ปริศนาซ่อนเงารักข้ามกาลเวลา•ตอนที่ 32

พลาดท่า

ผลงานโดย บันทึกนักโบราณคดี
“วางเท้าให้ถูกจังหวะ ถ้าไม่อยากให้กลไกรับแรงกดข้างใต้ร้องเตือนขึ้นมา” เสียงกระซิบของภาคินแหบพร่าในความมืด เขาเอื้อมมือมาคว้าข้อมือศศิธรไว้ได้ทันท่วงที ในจังหวะที่รองเท้าของเธอเกือบจะสัมผัสลงบนแผ่นศิลาที่ผิดปกติไปจากแนวทางเดินปกติ ศศิธรชะงัก ลมหายใจของเธอสะดุดไปชั่วขณะ หัวใจเต้นแรงจนสัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนในอก เธอหันไปมองคู่หูที่ตอนนี้ใบหน้าอยู่ห่างจากเธอเพียงไม่กี่นิ้ว ในความสลัวของห้องโถงเก็บสมบัติชั้นใน ดวงตาของภาคินไม่ได้ฉายแววขี้เล่นเหมือนทุกที แต่มันเต็มไปด้วยความเคร่งขรึมของสัญชาตญาณสัตว์ป่าที่กำลังดมกลิ่นอันตราย “ฉันรู้แล้วน่า” เธอตอบกลับเบาๆ พยายามรักษาระยะห่างทั้งทางกายภาพและจิตใจ “นายไม่ต้องคอยกำกับทุกย่างก้าวหรอก ภาคิน” “ถ้าคุณทำพลาด เราก็ไม่ต่างจากพวกนักล่าสมบัติกระจอกที่นอนกลายเป็นปุ๋ยอยู่ในสุสานแห่งนี้หรอกนะ ศศิ” เขากระตุกยิ้มมุมปาก ความดื้อรั้นในดวงตาของเธอมันเป็นสิ่งที่ทำให้เขาทั้งหงุดหงิดและหลงใหลไปพร้อมกัน “เหตุผลของคุณมักจะสวยหรูในตำรา แต่ความจริงข้างหน้าเนี่ย... มันไม่มีความเมตตาให้หรอกนะ” ศศิธรไม่ตอบโต้ เธอค่อยๆ ใช้ปลายรองเท้าทดสอบน้ำหนักแผ่นศิลาถัดไปอย่างชำนาญ อุปกรณ์ในมือตรวจจับรังสีความร้อนที่สะท้อนจากช่องว่างใต้พื้นหิน ทุกอย่างดูราบรื่นจนกระทั่งแสงไฟฉายของเธอไปกระทบเข้ากับบางอย่างที่อยู่หลังรูปสลักนูนต่ำ มันคือกลไกทองเหลืองที่ถูกกัดกร่อนด้วยสนิมเขียว แต่มันยังขยับได้... “เดี๋ยวก่อน...” เธอพึมพำ ก่อนที่นิ้วจะเผลอไปแตะเข้ากับสลักที่ซ่อนอยู่ใต้รอยแตกของผนัง *คลิก* เสียงกลไกขัดข้องดังขึ้นเพียงแผ่วเบา แต่มันดังก้องในความรู้สึกของคนทั้งสองเหมือนเสียงระเบิด ภาคินเบิกตากว้าง เขาพุ่งตัวเข้ามาคว้าเอวศศิธรเพื่อกระชากให้หลบออกจากวิถีของสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น แต่สายเกินไป ผนังด้านหลังเริ่มสั่นสะเทือน กลิ่นอับชื้นของดินชื้นแฉะและกลิ่นไอของกาลเวลาพุ่งทะลักออกมาพร้อมกับเสียงบานประตูหินที่ปิดตายลงอย่างรวดเร็ว แสงสว่างเพียงหนึ่งเดียวจากไฟฉายในมือภาคินร่วงหล่นลงพื้นและดับวูบลงทันที ความมืดมิดสนิทเข้าครอบงำโลกทั้งใบของพวกเขา “ให้ตายเถอะ ศศิธร” เสียงของภาคินดังขึ้นในความมืด มันราบเรียบจนน่ากลัว “บอกผมทีว่าคุณไม่ได้ตั้งใจทำให้เราต้องมาติดอยู่ในรูหนูนี้ด้วยกันสองต่อสอง” ศศิธรพยายามบังคับลมหายใจไม่ให้สั่น “ฉันไม่ได้ตั้งใจ มันเป็นความผิดพลาดเชิงโครงสร้าง... สลักนั่นมันไวเกินไป” “ความผิดพลาดของคุณกำลังจะทำให้เรากลายเป็นหัวข้อวิจัยในอีกร้อยปีข้างหน้า” เขาส่งเสียงหัวเราะเบาๆ ในลำคอ แม้จะอยู่ในสถานการณ์คับขัน เขายังไม่ทิ้งความยียวน “ตอนนี้เราถูกขังอยู่ในห้องใต้ดินที่ไม่มีแม้แต่ช่องระบายอากาศ... คุณมีแผนในหัวบ้างไหม หรือจะให้ผมใช้เซ้นส์ของนักล่าสมบัติพังประตูนี้ออกไป?” “หยุดใช้ความเชื่อไร้เหตุผลของนายเถอะ” ศศิธรขยับตัวลุกขึ้นยืนในความมืด มือของเธอควานหาอุปกรณ์ในกระเป๋าเป้ “ความร้อนในห้องนี้กำลังพุ่งสูงขึ้น ถ้าเราไม่รีบหาจุดเชื่อมต่อระบบกลไกภายใน เราจะขาดอากาศหายใจตายก่อนจะได้เห็นหน้ากันชัดๆ เสียอีก” มือของเธอไปสัมผัสโดนมือของภาคินโดยไม่ได้ตั้งใจ ความเย็นเฉียบของมือเธอตัดกับความร้อนผ่าวจากผิวหนังของเขา ศศิธรชะงักไปครู่หนึ่ง แต่เธอก็ไม่ได้ดึงมือกลับ ท่ามกลางความมืดมิดที่มองไม่เห็นแม้แต่นิ้วมือของตัวเอง ความเงียบระหว่างเขาทั้งสองไม่ได้เต็มไปด้วยความกลัว แต่มันกลับแฝงไปด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ซับซ้อนเกินกว่าจะอธิบาย “ผมว่า...” ภาคินเอ่ยขึ้น เสียงของเขาอ่อนลง “ในสถานการณ์ที่ความตายอยู่แค่ปลายจมูกแบบนี้ เราอาจจะเลิกเล่นบทนักวิชาการกับนักล่าสมบัติได้แล้วนะ ศศิธร บอกผมสิว่าลึกๆ แล้วคุณกลัวไหม?” ศศิธรเงียบไปนาน ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือเล็กน้อย “ฉันกลัว... กลัวว่างานวิจัยที่อาจารย์ทิ้งไว้จะตายไปพร้อมกับฉัน โดยที่ยังไม่มีใครได้รับรู้ความจริง” “ไม่ใช่เรื่องงานหรอก” ภาคินขยับเข้ามาใกล้จนเธอสัมผัสได้ถึงลมหายใจ “กลัวว่าจะไม่ได้เห็นหน้าไอ้คนที่คอยกวนประสาทคุณอยู่ทุกวันนี่ต่างหาก... ใช่ไหม?” “นายมันหลงตัวเอง” เธอโต้กลับ แต่ไม่มีแรงผลักไส ก่อนที่ความตึงเครียดจะเปลี่ยนทิศทาง เสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่ก็ดังขึ้นจากด้านนอกประตูหินที่ปิดตาย เสียงโซ่ตรวนลากพื้นและเสียงกระซิบที่ฟังดูไม่เหมือนภาษามนุษย์ทั่วไปกำลังเคลื่อนเข้ามาใกล้ห้องใต้ดินแห่งนี้ ศศิธรและภาคินนิ่งเงียบลงทันที หัวใจของทั้งคู่เต้นประสานกันเป็นจังหวะเดียวในความมืดที่ไร้ทางออก “ดูเหมือนเราจะไม่ได้อยู่กันแค่สองคนแล้วล่ะ” ภาคินกระซิบชิดใบหูของเธอ “เจ้าของบ้านตัวจริงมาต้อนรับเราแล้ว” ศศิธรขมวดคิ้วแน่น เมื่อแสงไฟสีฟ้าประหลาดเริ่มเล็ดลอดเข้ามาตามรอยแยกของประตูหิน มันไม่ใช่เทคโนโลยีสมัยใหม่ และยิ่งไม่ใช่สิ่งของที่ควรจะอยู่ในหลุมศพโบราณแห่งนี้ สิ่งที่พวกเขากำลังเผชิญ ไม่ใช่แค่ปริศนาประวัติศาสตร์ แต่มันคือภัยคุกคามที่ข้ามผ่านกาลเวลามาเพื่อกวาดล้างใครก็ตามที่กล้าหยั่งเท้าเข้ามาในเขตหวงห้าม ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนาประวัติศาสตร์อันดำมืดนี้ไปพร้อมกับผมจนถึงบรรทัดสุดท้ายนะครับ - บันทึกนักโบราณคดี
สารจากนักเขียน (บันทึกนักโบราณคดี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ปริศนาซ่อนเงารักข้ามกาลเวลา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%