รอยหมึกสีชาดบนกระดาษสาเนื้อดีหยดลงเป็นด่างดวงคล้ายหยดเลือดบนผืนหิมะ อัครเดชชะลอปลายพู่กันในมือลงอย่างช้าๆ ดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยวทะเลทรายหรี่แคบลงจดจ้องมองรายงานยอดการส่งออกประจำไตรมาสที่เพิ่งถูกวางลงบนโต๊ะทำงานไม้สักทอง ตัวเลขเหล่านั้น... ไร้ซึ่งความผิดปกติในทางบัญชี ทว่ามันกลับมีความผิดปกติที่ซ่อนอยู่ลึกยิ่งกว่า—ความรวดเร็วในการรั่วไหลของข่าวสาร
กลยุทธ์การลงทุนในโครงการคลังสินค้าท่าเรือทางใต้ ซึ่งเขาเพิ่งเคาะอนุมัติไปในวงประชุมลับเมื่อสามวันก่อน บัดนี้กลับมีสำเนาข้อเสนอไปปรากฏอยู่บนโต๊ะของกลุ่มคู่แข่งทางการค้าเสียแล้ว
"ไม่มีร่องรอยการงัดแงะตู้เซฟ ไม่มีเอกสารฉบับใดหายไปจากห้องสมุด... และที่สำคัญที่สุด กุญแจสำรองมีเพียงฉันกับเจ้าเท่านั้น, นนท์"
น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่เย็นเยียบราวน้ำแข็งขั้วโลกเอื้อiนเอ่ยออกมา โดยที่เจ้าตัวยังคงนั่งนิ่งอยู่หลังโต๊ะทำงาน ไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมองผู้ช่วยคนสนิทที่ยืนก้มศีรษะอยู่เบื้องล่าง ความเงียบงันภายในห้องทำงานกว้างขวางกดดันจนแทบได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกัน
นนท์กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายขึ้นตามไรผม แม้เขาจะรับใช้ผู้เป็นนายมานานนับทศวรรษ แต่วันนี้... เขากลับรู้สึกราวกับกำลังยืนอยู่บนปากเหวที่เบื้องล่างคือหุบเหวแห่งความตาย
"ท่านประธานกำลังสงสัยว่า..." นนท์พยายามคุมน้ำเสียงไม่ให้สั่นไหว แต่ก็ทำได้ยากยิ่ง
"ฉันไม่ได้สงสัย... ฉันแค่กำลังทบทวนว่า ในฝูงสุนัขล่าเนื้อที่ฉันเลี้ยงไว้ ตัวใดกันแน่ที่เริ่มหันมาแว้งกัดเจ้าของ" อัครเดชวางพู่กันลงกระทบแท่นหินชนวนเสียงดัง *กริ๊ก* สุ้มเสียงนั้นบาดลึกเข้าประสาทสัมผัสของคนฟังราวกับคมมีด "ไปตรวจสอบเส้นทางการเงินของทุกคนในทีมบริหารชุดนี้ย้อนหลังสามเดือน ใครก็ตามที่มีเงินสดจำนวนผิดปกติเข้ามาในบัญชี... จัดการเก็บกวาดเสียให้เรียบร้อย"
"ครับ... เอ่อ, ค่ะ ท่านประธาน ดิฉันหมายถึง... จะรีบดำเนินการทันทีค่ะ!" นนท์เกือบหลุดปากขานรับด้วยความคุ้นชิน รีบเปลี่ยนคำสรรพนามและสำเนียงแทบไม่ทันเมื่อตระหนักถึงกฎเหล็กในห้องนี้
ในขณะเดียวกัน ที่มุมหนึ่งของตึกสูงระฟ้าอีกฟากฝั่งของเมือง รตินธรยืนมองแสงไฟระยิบระยับยามค่ำคืนสะท้อนผ่านกระจกใสบานใหญ่ นิ้วเรียวยาวเคาะเบาๆ ลงบนขอบถ้วยพอร์ซเลนบรรจุชาอู่หลงชั้นดี รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปาก—รอยยิ้มที่ไม่ได้มีความสุข หากแต่เปี่ยมไปด้วยความเยือกเย็นของมัจจุราชที่กำลังชักใยอยู่เบื้องหลัง
เขารู้ดีว่าหมากตานี้จะสร้างความสั่นคลอนระดับแผ่นดินไหวให้อัครเดช
การทำให้ศัตรูผู้ยิ่งใหญ่เริ่ม "ระแวง" ลูกน้องในคาถาของตนเอง คือศิลปะแห่งสงครามจิตวิทยาที่ทรงพลังที่สุด เมื่อความไว้วางใจพังทลายลง กำแพงป้องกันที่มั่นคงที่สุดก็จะเริ่มปริร้าวจากภายใน
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งสั้นๆ ก่อนที่ร่างเพรียวบางในชุดสูทเข้ารูปสีดำสนิทของนลินจะก้าวเข้ามา เธอส่งแฟ้มเอกสารลับชิ้นใหม่ให้เขาทันทีโดยไม่ต้องรอให้เอ่ยปาก
"คุณอัครเดชสั่งตรวจสอบบัญชีของคณะผู้บริหารชุดใหญ่แล้วค่ะ ตอนนี้พวกเขากำลังอลหม่านกันน่าดู รตินธร... คุณแน่ใจนะว่าแผนนี้จะไม่ย้อนกลับมาแว้งกัดเราเสียเอง?" นลินเอ่ยถามด้วยความกังวล ดวงตาคู่สวยฉายแววครุ่นคิดอย่างลึกซึ้ง
รตินธรหันกลับมาสบตากับอดีตอัยการสาว แววตาของเขาคมปราบและมั่นคงดั่งหินผา "ความหวาดระแวงก็เปรียบเสมือนโรคระบาด นลิน เมื่อมันเริ่มกัดกินจิตใจของคนทรยศ ต่อให้เราไม่ต้องลงมือทำอะไรเลย พวกมันก็จะฆ่ากันเองจนหมดสิ้น"
ทว่า ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังตึงเครียดถึงขีดสุด เสียงโทรศัพท์มือถือส่วนตัวบนโต๊ะทำงานของรตินธรก็กรีดร้องแหลมสูงทำลายความเงียบขึ้นมาอย่างกะทันหัน หน้าจอแสดงเบอร์โทรเข้าที่เป็นรหัสลับ—เบอร์จากสายสืบที่เขาฝังไว้ในสำนักงานใหญ่ของอัครเดช
รตินธรเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยก่อนจะกดรับสาย ทว่าเสียงที่ลอดผ่านลำโพงกลับไม่ใช่เสียงรายงานความคืบหน้าอย่างที่ควรจะเป็น
*"คุณรตินธรคะ... แย่แล้วค่ะ! สายของเราถูกจับได้แล้ว และ... และตอนนี้ อัครเดชกำลังมุ่งหน้าไปที่เซฟเฮาส์ลับของคุณด้วยตัวเองค่ะ!"*
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดื่มด่ำไปกับกลเกมแห่งความแค้นนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ!
หมากกระดานสุดท้ายใต้รอยเลือดที่ย้อนคืน•ตอนที่ 17
ความหวาดระแวงเริ่มต้น
ผลงานโดย มนตรากรรมสะท้อน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มนตรากรรมสะท้อน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หมากกระดานสุดท้ายใต้รอยเลือดที่ย้อนคืน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!