หมากกระดานสุดท้ายใต้รอยเลือดที่ย้อนคืน•ตอนที่ 19

ความเงียบก่อนพายุ

ผลงานโดย มนตรากรรมสะท้อน
กลิ่นหอมกรุ่นของชาอู่หลงชั้นดีลอยวนอยู่เบื้องหน้า ทว่ามันกลับไม่อาจเจือจางความเยียบเย็นที่แผ่ซ่านออกมาจากแววตาคู่คมของอัครเดชได้เลยแม้แต่น้อย ร่างสูงสง่าในชุดสูทตัดเย็บประณีตราคาแพงระยับกำลังเคาะปลายนิ้วลงบนโต๊ะไม้สักทองเป็นจังหวะเชื่องช้า ทว่าหนักหน่วงดุจเสียงกลองศึกที่กำลังเร่งเร้าจังหวะหัวใจของคนรอบข้างให้เต้นระรัวด้วยความหวาดหวั่น "ความเงียบ... มักเป็นสัญญาณเตือนภัยก่อนที่พายุลูกใหญ่จะพัดถล่มเสมอ" เสียงทุ้มต่ำเอื้อnเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าแฝงไว้ด้วยกระแสอำนาจที่พร้อมจะบดขยี้ทุกสิ่งที่ขวางทางให้แหลกเป็นผุยผง อัครเดชไม่ได้แสดงอาการเกรี้ยวกราดออกมาให้เห็นแม้แต่น้อย ความน่ากลัวของชายผู้นี้ซ่อนอยู่ภายใต้รอยยิ้มเย็นชาที่มุมปาก และความนิ่งงันที่ลึกล้ำดั่งเหวลึก ในห้องทำงานส่วนตัวที่เงียบสงบ ไร้ซึ่งเสียงรบกวนจากภายนอก มีเพียงเงาร่างของสมุนมือขวาที่ยืนก้มศีรษะรอรับคำสั่งอย่างสำรวม "ดูเหมือนว่ารตินธรจะเดินหมากตาCได้เหนือความคาดหมายของพวกเราไปมากสินะคะ..." สมุนคนสนทรเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงระมัดระวัง "เอกสารชุดนั้นเกือบจะทำให้เครือข่ายธุรกิจของเราสั่นคลอนได้ หากท่านประธานไม่จัดการระงับไว้เสียก่อน" อัครเดชแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแหบพร่าและเย็นเยียบจนน่าขนลุก "เด็กนั่นคิดว่าการมีกฎหมายคุ้มครอง และมีอัยการสาวอย่างนลินคอยหนุนหลัง จะทำให้มันปีนขึ้นมาเหยียบหัวฉันได้งั้นรึ? ความฉลาดที่ไร้รากฐาน ก็เป็นเพียงแค่ใบไม้แห้งที่รอวันถูกไฟเผาให้มอดไหม้เท่านั้น" ดวงตาคมกริบของนักธุรกิจผู้ทรงอิทธิพลทอประกายอำมหิตขึ้นวูบหนึ่ง ความแค้นและความอับอายที่ถูกเด็กหนุ่มรุ่นลูกต้อนจนมุมในเกมการเงินเมื่อหลายวันก่อน เป็นสิ่งที่อัครเดชไม่มีวันยอมให้อภัย ในโลกธุรกิจและเกมอำนาจที่เขาไต่เต้าขึ้นมาด้วยคราบเลือดและหยาดน้ำตาของผู้คน ไม่มีที่ "ความปราณี" สำหรับผู้แพ้ เมื่อเกมปัญญาและการใช้กฎหมายไม่อาจสยบความพินาศที่กำลังคืบคลานเข้ามาได้ อัครเดชจึงเลือกทางออกที่เด็ดขาดและรุนแรงที่สุด "ในเมื่อมันชอบเล่นเกมกระดานนัก... เราก็ควรจะเปลี่ยนกระดานเสียใหม่" อัครเดชลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างกายกำยำภายใต้ร่ววมเงาสลัวดูน่าเกรงขามดั่งพญาเสือซ่อนเล็บ "เตรียมคนของเราให้พร้อม ฉันต้องการ 'กำลังพล' นอกระบบ ไม่ใช่ทนายความหรือเอกสารทางกฎหมายอีกต่อไป" สมุนมือขวาเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกใจ "ท่านประธานหมายถึง... จะใช้กำลังแก้ปัญหาหรือครับ— เอ๊ย หมายถึง... จะใช้กำลังจัดการเลยหรือครับ?" "กฎหมายสร้างขึ้นมาเพื่อให้คนอ่อนแอใช้ปกป้องตัวเอง แต่คนที่กุมอำนาจที่แท้จริงต่างหากที่เป็นผู้กำหนดกฎเกณฑ์" อัครเดชหันกลับมามองด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความมั่นใจในอำนาจมืดที่ตนสะสมมานานนับทศวรรษ "รตินธรอยากได้ความยุติธรรมนักใช่ไหม? งั้นฉันจะส่งความตายไปให้มันถึงหน้าประตูบ้านเลยก็แล้วกัน" ในขณะเดียวกัน ที่มุมหนึ่งของเมืองใหญ่ รตินธรในชุดสูทสีเข้มกำลังยืนทอดสายตามองทัศนียภาพยามค่ำคืนผ่านกระจกใสบาน ในมือเรียวถือแก้วคริสตัลบรรจุไวน์สีแดงเข้ม รสชาติฝาดเฝื่อนที่ปลายลิ้นไม่ได้ทำให้เขารู้สึกผ่อนคลายลงเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม สัญชาตญาณดิบที่ถูกหล่อหลอมมาจากความเจ็บปวดในอดีตกำลังส่งเสียงกรีดร้องเตือนภัยอย่างรุนแรง บรรยากาศรอบตัวเงียบงันจนน่าประหลาด ราวกับอากาศกำลังถูกสูบออกไปจนแทบหายใจไม่ออก เสียงฝีเท้าเบาหวิวของนลินก้าวเข้ามาหยุดยืนเคียงข้าง เธอมีสีหน้าเคร่งเครียด แววตาคู่นั้นฉายชัดถึงความกังวลใจอย่างปิดไม่มิด "รตินธร... ฉันเพิ่งได้รับรายงานสายลับจากฝั่งของอัครเดช" นลินเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นพร่าเล็กน้อย "เขากำลังเคลื่อนไหว ผิดจากวิสัยนักธุรกิจทั่วไป ตอนนี้มือไม้นอกระบบถูกระดมพลเข้ามาในเมืองแล้ว เป้าหมายของเขาไม่ใช่การฟ้องร้องทางกฎหมายอีกต่อไป... เขาเลือกใช้กำลัง" รตินธรนิ่งเงียบ ดวงตาคู่คมทอดมองออกไปไกลโพ้นอย่างไร้ความหวาดกลัว ริมฝีปากหยักลึกแย้มยิ้มออกมาบางเบา รอยยิ้มนั้นเต็มไปด้วยความเย้ยหยันและสมเพชเวทนา "ในที่สุด... สุนัขจนตรอกก็เผยเขี้ยวเล็บออกมาแล้วสินะครับ" รตินธรหมุนแก้วไวน์ในมือช้าๆ ของเหลวสีแดงฉานสะท้อนกับแสงไฟราวกับหยดเลือด "เขาคิดว่าความรุนแรงจะช่วยกลบความเน่าเฟะของอาณาจักรที่เขาสร้างขึ้นมาได้ แต่เขาหารู้ไม่ว่า... ยิ่งเขาใช้กำลังมากเท่าไหร่ หลุมศพที่เขาขุดไว้รอฉัน ก็จะยิ่งกลายเป็นหลุมฝังศพของตัวเขาเองลึกขึ้นเท่านั้น" "แต่มันอันตรายเกินไป!" นลินจับแขนของชายหนุ่มไว้แน่น แรงบีบสะท้อนถึงความห่วงใยที่เธอมีให้อย่างสุดซึ้ง "อัครเดชมีอิทธิพลมืดในมือมากมาย เขาสามารถทำลายคุณได้ในชั่วพริบตาโดยไม่ต้องใช้เหตุผลใดๆ เลยนะ" รตินธรหันกลับมามองหญิงสาว แววตาที่เคยแข็งกร้าวอ่อนแสงลงชั่วขณะ มืออุ่นวางทับลงบนหลังมือของนลินเป็นการปลอบประโลม ความรู้สึกผูกพันลึกซึ้งที่ก่อตัวขึ้นท่ามกลางสงครามล้างแค้นนี้ คือสิ่งเดียวที่ทำให้หัวใจที่ด้านชาของเขายังคงเต้นอยู่ "ไม่ต้องห่วงครับนลิน... ทุกย่างก้าวของอัครเดช อยู่ในการคาดการณ์ของผมทั้งหมดแล้ว" รตินธรเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่มั่นคงดั่งหินผา "เขาอยากใช้กำลังใช่ไหม? ผมนี่แหละ... จะเป็นคนต้อนเขาให้จนมุมด้วยกฎแห่งกรรมที่เขาก่อขึ้นเอง" บรรยากาศภายในห้องกลับมาเงียบสงบอีกครั้ง ทว่าความตึงเครียดกลับทวีความรุนแรงขึ้นจนแทบระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ ทุกวินาทีต่อจากนี้คือการเดิมพันด้วยชีวิต ทว่า ในขณะที่ทั้งสองกำลังวางแผนรับมือกับการโจมตีครั้งใหญ่ เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสามครั้งอย่างเป็นจังหวะที่หน้าห้องทำงาน... ก๊อก ก๊อก ก๊อก นลินสะดุ้งสุดตัว รตินธรหรี่ตาลงเล็กน้อย ความเงียบถูกฉีกกระชากด้วยแขกไม่速ยามวิกาล ประตูห้องค่อยๆ ถูกผลักเปิดออกช้าๆ เผยให้เห็นร่างของชายปริมาณในชุดคลุมสีดำสนิท ใบหน้าครึ่งหนึ่งถูกซ่อนไว้ภายใต้เงาหมวก พร้อมกับซองเอกสารสีน้ำตาลปริมาณถูกโยนลงบนโต๊ะทำงานตรงหน้า "ของฝากจากท่านอัครเดช... ส่งตรงถึงคุณรตินธรโดยเฉพาะครับ" ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดื่มด่ำไปกับกลเกมแห่งความแค้นนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ!
สารจากนักเขียน (มนตรากรรมสะท้อน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หมากกระดานสุดท้ายใต้รอยเลือดที่ย้อนคืน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%