"อย่าขยับครับ ดร.ศศิธร"
น้ำเสียงทุ้มต่ำและเย็นเยียบของภาคินกระซิบแทบชิดริมหู มากพอที่จะดึงสติของศศิธรให้หลุดจากความสงสัยเรื่องอุณหภูมิของกุญแจทองสำริดในมือ ทว่า... มันช้าเกินไป
*คลิก!*
เสียงกลไกโลหะดีดตัวขึ้นจากพื้นใต้รองเท้าบูทของเธอ เสียงนั้นแห้งแล้งและคมกริบ ก้องกังวานอยู่ในห้องโถงใต้ดินอันมืดทึบของซากอารยธรรมที่สูญหาย สัญชาตญาณของนักโบราณคดีที่ผ่านความตายมาหลายต่อหลายครั้งกรีดร้องลั่นในหัว ศศิธรไม่จำเป็นต้องก้มลงมอง เธอก็รู้ว่าเหล็กสปริงใต้แผ่นศิลาโบราณกำลังถูกกดทับด้วยน้ำหนักตัวของเธอเอง และมันคือกลไกกับดักมรณะที่ถูกเซ็ตไว้รอการมาเยือน
"คุณพลาด..." ศศิธรพยายามบังคับเสียงไม่ให้สั่น ขณะที่สมองประมวลผลด้วยความเร็วสูงเพื่อหาทางรอด "คุณบอกว่าสำรวจพื้นที่ปลอดภัยหมดแล้ว ภาคิน"
"ความปลอดภัยเป็นเพียงภาพลวงตาของคนโง่ครับ ดร.ศศิธร" ภาคินตอบกลับทันควัน มือหนาของเขาคว้าหมับเข้าที่ต้นแขนเรียวของเธออย่างแม่นยำ แรงกระชากมหาศาลทำให้ร่างของเธอลอยหวือหลุดจากแผ่นศิลาเจ้าปัญหา ก่อนที่เสียง *'ฉึบ!'* ของใบมีดอาบยาพิษจะพุ่งแหวกอากาศผ่านจุดที่เธอเคยยืนอยู่ไปเพียงเสี้ยววินาที
เศษฝุ่นร่วงกราวลงกระทบพื้น ความตายเฉียดผ่านไปอย่างไร้เสียงและรวดเร็วเกินกว่าที่สมองจะทันหวาดกลัว
แต่ยังไม่ทันที่ทั้งคู่จะได้จัดระเบียบร่างกาย ความมืดมิดรอบทิศทางก็แปรเปลี่ยนเป็นความเคลื่อนไหว เงาดำสามร่างราวกับภูตผีหลุดออกมาจากผนังหินสลัก ประกายแวววาวของคมดาบสั้นสะท้อนกับแสงคบเพลิงริบหรี่ มือสังหารจากองค์กรเงา... พวกมันไม่ได้มาเพื่อเจรจา และไม่ได้มาเพื่อจับเป็น
ศศิธรไม่รอให้ภาคินออกคำสั่ง เธอก้มตัวต่ำคว้าคบเพลิงเหล็กขึ้นมาจากแท่นบูชาโบราณแล้วเหวี่ยงมันเข้าใส่ใบหน้าของเงาแรกอย่างแม่นยำและไร้ความปรานี ปฏิกิริยาตอบสนองของนักโบราณคดีสาวผู้ผ่านการฝึกเอาตัวรอดในพื้นที่ทุรกันดารไม่เป็นรองใคร เสียงเนื้อกระทบกับโลหะและเสียงร้องอู้อี้ดังขึ้นสะท้อนก้อง
"คุณนี่มันดื้อด้านเป็นบ้าเลยนะครับ ดร.ศศิธร" ภาคินหัวเราะในลำคอ แม้สถานการณ์จะคับขันถึงชีวิต แต่แววตาของเขากลับประกายความเร้าใจอย่างปิดไม่มิด มืออีกข้างชักมีดพับสוויสสไตล์โบราณออกมารับคมดาบของมือสังหารคนที่สองได้อย่างทันท่วงที เสียงโลหะปะทะกันดัง *แครง!* ประกายไฟแตกกระจายสาดส่องใบหน้าที่คมคายและเต็มไปด้วยรอยยิ้มหยัน
"หุบปากแล้วเอาตัวรอดให้ได้ก่อนเถอะครับ ภาคิน!" ศศิธรตวัดเสียงเฉียบขาด เธอย่อตัวหลบคมดาบที่ฟาดเฉียดศีรษะไปอย่างหวุดหวิด ก่อนจะใช้สันกระเป๋าเอกสารหนาฟาดเข้าที่ข้อพับเข่าของศัตรู จนร่างนั้นทรุดฮวบลงไปกระแทกพื้นหิน
นี่ไม่ใช่การสำรวจโบราณสถานเพื่อหาองค์ความรู้ทางประวัติศาสตร์อีกต่อไป นี่คือสนามรบ... สงครามชิง “กุญแจ” ที่ซ่อนความลับอันดำมืดของอารยธรรมที่ถูกลบหาย
มือสังหารคนที่สามพุ่งเข้าประชิดตัวศศิธรด้วยความเร็วสูง มันไม่มีบทสนทนา ไม่มีคำเตือน มีเพียงเจตนาฆ่าที่แผ่ออกมาจากดวงตาคู่นั้นผ่านผ้าคลุมหน้าสีดำสนิท ศศิธรบล็อกการโจมตีด้วยท่อนแขนที่สวมปลอกหนังป้องกัน แต่แรงปะทะมหาศาลทำให้เธอกระเด็นไปกระแทกกับเสาหินศิลาโบราณ จุกเสียดจนแทบสิ้นลมหายใจ กุญแจทองสำริดในกระเป๋าเสื้อโค้ตหลุดร่วงลงสู่พื้น
เงาดำตัวนั้นพุ่งเป้าไปที่กุญแจทันที มันรู้ดีกว่าใครว่าเป้าหมายที่แท้จริงคืออะไร
*ปัง!*
เสียงปืนก้องกังวานสะท้อนไปทั่วห้องโถงใต้ดิน กระสุนนัดเดียวเจาะเข้าที่หัวไหล่ของมือสังหารจนมันต้องเบี่ยงทิศทาง ภาคินยืนถือปืนพกติดเก็บเสียง ควันจางๆ ลอยกรุ่นมาจากปากกระบอก สายตาของเขาคมกริบดั่งพญาอินทรีที่มองเหยื่อ
"ของชิ้นนั้นไม่ใช่สมบัติที่คุณจะแตะต้องได้หรอกครับเพื่อนยาก" ภาคินกล่าวด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น ต่างจากท่าทางขี้เล่นเมื่อครู่โดยสิ้นเชิง
แต่มือสังหารคนนั้นไม่ได้แสดงอาการหวาดกลัว ซ้ำร้ายมันกลับส่งเสียงหัวเราะแหบพร่าออกมาจากลำคอ ก่อนจะเอื้อมมือไปดึงสลักระเบิดควันแรงดันสูงที่ซ่อนไว้ตรงเข็มขัด
"ถอย!" ศศิธรตะโกนลั่น เธอพุ่งตัวเข้าไปกระชากร่างของภาคินให้ล้มกลิ้งหลบไปหลังแท่นบูชาหินแกรนิตหนาเตอะในเสี้ยววินาที
*ตูม! / ฟู่!*
ควันสีดำสนิทและกลิ่นกำมะถันฉุนกานต์พวยพุ่งตลบอบอวลไปทั่วห้องโทรมืด ทัศนวิสัยกลายเป็นศูนย์ทันที เสียงฝีเท้าหนักหน่วงวิ่งกระจายตัวออกไปหลายทิศทางในความมืดมิด พวกมันถอยทัพ... หรือกำลังจัดกระบวนทัพใหม่เพื่อรอจังหวะขย้ำ
ศศิธรหอบหายใจถี่รัว แผ่นหลังแนบชิดกับศิลาเย็นเฉียบ มือเรียวคลำหาเศษกุญแจทองสำริดในความมืด หัวใจเต้นระรัวด้วยความตื่นตัว
"คุณเจ็บตรงไหนไหมครับ ดร.ศศิธร" เสียงกระซิบของภาคินดังอยู่ใกล้จนสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นๆ ท่ามกลางบรรยากาศที่กดดันและอันตราย
"ฉันไม่เป็นไร..." ศศิธรกระซิบตอบ สายตาดึงกลับมาจดจ่อที่เบื้องหน้า "แต่พวกมันกำลังจะกลับมา... และดูเหมือนเราเหลือเวลาไม่มากแล้ว"
ควันสีดำค่อยๆ จางลง เผยให้เห็นสภาพห้องโถงที่เสียหายอย่างหนัก ทว่า... สิ่งที่ดึงดูดสายตาของศศิธรกลับไม่ใช่ร่องรอยการต่อสู้
บนพื้นหินอ่อนที่เคยว่างเปล่า ใจกลางวงล้อมของซากปรักหักพัง บัดนี้กลับมีรอยเท้าเปื้อนโคลนใหม่เอี่ยมปรากฏขึ้น... เป็นรอยเท้าของคนที่เดินสวนทางออกไป โดยไม่ผ่านประตูหลัก
และที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดคือ... ตรงกลางรอยเท้านั้น มีวัตถุปริศนาชิ้นหนึ่งถูกวางทิ้งไว้ มันคือ "แผ่นจารึกดินเหนียวสุเมเรียน" ที่แตกหักครึ่งซีก แต่รอยแตกนั้นเพิ่งเกิดขึ้นสดๆ ร้อนๆ ราวกับเพิ่งถูกหักออกเมื่อไม่ถึงนาทีที่ผ่านมานี้เอง!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนาประวัติศาสตร์อันดำมืดนี้ไปด้วยกันนะครับ
ปริศนาซ่อนเงารักข้ามกาลเวลา•ตอนที่ 27
การเผชิญหน้ารอบแรก
ผลงานโดย บันทึกนักโบราณคดี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บันทึกนักโบราณคดี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ปริศนาซ่อนเงารักข้ามกาลเวลา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!