปิดฝ่ามือออก ราวกับแสดงความบริสุทธิ์ใจ "ผมไม่ได้มาเพื่อแย่งชิงของจากคุณ ด็อกเตอร์ศศิธร... ผมมาเพื่อเสนอ 'พันธมิตร' ให้เราสองคนรอดออกไปจากเกมนี้ด้วยกัน"
ศศิธรนิ่งงิ่งไป สมองอันชาญฉลาดของเธอกำลังประมวลผลข้อมูลมหาศาล ความขัดแย้งทางอุดมการณ์ระหว่างเธอกับเขา—คนหนึ่งยึดมั่นในระเบียบวิธีทางโบราณคดีและการปกป้องมรดกทางวัฒนธรรม อีกคนคือนักล่าสมบัติผู้ไร้กรอบและใช้ทุกวิถีทางเพื่อบรรลุเป้าหมาย—บัดนี้กลับต้องมาบรรจบกัน ณ จุดตัดของความเป็นความตาย
เธอมองหน้าเขา พิจารณาทุกร่องรอยความเหนื่อยล้าและความมุ่งมั่นที่ซ่อนอยู่ภายใต้ท่าทีเจ้าเล่ห์ ไม่มีร่องรอยของการโกหกในแววตานั้น มีเพียงความจริงจังอันดิบเถื่อนที่ดึงดูดใจอย่างประหลาด
"ถ้าเราจะเป็นพันธมิตรกัน..." ศศิธรพูดขึ้น น้ำเสียงของเธอลดความแข็งกร้าวลงเล็กน้อย แต่ยังคงไว้ซึ่งความระแวดระวัง "คุณต้องตอบคำถามฉันข้อหนึ่งก่อน... สัญลักษณ์รูปงูกินหางที่สลักอยู่บนศิลาจารึกในห้องโถงชั้นล่าง มันหมายถึงอะไรกันแน่?"
ภาคินชะงักไปเล็กน้อย รอยยิ้มมุมปากของเขาจางหายไปแทนที่ด้วยความเงียบขรึมชั่วขณะ ก่อนที่เขาจะหยิบรีโมทตัวเล็กขึ้นมาและกดปุ่ม ผนังอิฐด้านหลังโต๊ะทำงานเลื่อนเปิดออกเผยให้เห็นห้องลับอีกห้องหนึ่งที่มีแสงไฟสว่างจ้า
"ยินดีต้อนรับสู่โปรเจกต์ 'โอเอซิส' ของผมครับ... และคำตอบที่คุณอยากรู้ มันอยู่ข้างในนั้น"
ศศิธรก้าวเท้าตามหลังเขาเข้าไปในห้องลับด้วยความลังเลชั่วขณะ แต่ก่อนที่เธอจะทันได้ก้าวพ้นธรณีประตู สายตาของเธอก็เหลือบไปเห็นหน้าจอคอมพิวเตอร์หลักที่ถูกเปิดทิ้งไว้ แผนที่ดิจิทัลของโบราณสถานกำลังแสดงจุดพิกัดสีแดงกะพริบถี่รัว พร้อมข้อความแจ้งเตือนระบบรักษาความปลอดภัยที่ถูกเจาะระบบจากภายนอก
เสียงฝีเท้าหนักหน่วงหลายคู่กำลังวิ่งตรงเข้ามาใกล้เซฟเฮาส์แห่งนี้จากทางอุโมงค์ระบายน้ำด้านนอก
ภาคินหันขวับมา สีหน้าเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดในเสี้ยววินาที ดวงตาคมกริบกวาดมองไปที่จอภาพก่อนจะหันมามองเธอ
"ดูเหมือนว่า... พวกมันไม่ได้อดทนรอให้เราเจรจากันจนจบเกมเสียแล้วล่ะครับ"
เขากระชากแขนเธอให้ก้าวเข้ามาในห้องลับแล้วกระแทกประตูปิดลง พร้อมกับเสียงระเบิดสนั่นที่ดังสะเทือนเลื่อนลั่นมาจากทางเข้าด้านหน้าเซฟเฮาส์ แรงกระแทกทำให้ฝุ่นละอองร่วงกราวลงมา และระบบไฟสำรองในห้องดับพรึบ เหลือเพียงแสงไฟฉุกเฉินสีแดงฉานที่สาดส่องใบหน้าของทั้งคู่ท่ามกลางความโกลาหล
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางสำรวจปริศนาดำมืดนี้ไปด้วยกันครับ
ปริศนาซ่อนเงารักข้ามกาลเวลา•ตอนที่ 22
พันธมิตรชั่วคราว
ผลงานโดย บันทึกนักโบราณคดี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บันทึกนักโบราณคดี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ปริศนาซ่อนเงารักข้ามกาลเวลา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!