กลิ่นอับชื้นของคุกใต้ดินในคืนวันวานยังคงอบอวลอยู่ในทัศนียภาพแห่งความทรงจำ รตินธรสะดุ้งเฮือกขึ้นจากห้วงนิทรา เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายเต็มกรอบหน้าคมคายที่สะท้อนกับแสงจันทร์สีนวลซึ่งลอดผ่านม่านไหมเนื้อดีริมหน้าต่าง ลมหายใจของเขายังคงหอบกระชั้น ร่างกายสั่นเทิ้มด้วยฤทธิ์แห่งความฝันอันโหดร้าย—ภาพเอกสารสิทธิ์ที่ถูกฉีกกระชาก เสียงหัวเราะเยาะหยันของอัครเดช และเสียงโซ่ตรวนที่ลากไปกับพื้นปูนเปียกชื้น ทั้งหมดนั้นไม่ใช่เพียงฝันร้าย แต่มันคือรอยแผลเป็นทางจิตวิญญาณที่กาลเวลาไม่อาจลบเลือน
ชายหนุ่มยกมือขึ้นกุมขมับ ปลายนิ้วสัมผัสได้ถึงชีพจรที่เต้นตุบๆ ดั่งกลองศึก เขานั่งนิ่งอยู่บนเตียงกว้าง ทอดสายตาไปยังความมืดมิดเบื้องหน้าด้วยแววตาที่ค่อยๆ เปลี่ยนจากความตื่นตระหนก กลายเป็นความเย็นเยียบดุจน้ำแข็ง
บาดแผลเหล่านั้นไม่ได้มีไว้เพื่อให้เขาหวาดกลัว... แต่มันมีไว้เพื่อเตือนใจว่าเขากลับมาเพื่ออะไร
"ยังเร็วเกินไปที่จะอ่อนแอ..." เสียงทุ้มต่ำพึมพำกับความว่างเปล่า น้ำเสียงนั้นปราศจากความลังเลสิ้นเชิง รตินธรสูดลมหายใจเข้าลึก, ดึงสติที่หลุดลอยให้กลับคืนสู่ความคมกริบดั่งใบมีดโกน รอยแผลที่อัครเดชและพวกพ้องเคยฝากไว้ในชาติภพก่อน บัดนี้มันได้แปรเปลี่ยนเป็นอาวุธชิ้นเอก เป็นเพลิงแค้นที่หล่อเลี้ยงให้เขาก้าวเดินอย่างระแวดระวังและทรงพลังในหมากกระดานนี้
เมื่อเข็มนาฬิกาโบราณบอกเวลาตีสี่ รตินธรในชุดสูทสีเข้มเข้ารูปก็ยืนสง่าอยู่หน้าโต๊ะทำงานไม้สักทอง เอกสารกองโตถูกจัดเรียงไว้อย่างเป็นระเบียบ แสงจากตะเกียงโบราณขับเน้นให้เห็นใบหน้าที่เรียบเฉย ทว่าดวงตากลับพราวระยับด้วยประกายแห่งนักวางกลยุทธ์ เสียงเคาะประตูเบาๆ สามครั้งดังขึ้น ก่อนที่ร่างระหงในชุดสูทกระโปรงสีเทาเข้มของนลินจะก้าวเข้ามาอย่างเงียบเชียบ
"คุณดูไม่ค่อยสู้ดีนัก รตินธร" นลินเอ่ยทักด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าแฝงความห่วงใยไว้ภายใต้มาดอัยการสาวผู้เยือกเย็น เธอวางแฟ้มเอกสารสีดำสนิทลงบนโต๊ะ "หรือว่าฝันร้ายนั่นอีกแล้ว?"
รตินธรไม่ตอบในทันที เขารินชาอุ่นลงในถ้วยกระเบื้องเคลือบสีขาวสะอาด ก่อนจะเลื่อนไปตรงหน้าหญิงสาว "ความฝันเป็นเพียงเงาสะท้อนของอดีตค่ะคุณนลิน แต่วันนี้... เรากำลังจะสร้างความจริงที่ทำให้อัครเดชไม่มีวันได้หลับฝันอีกตลอดไป"
รอยยิ้มบางเบาที่มุมปากของชายหนุ่มช่างงดงามและอันตรายในเวลาเดียวกัน นลินมองสบตาเขา เธอกลืนคำพูดท้วงติงทั้งหมดลงคอ เพราะรู้ดีว่าประกายในดวงตาคู่นั้นเด็ดเดี่ยวเกินกว่าจะมีสิ่งใดมาขัดขวางได้
"แฟ้มนี้คืออะไรคะ" นลินเปลี่ยนเรื่อง สายตาคมกริบกวาดมองเอกสารตรงหน้า
"เส้นทางการเงินของบริษัทในเครืออัครเดชช่วงสามเดือนล่าสุด" รตินธรตอบ พลางใช้นิ้วเคาะเบาๆ บนขอบโต๊ะ "เขากำลังพยายามกว้านซื้อที่ดินแปลงใหญ่แถบชานเมืองเพื่อสร้างโครงการยักษ์กลบเกลื่อนหนี้สินก้อนโตที่เกิดจากการลงทุนผิดพลาดในตลาดหุ้นต่างประเทศ หากเราตัดท่อน้ำเลี้ยงนี้เสีย โครงการร้อยล้านนั่นก็จะกลายเป็นสุสานฝังชื่อเขาด้วยมือของเราเอง"
นลินเปิดแฟ้มพลิกดูทีละหน้า ความตื่นตะลึงฉายชัดขึ้นในแววตา "คุณได้ข้อมูลเส้นทางลับของธนาคารพาณิชย์ใหญ่มาได้อย่างไร? ข้อมูลชุดนี้แม้แต่ตำรวจเศรษฐกิจยังเข้าไม่ถึงด้วยซ้ำ"
"มีความลับบางอย่างที่มักถูกซ่อนไว้ใต้พรมราคาแพงเสมอค่ะ" รตินธรตอบโดยไม่ใส่ใจจะอธิบายความซับซ้อนเบื้องหลัง "และผู้ชายอย่างอัครเดช มักจะประเมินความแค้นของคนที่เขาเคยเหยียบย่ำต่ำที่สุด... ต่ำเกินกว่าจะคาดคิดว่าคนๆ นั้นจะลุกขึ้นมาถือมีด"
บรรยากาศในห้องทำงานเงียบลงชั่วขณะ มีเพียงเสียงกระดาษพลิกเบาๆ และเสียงลมหายใจของคนทั้งสอง นลินเงยหน้าขึ้นจากกองเอกสาร เธอมองชายหนุ่มผู้มีสติปัญญาเป็นเลิศตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ความชื่นชม ความหวาดหวั่น และความผูกพันที่ก่อตัวขึ้นอย่างเงียบงันในกระแสเชี่ยวแห่งการแก้แค้น
"คุณมั่นใจแค่ไหนว่าเขาจะไม่ไหวตัวทัน?" นลินถามด้วยน้ำเสียงจริงจัง
"เขาจะไม่มีวันไหวตัวทัน... จนกว่ากระดานนี้จะเหลือเพียงตาเดินสุดท้าย" รตินธรลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างกายสง่างามดั่งพญาเสือโคร่งที่กำลังซุ่มรอจังหวะตะครุบเหยื่อ "เพราะทุกย่างก้าวที่เราเดิน คือสิ่งที่เขาเป็นคนปูพรมต้อนรับเราด้วยความเย่อหยิ่งของเขาเอง"
ในขณะที่ทั้งสองกำลังจดจ่ออยู่กับการวางแผนขั้นเด็ดขาด เสียงฝีเท้าเร่งรีบก็ดังขึ้นที่หน้าห้องทำงาน ประตูไม้บานใหญ่ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้มารยาทโดยเลขาฯ ส่วนตัวของรตินธร ใบหน้าของชายหนุ่มผู้มาใหม่ซีดเผือกจนแทบไร้สีเลือด เม็ดเหงื่อไหลย้อยเต็มกรอบหน้า
"คุณรตินธรครับ! เกิดเรื่องใหญ่แล้ว..." เลขาฯ หอบหายใจสะอึกสะอื้น "ทางอัครเดชส่งคนบุกเข้าไปอายัดที่ดินมรดกของคุณยายคุณ... และตอนนี้... ตอนนี้มีหมายศาลข้อหาฉ้อโกงทรัพย์สินส่งตรงมาที่คุณแล้วครับ!"
รตินธรชะงัก รอยยิ้มบนมุมปากแข็งค้างในเสี้ยววินาที ดวงตาคมกริบหรี่ลงเล็กน้อย ความทรงจำในอดีตที่คล้ายจะเลือนหายกลับพุ่งย้อนเข้ามาซัดกระหน่ำในหัวสมองอีกครั้ง นี่ไม่ใช่เหตุการณ์แบบเดียวกับในชาติภพก่อน... นี่คือการตอบโต้ที่รวดเร็วและเหี้ยมเกรียมยิ่งกว่าเดิมจากชายผู้เป็นศัตรู
ทว่า ก่อนที่ความตื่นตระหนกใดจะทันได้ก่อตัว รตินธรกลับหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ ในลำคอ น้ำเสียงนั้นเยือกเย็นจนเลขาฯ ถึงกับผวาถอยหลัง
เขายกถ้วยชาขึ้นจิบช้าๆ ลิ้มรสความขมปร่าที่บาดลึก ก่อนจะวางลงบนโต๊ะด้วยเสียงกระทบที่ดังชัดเจนในความเงียบ
"ดี..." รตินธรเอ่ยพึมพำด้วยแววตาสีเพลิงลุกโชน "ในเมื่อมันอยากเปิดฉากเร็วกว่ากำหนด... เราก็มาดูกันว่า ระหว่างรอยแผลที่เขากำลังจะสร้างขึ้นใหม่ กับความพินาศที่ฉันเตรียมไว้ให้... ใครจะล้มลงก่อนกัน"
---
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดื่มด่ำไปกับกลเกมแห่งความแค้นนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ!
หมากกระดานสุดท้ายใต้รอยเลือดที่ย้อนคืน•ตอนที่ 18
รอยแผลที่ยังไม่หาย
ผลงานโดย มนตรากรรมสะท้อน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มนตรากรรมสะท้อน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หมากกระดานสุดท้ายใต้รอยเลือดที่ย้อนคืน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!